ตอนที่ 889
บทที่ 1319 : ยุติธรรมหรือไม่?
October 22, 2026
พรึบ! หลิงหยุนรอจนกระทั่งฉินตงเฉี่วยพูดจบจึงได้กระโดดเข้าไปหาและทันทีที่จับเข้าที่แขนของนาง เขาก็สัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือก หลิงหยุนไม่รอช้าเขารีบถ่ายเทพลังปราณอมตะสีม่วงลงไปในร่างกายของนางทันที จากนั้นจึงควบคุมพลังอมตะสีม่วงนี้ให้เคลื่อนผ่านไปตามเส้นลมปราณทั่วร่างกายของนาง จนกระทั่งเข้าสู่จุดตันเถียนในที่สุด ทั้งนี้เพื่อช่วยรักษาซ่อมแซมเส้นลมปราณที่เสียหาย อีกทั้งยังช่วยกำจัดความเจ็บปวดทั้งหมดที่เกิดขึ้นในตอนนี้ด้วย และภายในเวลาเพียงแค่ชั่วพริบตาเดียวเส้นลมปราณที่เสียหายก็กลับมาดีดังเดิม ความเจ็บปวดก็มลายหายสิ้นไป เวลานี้ฉินตงเฉี่วยสามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้ตามปกติ เพียงแต่ไม่มีพลังปราณหลงเหลืออยู่อีกแล้วและไม่สามารถใช้วรยุทธได้ แต่ถึงกระนั้นขั้นของวิชาดาราคุ้มกายก็ยังคงอยู่ไม่ได้สูญเสียไปด้วย เพราะวิชาดาราคุ้มกายเป็นวิชาที่ใช้ปรับร่างกาย จึงไม่ได้เกี่ยวข้องกับจุดตันเถียน เส้นลมปราณ หรือว่าพลังปราณภายในร่างกาย ด้วยเหตุนี้การที่ฉินตงเฉี่วยทำลายพลังปราณของตนเองจึงไม่มีผลกระทบต่อความแข็งแกร่งของร่างกาย “เจ้าเด็กดื้อ..ข้ากับสำนักดาบสวรรค์ไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว จากนี้ไปเจ้าอยากจะทำอะไรก็แล้วแต่เจ้า!” ฉินตงเฉี่วยบอกกับหลิงหยุนอย่างตรงไปตรงมาและชัดเจนจากนั้นนางจึงหายใจเข้าลึกพร้อมกับพูดต่อว่า “เพียงแต่ข้าไม่สามารถร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับเจ้าได้ในเวลานี้!” หลิงหยุนยิ้มให้ฉินตงเฉี่วยอย่างอ่อนโยน“น้าหญิง ท่านวางใจได้! หลังจากนี้เป็นหน้าที่ของข้าเอง ท่านเพียงแค่ยืนดูอะไรสนุกๆก็พอ!” จากนั้นหลิงหยุนจึงหันไปกำชับเย่ซิงเฉินว่า“ซิงเฉิน คืนนี้เจ้ามีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของน้าหญิงแทนข้า! การต่อสู้นับจากนี้ข้าจะเป็นผู้ลงมือเอง..” เย่ซิงเฉินหันไปยิ้มกว้างใหัหลิงหยุนพร้อมตอบกลับไปทันที“ข้ายังต้องให้เจ้าสั่งอีกรึ ข้าเองก็คร้านที่จะประมือกับชาวยุทธไร้สมองพวกนี้อีกแล้ว..” หลิงหยุนแววตาเป็นประกายขึ้นมาอย่างนึกสนุกเขาหันไปมองเสียตงคุนด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ “เสียตงคุนข้าขอถามเจ้า! ที่น้าหญิงของข้าทำลงไปเมื่อครู่นี้ สามารถลบล้างบุญคุณที่สำนักดาบสวรรค์เคยถ่ายทอดวิชาให้กับนางได้แล้วหรือไม่” การที่หลิงหยุนถามเช่นนี้..หากคำตอบของเสียตงคุนคือ ‘ไม่’ หลิงหยุนก็จะจัดการถล่มสำนักดาบสวรรค์ให้สิ้นชื่อในคืนนี้! ความแข็งแกร่งของหลิงหยุนในคืนนี้นั้นได้สร้างความหวาดกลัวให้กับเสียตงคุนยิ่งนักเวลานี้ใบหน้าของเขาถึงกับซีดขาว แต่ก็พยายามกดข่มความหวาดกลัวภายในใจเอาไว้ และตอบหลิงหยุนไปว่า “ตามกฏยุทธภพแล้วผู้ใดที่ทำลายพลังปราณของตนเองทิ้ง ย่อมสามารถออกจากสำนักนั้นได้ทันที สำนักดาบสวรรค์เองก็ไม่มีข้อยกเว้นเช่นกัน!” “เช่นนั้นก็ดี!”หลิงหยุนพูดขึ้นพร้อมกับยกมือชี้หน้าเสียตงคุนแล้วถามขึ้นอีกว่า “ถ้าเช่นนั้น.. สิ่งที่น้าหญิงของข้าทำลงไปเมื่อครู่นี้ ก็สามารถทดแทนบุญคุณที่สำนักดาบสวรรค์เคยมีต่อตระกูลฉินเมื่อสิบแปดปีก่อนได้ใช่หรือไม่”ระหว่างที่ถามนั้นหลิงหยุนก็จ้องลึกลงไปในดวงตาของเสียตงคุนด้วย..เสียตงคุนเห็นเช่นนั้นจึงรีบพยักหน้าและตอบกลับไปทันที “ก็ใช่!”“ดี!”จากนั้นหลิงหยุนจึงพูดต่อด้วยสีหน้าเคร่งขรึม“หลังจากการต่อสู้ที่ยอดเขาหลงเหมินในครั้งนั้น ศิษย์หญิงของเจ้าได้กลับไปรายงานเรื่องราวทั้งหมดให้เจ้าฟังแล้วใช่หรือไม่”เสียตงคุนไม่เข้าใจจุดประสงค์ที่หลิงหยุนถามเรื่องนี้แต่ก็ได้แต่พยักหน้าตอบไปตามความจริง “ก็ใช่อีก!”“ถ้าเช่นนั้นศิษย์ของเจ้าได้รายงานหรือไม่ว่า ครั้งนั้นน้าหญิงของข้าไม่ได้เป็นผู้พูดว่านางจะออกจากสำนักดาบสวรรค์ แต่เป็นข้าที่พูด..”“พวกนางรายงานเช่นนั้น..”“ถ้าเช่นนั้น..พวกนางก็ต้องรายงานเจ้าเช่นกันว่า หลังจากที่น้าหญิงของข้าออกจากสำนักดาบสวรรค์แล้ว ข้า – หลิงหยุนได้เสนอที่จะตอบแทนบุญคุณที่สำนักดาบสวรรค์เคยมีต่อตระกูลฉินเมื่อสิบแปดปีก่อน ด้วยการถ่ายวิชาที่ล้ำเลิศให้สามวิชาใช่หรือไม่”เสียตงคุนเริ่มเข้าใจแล้วว่าหลิงหยุนมีจุดประสงค์ใดกันแน่ จากนั้นหลิงหยุนจึงพูดต่อด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม“ในเมื่อน้าหญิงของข้าทำลายพลังปราณของตนเองแล้ว และเจ้าก็บอกเองเมื่อครู่ว่า นางได้ตอบแทนบุญคุณของสำนักดาบสวรรค์ไปแล้ว ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็ไม่จำเป็นถ่ายทอดวิชาให้กับสำนักดาบสวรรค์อีกแล้วสินะ”เสียตงคุนได้ฟังหลิงหยุนพูดเช่นนี้ก็ได้แต่หงุดหงิดใจอย่างมาก และรู้ว่าตนเองได้ทำพลาดไปแล้ว เพราะนั่นเป็นโอกาสที่ดีและหาได้ยากยิ่งนัก ดียิ่งเสียกว่าการได้อยู่ภายใต้ใบบุญของสำนักกระบี่คุนหลุน และสำนักกระบี่เทวะเสียอีก!แต่ต่อให้นึกเสียใจในตอนนี้ก็สายไปแล้วเพราะถึงอย่างไรเวลาก็ไม่อาจเดินย้อนกลับ เสียตงคุนจึงทำได้เพียงแค่กัดฟันแน่นพร้อมกับพยักหน้าเท่านั้น..หลิงหยุนยิ้มออกมาพร้อมกับกวาดสายตาไปตามร่างไร้วิญญาณของหลวงจีนทั้งยี่สิบเอ็ดรูปพร้อมกับพูดขึ้นว่า “หากผู้ใดไม่ยุ่งเกี่ยวกับข้าข้าก็จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับคนผู้นั้น แต่หากมันผู้ใดบังอาจหาเรื่องข้าแล้วล่ะก็.. เจ้าดูหลวงจีนวัดเส้าหลินเหล่านี้สิ เจ้ารู้หรือไม่ว่าเวลานี้พวกเขาไปที่ใดกันแล้ว”หลิงหยุนไม่ได้ต้องการคำตอบจากเสียตงคุนเขาจึงพูดต่อทันที “ที่ยอดเขาหลงเหมินในครั้งนั้น ข้ายื่นข้อเสนอให้กับศิษย์สำนักดาบสวรรค์ของเจ้าสามข้อ แลกกับการยอมถอยกลับไปแต่โดยดี เพราะเห็นแก่ที่สำนักดาบสวรรค์เคยมีบุญคุณต่อตระกูลฉิน ข้าจึงต้องการไว้ชีวิตและไม่ถือสาที่พวกเจ้าใช้น้าหญิงของข้าเป็นเหยื่อล่อ แต่ศิษย์ของเจ้ากลับเลือกที่ตายเอง..”“ด้วยนิสัยของข้าแล้วเจ้าเองก็ควรจะรู้ว่าศิษย์ของเจ้าจะมีสภาพเช่นใด แต่ถึงอย่างนั้น ท้ายที่สุดข้าก็ยังยอมไว้ชีวิตศิษย์ของเจ้าถึงสามคน! ส่วนกัวเสี่ยวเทียนที่ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้นั้น กลับฝืนใช้เพลงดาบซานไฉเพื่อสังหารข้าให้ได้ และที่ข้าต้องทุบกระโหลกศรีษะของเขาจนแตกกระจายนั้น ไม่เพียงเพราะต้องการระบายความโกรธในใจของตนเอง แต่ยังต้องการช่วยให้เขาไม่ต้องเจ็บปวดทรมานไปอีกชั่วชีวิต..”“ส่วนศิษย์อีกคนของเจ้าที่ชื่อหลิวซุ่ยเฟิงนั้นต้องบอกว่ามันรนหาที่ตายเอง! ข้าคิดว่าศิษย์หญิงทั้งสองของเจ้าคงจะรายงานเรื่องนี้ให้เจ้ารู้แล้วเช่นกัน และในครั้งนั้นหลวงจีนเจี๋วยหยวนและนักพรตชงซวีก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย หากเจ้าไม่เชื่อก็ลงถามพวกเขาดูก็ได้!”��