ตอนที่ 900
บทที่ 1330 : เย่ชิงซิน
October 22, 2026
หลิงหยุนถึงกับตกใจอย่างมากเพราะสามารถสัมผัสพลังปราณรุนแรงที่พวยพุ่งออกมาจากร่างของจางคุนหลุนได้ และแน่นอนว่าจางคุนหลุนคือยอดฝีมือขั้นพลังเหนือธรรมชาติระดับเจ็ดและหลิงหยุนก็สัมผัสได้ถึงพลังอมตะที่พวยพุ่งออกมาจากร่างของเขา! หลิงหยุนเก็บกระบี่โลหิตแดนใต้เข้าไปในแหวนพื้นที่ทันทีและเตรียมใช้วิชาหยางพิสุทธิ์จัดการกับศัตรู! แต่แล้วจู่ๆเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นท่ามกลางหุบเขา.. “คิดไม่ถึงว่าครั้งนี้สำนักกระบี่คุนหลุนจะกล้าทำผิดกฏยอมเข้าร่วมการต่อสู้ที่ไม่ยุติธรรมเช่นนี้เสียเอง!” จากนั้น..กระบี่สีเขียวก็พุ่งตรงเข้าใส่ร่างของจางคุนหลุนอย่างรวดเร็ว! “ห๊ะ!กระบี่เซียนงั้นรึ?” หลิงหยุนรู้สึกตกใจไม่น้อยเมื่อเห็นกระบี่สีเขียวพุ่งจู่โจมเข้าใส่ร่างของจางคุนหลุนเช่นนั้นเขารู้ว่าได้ทันทีว่านั่นคือกระบี่ที่เกิดจากการบ่มเพาะพลังอย่างแท้จริง หาใช่ชนิดเดียวกันกับกระบี่เหินเงาธนูของตนไม่ เพราะมันคือกระบี่ที่เกิดจากพลังปราณที่แข็งแกร่ง! หลิงหยุนเงยหน้าขึ้นมองไปยังทิศทางซึ่งเป็นที่มาของกระบี่เซียนเล่มนั้นทันทีและเขาก็ได้เห็นคนสามคนเข้า.. และหนึ่งในนั้นก็คือเย่เเทียนสุ่ยแห่งตระกูลเย่! ……. เวลานี้เย่เทียนสุ่ยได้กลายเป็นชายหนุ่มร่างผอมแล้วและดูเหมือนว่าน้ำหนักของเขาจะหายไปกว่าร้อยกิโลกรัมเลยทีเดียว แต่หลิงหยุนก็ยังสามารถจดจำเขาได้! ความจริงแล้วทั้งสามคนที่เพิ่งมาถึงนั้นหลิงหยุนรู้จักเพียงแค่สองคนเท่านั้น! นอกเหนือจากเย่เทียนสุ่ยแล้วก็ยังมีอีกคนที่สวมชุดดำ เขาเป็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลารูปร่างผอมบาง กำลังยืนอยู่บนกระบี่เหินสีม่วงยาวสองเมตร สายตาที่เฉยเมยของเขานั้นดูราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งสิ้น! หลิงหยุนแทบไม่ต้องรอให้เห็นตัวคนเพราะเพียงแค่เห็นกระบี่เหินสีม่วงนี้เล่มนี้ เขาก็จำได้แล้วว่าคือคนที่แอบไปสังหารเฉินจิ้งเทียนในคืนที่ตระกูลหลิงบุกไปถล่มตระกูลเฉิน! คืนนั้นหลิงหยุนไล่ตามชายหนุ่มผู้นี้ไปตั้งไกลแต่ในที่สุดเขาก็สามารถหลบหนีไปได้ แต่ในคืนที่เขาไปทวงเงินเดิมพันกับเย่เทียนสุ่ยที่บ่อนนั้น จึงได้รู้ว่าแท้จริงแล้วคนที่ลอบสังหารเฉินจิ้งเทียนนั้น แท้จริงก็คือเย่เทียนตูแห่งตระกูลเย่นั่นเอง! และแทบไม่ต้องสงสัย..คนผู้นี้ก็คือเย่เทียนตูนี่เอง! ส่วนอีกคนนั้นเป็นหญิงวัยกลางคนสวมชุดกระโปรงยาวสีฟ้าอย่างสง่างาม และงดงามไม่แพ้เทพธิดาฉินตงเฉี่วยเลยทีเดียว อีกทั้งยังมีแสงสว่างสีเขียวปกคลุมรอบกาย ทำให้ไม่สามารถมองเห็นขั้นพลังของนางได้ หลิงหยุนไม่เคยพบเจอหญิงวัยกลางคนผู้นี้มาก่อนแต่ในใจนั้นได้คาดเดาไว้แล้วว่าคนผู้นี้น่าจะต้องเป็นน้าหญิงเย่ชิงซินแห่งตระกูลเย่ที่เย่เทียนสุ่ยเคยพูดถึง เวลานี้เย่ชิงซินได้เหาะอยู่เหนือท้องนภาและพลังปราณสีเขียวที่สุกสว่างไปทั่วร่างของนางนั้น ก็บ่งบอกถึงพลังปราณที่แข็งแกร่งยิ่ง และต้องอยู่ในขั้นที่เหนือกว่าระดับหกขั้นพลังเหนือธรรมชาติขึ้นไป! การฝึกกระบี่เซียนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายและนับเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง แต่หากฝึกฝนจนมีพลังจู่โจมที่แข็งแกร่ง ก็จะสามารถสังหารผู้บ่มเพาะพลังในขั้นสูงได้อย่างง่ายดาย และหากผู้ที่ใช้กระบี่เซียนอยู่ในระดับสูงสุดขั้นลิ่วเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-6) ก็จะสามารถใช้กระบี่เซียนนี้สังหารผู้ที่อยู่ในขั้นปาเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-8) ได้อย่างง่ายดาย จากการคาดคะเนของหลิงหยุนนั้นเขาเชื่อว่าเป็นเย่ชิงซินที่ใช้กระบี่เซียนนี้จู่โจมเข้าใส่จางคุนหลุน และเวลานี้จางคุนหลุนก็กำลังยกมือขึ้นต้านกระบี่เซียนของเย่ชิงซิน!ตูม!จางคุนหลุนปลดปล่อยพลังปราณสีแดงออกจากฝ่ามือเข้าปะทะกับกระบี่เซียนของเย่ชิงซินและเวลานี้แสงสีแดงและแสงสีเขียวต่างก็สุกสว่าง ก่อนจะเกิดเป็นเสียงดังตูมคล้ายระเบิดขึ้น!แม้จางคุนหลุนจะสามารถสะกัดกระบี่เซียนสีเขียวสุกสว่างนี้ไว้ได้แต่เพียงแค่พริบตาเดียวร่างของเขาก็ถอยร่นออกไปไกลถึงสามร้อยเมตร!“ฮึ่ม!”จางคุนหลุนไม่ทันได้ระมัดระวังตัวจึงได้เสียท่าให้กับเย่ชิงซินเล็กน้อย แต่นั่นก็ทำให้เขาโกรธมาก แต่ความแข็งแกร่งของกระบี่เซียนสีเขียวก็ทำให้เขารู้สึกตกใจไม่น้อย ฟิ้ว..ฟิ้ว..กระบี่เซียนบินฉวัดเฉวียนกลับไปกลับมาและครั้งนี้แสงสีเขียวดูเหมือนจะเปล่งประกายยิ่งกว่าเดิม จนดูราวกับว่าท้องฟ้าได้กลายเป็นสีเขียว จากนั้นจึงพุ่งตรงเข้าใส่ร่างของจางคุนหลุนอีกครั้งอย่างรวดเร็ว..จางคุนหลุนถึงกับต้องถอยร่นหลบไปอีกราวสามร้อยเมตรและเวลานี้จางคุนหลุนก็ถูกเย่ชิงซินบีบให้ถอยร่นออกไปไกลถึงสองร้อยเมตรแล้ว เขาเงยหน้าขึ้นมองเย่ชิงซินพร้อมกับถามขึ้นว่า“ท่านทำเช่นนี้หมายความเช่นใดกัน”เย่ชิงซินตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา“คุนหลุนของเจ้าไม่ปฏิบัติตามกฏยุทธภพ ยังกล้าถามว่าเหตุใดฉู่ซานจึงต้องทำเช่นนี้อีกงั้นรึ”คุนหลุน!ฉู่ซาน!หลิงหยุนได้ยินถึงกับตกใจไม่น้อยเพราะคิดไม่ถึงว่าคนจากสถานที่ทั้งสองแห่งนี้จะมาปรากฏตัวในงานชุมนุมชาวยุทธคืนนี้ด้วย!แต่นับว่ายังโชคดี..เพราะถึงแม้คุนหลุนจะเป็นศัตรู แต่ฉู่ซานกลับแสดงท่าทีเป็นมิตร เพราะอย่างน้อยการที่เย่ชิงซินมาที่นี่เพื่อช่วยตน ก็ทำให้หลิงหยุนรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาก!หลิงหยุนยิ้มออกมาทันทีพร้อมกับร้องตะโกนทักทายเย่เทียนสุ่ย“เพิ่งจะมาอะไรเวลานี้ ข้าจวนจะสะสางปัญหาเสร็จแล้ว!”เย่เทียนสุ่ยที่ยืนตระหง่านอยู่กลางอากาศนั้นรีบยกมือขึ้นตบหน้าอกตัวเอง พร้อมกับตอบไปว่า “เจ้าไม่รู้รึ.. พระเอกมักจะมาตอนจบทุกครั้ง!”หลิงหยุนจ้องมองเย่เทียนสุ่ยที่คุยโม้ข่มตนก็ได้แต่คิดในใจว่า ผ่านไปเพียงแค่สิบกว่าวัน แต่เย่เทียนสุ่ยกลับสามารถผอมลงได้มากมายถึงเพียงนี้ ย่อมหมายความว่าการกลั่นกระบี่ของเขานั้นก้าวหน้าไปอย่างมากแล้ว เวลานี้น่าจะอยู่ในระดับสูงสุดขั้นอู๋เฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-5) เป็นแน่!หลิงหยุนคร้านที่จะสนใจเย่เทียนสุ่ยอีกเขาหันไปทางเย่เทียนตูทันทีพร้อมกับถามขึ้นว่า “เจ้าคงจะเป็นเย่เทียนตูสินะ”ตั้งแต่มาถึงที่นี่เย่เทียนตูไม่แม้แต่จะเหลือบมองการต่อสู้ระหว่างเย่ชิงซินกับจางคุนหลุน สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่ร่างของหลิงหยุนเพียงผู้เดียวเท่านั้น“ถูกต้อง!พวกเราเคยประมือกันมาก่อนแล้ว!”