ตอนที่ 892
บทที่ 1322 : อธิบายมา
October 22, 2026
งานชุนนุมชาวยุทธในครั้งนี้จัดขึ้นโดยสำนักเขาหลงหุ่ สำนักกระบี่คุนหลุน และวัดเส้าหลิน โดยผู้ที่เป็นหัวเรือใหญ่ก็คือสำนักเขาหลงหู่ เวลานี้หลวงจีนจากหออรหันต์ของวัดเส้าหลินได้ถูกหลิงหยุนสังหารตายจนหมดแล้วอารามจิ้งซินก็ถูกทำลายจนสิ้นชื่อไปแล้วเช่นกัน ครั้งนี้หลิงหยุนจึงหันไปเล่นงานนักบวชจากสำนักเขาหลงหู่ต่อ หลิงหยุนพบว่านักบวชจากเขาหลงหู่ที่มาร่วมงานชุมนุมในคืนนี้ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่มีพลังแกร่งกล้ายิ่งนัก หากไม่นับจางจวิ้นเจิงที่ถูกหลิงหยุนสังหารตายไปก่อนหน้า ที่เหลือล้วนแล้วแต่เป็นยอดฝีมือขั้นพลังเหนือธรรมชาติระดับสี่และเหนือขึ้นไปทั้งสิ้น! ในบรรดานักบวชทั้งยี่สิบสี่คนนั้นมีสี่คนอยู่ในขั้นพลังเหนือธรรมชาติระดับหก ที่เหลือก็อยู่ในระดับห้าและระดับสี่ หลังจากที่หลิงหยุนเปิดจิตหยั่งรู้ออกสำรวจเขาก็พบว่านักบวชจากเขาหลงหู่ทั้งหมดนั้น ทุกคนนั้น ไม่เพียงมีโอสถหลงหู่ชั้นเลิศ และโอสถชนิดอื่นๆติดตัว แต่ทุกคนล้วนมียันต์สีเงินติดตัวกันคนละสองสามแผ่นอีกด้วย ยันต์สีเงินของสำนักเขาหลงหู่นั้นมีอานุภาพที่ทรงพลังมากเพียงใดหลิงหยุนยังไม่อาจรู้ได้ แต่หากเป็นยันต์สีเงินของโม่วู๋เตา หลิงหยุนรู้ว่ามันมีอานุภาพเทียบเท่ากับยันต์ระดับหกที่เขาปลุกเสก ส่วนยันต์สีม่วงของโม่วู๋เตานั้นก็เทียบเท่ากับยันต์ระดับหกของเขาและนี่คือสิ่งที่หลิงหยุนประเมินได้เพียงคร่าวๆ หลิงหยุนคาดการว่าเวทย์มนต์ของสำนักเหมาซานที่โม่วู๋เตาร่ำเรียนมานั้นน่าจะเป็นสายเดียวกันกับที่นักบวชจากเขาหลงหู่ใช้ เพราะทั้งสองสำนักล้วนศึกษาศาสตร์แห่งเต๋าทั้งคู่ ในความคิดของหลิงหยุนเขาเชื่อว่าครั้งนี้สำนักเขาหลงหู่จะต้องเตรียมการมาอย่างดีไม่น้อย และในฐานะของผู้ที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการจัดงานชุมนุมชาวยุทธในคืนนี้ สำนักเขาหลงหู่ย่อมหวังผลสำเร็จมากกว่าคนอื่นๆ! ในเมื่อสำนักเขาหลงหู่เป็นเสมือนเจ้าภาพหรือตัวแทนในการจัดงานชุนนุมชาวยุทธในครั้งนี้ หากหลิงหยุนสามารถจัดการกับสำนักเขาหลงหู่ได้ สำนักอื่นๆที่เป็นเพียงผู้เข้าร่วม คงจะไม่ใครอยากสานภารกิจในครั้งนี้ให้สำเร็จลุล่วงต่อไป เพราะจากการร่วมมือระหว่างหลิงหยุนกับเย่ซิงเฉินในการประมือกับเหล่าหลวงจีนวัดเส้าหลินก่อนหน้านั้นหลิงหยุนก็ได้แสดงให้ทุกคนเห็นถึงอานุภาพของกระบี่เหินเงาธนู การะบี่กังฉี ตราหยกจักรพรรดิ และแม้กระทั่งปีกหยิน–หยางที่คมกริบ นักบวชจากเขาหลงหู่ทั้งหมดก็ได้เห็นทุกอย่างกับตาตัวเองเช่นกัน และนั่นก็เป็นการบ่งบอกว่าเพียงแค่หลิงหยุนผู้เดียว ก็สามารถเอาชนะนักบวชจากเขาหลงหู่ทั้งหมดได้แล้ว ด้วยเหตุนี้เมื่อได้ยินหลิงหยุนเรียกชื่อสำนักเขาหลงหู่ นักบวชทุกคนจึงมีสีหน้ากระอักกระอ่วน และมีท่าทีระมัดระวังตัวอย่างมาก เวลานี้หยดเสินหยวนที่หลิงหยุนเพิ่งเผาไปนั้นยังไม่หมดฤทธิ์เขาจึงไม่เห็นนักบวชที่ต่ำกว่าขั้นพลังเหนือธรรมชาติระดับหกอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย ในสายตาของหลิงหยุนเวลานี้ ศัตรูที่แท้จริงของสำนักเขาหลงหู่มีเพียงสี่คนเท่านั้นคือ.. นักบวชเลี่ยหลงนักบวชเลี่ยหู่ นักบวชเลี่ยเหลย และนักบวชเลี่ยหยาง และทันทีที่เห็นหลิงหยุนเดินตรงเข้ามานักบวชเลี่ยหลงและนักบวชเลี่ยหู่ต่างก็ก้าวเท้าขึ้นไปเผชิญหน้ากับหลิงหยุนโดยไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อยพร้อมกับร้องตะโกนเสียงดังว่า “หลิงหยุน..เจ้าอย่าได้ทำเป็นพูดดีไป!” นักบวชเลี่ยหลงกล่าวต่อทันที“เจ้าสังหารหลวงจีนวัดเส้าหลินไปถึงยี่สิบเอ็ดรูปอีกทั้งยังสังหารชาวยุทธที่ต้องการหนีไปมากกว่าสามร้อยคน มิหนำซ้ำยังทำการปิดอารามจิ้งซินอย่างไร้เหตุผล อย่าคิดว่าคำพูดเพียงไม่กี่คำของเจ้าก็จะสามารถกลับผิดเป็นถูก กลับดำเป็นขาวไปได้!”“ไม่ว่าอย่างไรคืนนี้สำนักเขาหลงหู่ของข้าก็ต้องสังหารเจ้าให้จงได้!”นักบวชเลี่ยหลงซึ่งเป็นผู้นำของนักบวชเขาหลงหู่ฝ่ายชางจิงกงเป็นผู้เอ่ยขึ้นในสายตาของเขานั้นหลิงหยุนก็คือมารชั่วร้าย ไม่มีทางที่จะกลายเป็นผู้มีคุณธรรมสูงส่งอย่างที่คนอื่นสรรเสริญได้ทันทีที่หลิงหยุนปรากฏตัวขึ้นที่หุบเขาหลงเฟิงเขาก็ลงมือสังหารจางจวิ้นเจิง หลวงจีนจากวัดเส้าหลิน และชาวยุทธมากกว่าสามร้อยคนโดยไม่มีการเจรจาใดๆ หลังจากได้แสดงความแข็งแกร่งของตนเองข่มขวัญเหล่าชาวยุทธแล้ว หลิงหยุนก็เจรจากับสำนักดาบสวรรค์อยู่ครู่หนึ่งก่อนปล่อยให้จากไป แต่หากดูให้ดีแล้วนั่นคือการบีบบังคับโดยที่สำนักดาบสวรรค์ไม่มีทางเลือกเสียมากกว่าหลังจากนั้นก็อาศัยความหวาดกลัวในจิตใจของเหล่าแม่ชีที่เพิ่งสูญเสียเจ้าสำนักอย่างแม่ชีมี่เจียวไปทำการบีบบังคับเหล่าแม่ชีที่เหลือให้ยินยอมถูกทำลายวรยุทธ และปิดอารามจิ้งซินไปและนั่นทำให้ฝ่ายที่เป็นศัตรูกับหลิงหยุนลงลงเหมือเพียงแค่หนึ่งร้อยยี่สิบคนเท่านั้นส่วนที่เหลืออีกร้อยกว่าคนไม่เพียงไปรวมกันอยู่ในกลุ่มของผู้บริสุทธิ์ แต่เวลานี้กลับช่วยหลิงหยุนกล่าวหน้าสำนักเขาหูลงหู่อีก!ทั้งหมดที่เกิดขึ้นไม่เพียงบ่งบอกถึงความแข็งแกร่งของหลิงหยุนแต่ยังบ่งบอกถึงความเฉลียวฉลาดของเขาด้วย!และในเวลานี้หากสำนักเขาหลงหู่ไม่ลุกขึ้นยืนกรานที่จะจัดการกับหลิงหยุนแล้วล่ะก็ ย่อมเท่ากับว่างานชุมนุมชาวยุทธที่จัดขึ้นเพื่อกำจัดหลิงหยุน ย่อมต้องกลายเป็นงานชุมนุมเพื่อสรรเสริญเขาแทนเป็นแน่!หลังจากได้ฟังคำพูดกล่าวหน้าของนักบวชเลี่ยหลงหลิงหยุนก็ได้แต่ยืนฟังและคร้านที่จะตอบโต้ เพราะในหุบเขาหลงเฟิงแห่งนี้ไม่มีผู้ใดจะรู้ดีไปกว่าเขาว่า การใช้ปากล้วนไม่เกิดประโยชน์อันใด สิ่งเดียวที่่จะตัดสินทุกปัญหาในที่นี้ได้ก็คือความแข็งแกร่งเท่านั้น“หึ!ข้าคร้านที่จะพูดจาไร้สาระกับเจ้า ข้าจะให้เจ้าพบคนผู้หนึ่ง..”หลิงหยุนแสยะยิ้มพร้อมกับเงยหน้าขึ้นไปบนท้องนภาที่มืดมิดจากนั้นจึงใช้มังกรคำรามร้อนตะโกนออกไปว่า“พอล..นำตัวนักโทษของข้าออกมาได้!”หลังจากที่สังหารหลวงจีนจากวัดเส้าหลินได้แล้วหลิงหยุนก็ได้สั่งให้พอลไปนำตัวหนึ่งในนักโทษทั้งสองของเขามา ซึ่งก็คือนักบวชเลี่ยยื่อจากเขาหลงหู่นั่นเอง..เหล่าชาวยุทธต่างเงยหน้าขึ้นมองไปบนท้องฟ้าเช่นเดียวกันและสิ่งที่พวกเขาเห็นก็คือร่างใหญ่ยักษ์สีม่วงทองคล้ายกับเทพแห่งซาตาน กำลังบินลงมาจากท้องฟ้าทางด้านทิศใต้ของหุบเขาหลงเฟิง และเพียงแค่พริบตาเดียวมันก็บินมาถึงลานกว้างกลางหุบเขาทันทีที่พอลมาถึงพื้นมันก็ทิ้งร่างที่ไร้แขนขาของนักบวชเลี่ยยื่อลงบนพื้นเสียงดังตุ้บ..��