ตอนที่ 890
บทที่ 1320 : สังหารมี่เจียว!
October 22, 2026
“เสียตงคุน..เจ้าไม่โง่เลยนะ!” หลิงหยุนพึมพำพร้อมกระโดดกลับไปที่เดิมเขาได้แต่แอบคิดในใจว่า หากผู้ที่ไปยอดเขาหลงเหมินในครั้งนั้นไม่ใช่กัวเสี่ยวเทียนแต่เป็นเสียตงคุน ศิษย์สำนักดาบสวรรค์อาจไม่ต้องมีจุดจบเช่นนั้นก็ได้ แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่การคาดเดาของหลิงหยุนเท่านั้นเพราะครั้งนั้นเขาเองก็เพิ่งจะอยู่ในขั้นปรับกายา-9 ต่อให้หลิงหยุนใช้วิชาพลังมังกร ก็ยังไม่แน่ว่าจะเป็นผู้ใดที่จะได้รับชัยชนะในครั้งนั้น แต่เป็นเพราะครั้งนั้นเสียตงคุนก็ไม่ได้เห็นหลิงหยุนอยู่ในสายตาจึงได้ส่งศิษย์ทั้งห้ามาแทน ผลสุดท้ายกัวเสี่ยวเทียนก็ได้ทำผิดพลาดอย่างใหญ่หลง จนนำมาซึ่งสถานการณ์เลวร้ายในวันนี้ ต่างจากสำนักบู๊ตึ๊งที่ส่งนักพรตชงซวีมาหลังจากที่พบเห็นหลิงหยุน เขาก็เลือกที่จะปฏิบัติ และรับมือกับหลิงหยุนในรูปแบบอื่น หลังจากที่คนของสำนักดาบสวรรค์จากไปแล้วหลิงหยุนก็ส่งกระแสจิตบอกหวังชงเซียว และเอ็ดเวิร์ดให้ทำการเปิดทาง และปล่อยพวกจากไปแต่โดยดี เหตุผลที่หลิงหยุนปล่อยคนของสำนักดาบสวรรค์กลับไปและไม่ทำลายวรุยุทธของพวกเขานั้นก็เพราะว่า อย่างน้อยที่สุดสำนักดาบสวรรค์ก็มีบุญคุณต่อตระกูลฉินไม่น้อยและไม่ว่าอย่างไรตระกูลฉินก็ควรต้องตอบแทน แต่ก่อนที่จะตอบแทน หลิงหยุนจำเป็นต้องเจรจาให้เสียตงคุนเข้าใจ และรู้สึกว่าได้รับความยุติธรรมด้วย หลิงหยุนเพียงแค่ต้องการให้ตระกูลฉินได้ตอบแทนบุญคุญที่ติดค้างกับสำนักดาบสวรรค์เท่านั้นหลังจากนั้นเขาจะได้ทำการถล่มสำนักกระบี่เทวะได้ โดยที่ไม่มีสำนักดาบสวรรค์ยื่นมือเข้ามาข้องเกี่ยว เหตุผลข้อที่สองก็คือ..นอกเหนือจากการมาร่วมงานชุมนุมชาวยุทธที่จัดขึ้นเพื่อจัดการกับเขาและเย่ซิงเฉินแล้ว ด้วยความสามารถของเสียตงคุน ก็ยากนักที่จะคิดสังหารตนเองได้ และหากเขาต้องการจะถล่มสำนักดาบสวรรค์ให้สิ้นซาก ก็ยังไม่จำเป็นต้องรีบร้อนทำในตอนนี้ นอกจากนั้นแล้วเสียตงคุนเองก็เป็นศิษย์สำนักกระบี่คุนหลุนมาก่อน และยังมีสัมพันธ์ที่ดีกับสำนักกระบี่เทวะอีกด้วย ฉินชางชิงเคยเล่าว่าไม่รู้เสียตงคุนใช้วิธีใดจึงสามารถหยุดยั้งตี๋เสี่ยวเจินในครั้งนั้นได้ และนั่นเป็นเรื่องที่หลิงหยุนอยากรู้เช่นกัน หลิงหยุนรู้สึกว่าเรื่องนี้จะต้องมีตื้นลึกหนาบางที่มากกว่านี้ไม่เช่นนั้นคงจะไม่จบลงง่ายๆเช่นนั้นแน่ หลิงหยุนไม่เชื่อว่าเพียงแค่สัญญาสิบแปดปีเพียงอย่างเดียว จะทำให้ตี๋เสี่ยวเจินแห่งสำนักกระบี่เทวะยอมปล่อยตระกูลเฉินไปง่ายๆ เพราะครั้งนั้นตระกูลฉินเปรียบเสมือนลูกแกะที่ตี๋เสี่ยวเจินสามารถปลิดชีพได้อย่างง่ายดาย เหตุใดจึงต้องรอีอกนานถึงสิบแปดปีด้วยเล่า และหากสืบแล้วพบว่าในครั้งนั้นสำนักดาบสวรรค์ไม่ได้มีบุญคุณกับตระกูลฉินอย่างที่กล่าวอ้างจริง หลิงหยุนค่อยกลับไปจัดการกับเสียตงคุนต่อก็ยังไม่สาย! ในระหว่างที่หลิงหยุนตกอยู่ในห้วงมโนอยู่ครู่ใหญ่นั้นภายในหุบเขาหลงเฟิงก็เกิดเหตุการณ์วุ่นวายขึ้นอีกครั้ง ยอดฝีมือมากกว่าหนึ่งร้อยคนต่างก็พากันปลีกตัวออกจากกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่มีผู้ใดกล้ายืนใกล้กับคนของสำนักเขาหลงหู่ และสำนักกระบี่คุนหลุน ชาวยุทธที่พากันปลีกตัวห่างออกมานั้นล้วนไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวของตระกูลหลิงเมื่อสิบแปดปีก่อน และแสดงออกชัดเจนว่าไม่ได้อยู่ข้างสำนักเขาหลงหู่ และสำนักกระบี่คุนหลุน!เหตุผลก็ง่ายดายมากหลังจากที่พวกเขาได้ฟังหลิงหยุนสนทนากับเสียตงคุนแห่งสำนักดาบสวรรค์ พวกเขาก็รู้ได้ทันทีว่าหลิงหยุนไม่ใช่คนไร้ซึ่งเหตุผล และมีจิตใจโหดเหี้ยมที่จ้องจะสังหารผู้คนอย่างที่ร่ำลือกัน ตรงกันข้าม.. หลิงหยุนมาที่นี่ในคืนนี้เพื่อชำระบัญชีแค้นที่คั่งค้างเท่านั้น!ไม่เช่นนั้นแล้วด้วยความแข็งแกร่งของหลิงหยุนเวลานี้ เหตุใดยังต้องเสียเวลาเจรจากับเสียตงคุนเนิ่นนานถึงเพียงนั้นด้วยเล่า เพราะด้วยความแข็งแกร่งของหลิงหยุนเวลานี้ เพียงแค่ครึ่งนาทีก็สามารถสังหารคนของสำนักดาบสวรรค์ได้หมดแล้วสิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าหลิงหยุนไม่เข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ และยังเป็นการยืนยันคำพูดของหลิงหยุนด้วยว่า หากผู้ใดที่คิดออกจากที่นี่โดยที่เขาไม่ได้อนุญาต จะต้องถูกสังหารตายตราบใดที่คนผู้นั้นมิได้เป็นศัตรูกับหลิงหยุนและไม่พยายามที่จะหลบหนีออกไปก่อนที่เขาจะสะสางหนี้แค้นจบสิ้นแล้วล่ะก็ เขาก็จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับคนผู้นั้นด้วยเหตุนี้ผู้ใดที่ไม่ได้มีความแค้นกับหลิงหยุน มีใครกันบ้างเล่าที่ยังอยากจะยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับคนของสำนักเขาหลงหู่ และคนของสำนักกระบี่คุนหลุนอีก เพราะการทำเช่นนั้นย่อมหมายถึงการรนหาที่ตาย!“เอาล่ะๆคราวนี้ทุกคนก็เห็นกับตาแล้วว่า กระบี่โลหิตแดนใต้เล่มนี้ มิได้ส่งผลชั่วร้ายต่อจิตใจของประสกน้อยผู้นี้เลยแม้แต่น้อย!”นักพรตชงซวีเป็นฝ่ายประกาศต่อหน้าเหล่าชาวยุทธที่โกลาหลวุ่นวายกันอยู่และการที่นักพรตชงซวีแห่งสำนักบู๊ตึ๊งกล่าวออกไปเช่นนี้ ย่อมเท่ากับเป็นการประกาศตัวเป็นสหายกับหลิงหยุน!“อามิตาพุทธ!อาตมาเองก็ชื่นชมในจิตเมตตาของประสกหลิงหยุนยิ่งนัก ถึงแม้ว่าประสกจะสังหารหลวงจีนวัดเส้าหลินไปถึงยี่สิบเอ็ดรูป แต่ทั้งหมดล้วนเป็นการสะสางหนี้แค้นเดิม อีกทั้งหลวงจีนจื้อเหนิงได้สั่งไว้ไม่ให้มีการแก้แค้น จึงเป็นหน้าที่ของอาตมาที่จะกลับไปอธิบายเรื่องนี้ให้ศิษย์วัดเส้าหลินคนอื่นๆเข้าใจเอง..”หลวงจีนเจี๋วยหยวนเองก็อดที่จะตกใจกับการกระทำครั้งนี้ของหลิงหยุนไม่ได้และนั่นทำให้เขาได้เห็นอีกด้านของหลิงหยุนที่ไม่เคยได้เห็นมาก่อนหลิงหยุนไม่ใช่คนบาปหนาหรือเป็นปีศาจชั่วร้ายหากผู้ใดมิได้หาเรื่องเขาก่อน เขาก็ไม่คิดที่จะฆ่าเช่นกัน!เมื่อได้เห็นนักพรตชงซวีและหลวงจีนเจี๋ยวหยวนซึ่งเปรียบเสมือนผู้นำของเหล่าชาวยุทธกล่าวขึ้นเช่นนี้ หลิงหยุนก็ถึงกับยิ้มออกมา เขาประสานมือทั้งสองข้างไว้ด้านหน้าพร้อมกับโน้มศรีษะลงเล็กน้อย“ท่านนักพรตชงซวีท่านหลวงจีนเจี๋ยวหยวน ขอบคุณพวกท่านทั้งสองยิ่ง เวลานี้ข้ายังมีภารกิจที่ต้องสะสาง หลังจากเสร็จสิ้นแล้วยังมีเรื่องต้องเสวนากับท่านทั้งสองด้วย”……“หลิงหยุน..พวกเราเป็นผู้บริสุทธิ์ และไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับท่าน พวกเรามาร่วมงานชุมนุมในคืนนี้เพราะความเข้าใจผิด ได้โปรดไว้ชีวิตพวกเราด้วย!” “ใช่แล้ว..พวกเราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบุกถล่มตระกูลหลิงเมื่อสิบแปดปีก่อนเลยแม้แต่น้อย และที่มาร่วมงานชุมนุมในคืนนี้ก็เพื่อความสนุกสนานเท่านั้น อย่าได้ถือโทษพวกเราเลย!”ในเวลานั้นเหล่าชาวยุทธทั้งร้อยกว่าคนต่างก็พากันร้องตะโกนบอกหลิงหยุนกันจ้าละหวั่น และไม่มีใครอยากข้องเกี่ยวกับสำนักเขาหลงหู่กับสำนักกระบี่คุนหลุนอีกเลย..