ตอนที่ 905
บทที่ 1335: ไม่กล้าเอ่ยคำว่ามาร!
October 22, 2026
“สามสิบกว่าล้านแต้ม…” หลิงหยุนเห็นแต้มของหน่วยนภาที่อยู่ในเครื่องมือสื่อสารของหลี่เจี้ยนกังก็ถึงกับตาโตเป็นประกาย และรีบร้องตะโกนบอกเขาว่า “ท่านหลี่..ข้าหลิงหยุนหาใช่คนใจไม้ไส้กระกำเที่ยวสังหารผู้คนเป็นผักปลาไม่ เอาเป็นว่าเจ้าโอนแต้มทั้งหมดนี้มาให้ข้า แล้วเจ้าก็ลงเขาไปได้..” หลี่เจี้ยนกังได้ฟังถึงกับเจ็บปวดราวกับถูกกรีดหัวใจแต้มจำนวนมากมายถึงเพียงนี้ สามารถแลกโอสถเขาหลงหู่ได้เป็นจำนวนถึง 3,300 เม็ดเลยทีเดียว ผู้ก่อตั้งสำนักกระบี่คุนหลุนต้องใช้เวลาสะสมมานานนับสิบปีกว่าจะได้แต้มจำนวนนี้ เพื่อใช้สำหรับแลกทรัพยากรในการฝึกฝนให้กับศิษย์สำนักกระบี่คุนหลุน มือของหลี่เจี้ยนกังสั่นเทิ้มบ่งบอกว่าไม่ต้องการที่จะโอนแต้มทั้งหมดนี้ให้กับหลิงหยุนเขากำลังชั่งใจว่าจะปล่อยให้หลิงหยุนฆ่าตายหรือจะปล่อยให้เขาปล้นแต้มหน่วยนภาที่ผู้ก่อตั้งสำนักได้สะสมมานานนับสิบๆปีนี้ไป แต่นี่คือการซื้อชีวิต! เวลานี้หลวงจีนอาวุโสแห่งเส้าหลินทั้งสามรวมทั้งสิบแปดอรหันต์ต่างก็ถูกสังหารตายไป ส่วนนักบวชเขาหลงหู่ทั้งยี่สิบห้าคน ก็ล้วนแล้วแต่ถูกสังหารตายเช่นกัน และต่อให้พวกเขามีแต้มหน่วยนภาอยู่มากมายเพียงใด ก็ไม่มีโอกาสได้ใช้มันอีกแล้ว.. ในเมื่อไร้ซึ่งชีวิตทรัพยากรในการฝึกฝนยังจะสำคัญอะไรอีกเล่า ‘แต่นับว่ายังโชคดีที่สองอาวุโสแห่งคุนหลุนหนีไปได้เสียก่อน!’ ท้ายที่สุด..หลี่เจี้ยนกังก็กดโอนแต้มจำนวนสามสิบล้านไปยังบัญชีของหลิงหยุนด้วยมือที่สั่นระริก เหลือไว้เพียงแค่ห้าพันกว่าแต้มสำหรับใช้ในการเดินทางกลับสำนักเท่านั้น! “เจ้าทำถูกต้องแล้ว!” หลิงหยุนยิ้มกว้างในขณะที่ยื่นมือออกไปตบไหล่ของหลี่เจี้ยนกัง“เจ้านับเป็นหัวหน้าที่ดีมาก รู้จักการควรไม่ควร เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับศิษย์ในสำนักคนอื่นๆ!” “ดังคำพูดว่า..เก่าไปใหม่มา ข้าเชื่อว่าหากสำนักกระบี่คุนหลุนมีผู้นำเช่นเจ้า สำนักกระบี่คุนหลุนจะยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งอย่างมากในวันข้างหน้า!” พรึบ! ทันทีที่พูดจบร่างของหลิงหยุนก็หายวับไปกับตาและไปปรากฏอยู่ตรงหน้าคนของสำนักฮั๋วซาน และเพียงแค่ดาบเดียวมือทั้งสองข้างของผู้เป็นหัวหน้าก็ร่วงลงกับพื้นทันที เครื่องมือสื่อสารของหัวหน้าสำนักฮั๋วซานร่วงลงไปพร้อมกับมือที่ยังคงกำไว้แน่นจากนั้นกระบี่เหินเงาธนูและกระบี่กังฉีของหลิงหยุนก็พุ่งออกไปพร้อมกัน และเพียงแค่ชั่วพริบตากระบี่ทั้งสองเล่มก็ไปปรากฏอยู่ตรงหน้าของหัวหน้าสำนักฮั๋วซาน ประกายคมของกระบี่ทั้งสองเป็นเปล่งประกายวาววับชวนขนลุก.. หลิงหยุนกวาดสายตาไปทางเหล่าชาวยุทธที่เหลือพร้อมกับประกาศเสียงกร้าว “หึ! หากผู้ใดคิดที่จะตุกติกโอนแต้มไปที่อื่นก่อนแล้วล่ะก็ จุดจบของมันจะไม่ต่างจากหัวหน้าสำนักฮั๋วซานผู้นี้ หากพวกเจ้ารักเงินมากกว่าชีวิตก็จงทำ! “แล้วก็อย่าคิดว่าข้าจะโง่ดูแค่ยอดคงเหลือเท่านั้นล่ะข้าจะตรวจสอบการโอนของพวกเจ้าก่อนด้วย และหากผู้ใดกล้าตุกติก โทษของมันผู้นั้นคือตายสถานเดียว!” สันดานมนุษย์มักเป็นเช่นนี้หลังจากที่ชาวยุทธคนอื่นๆเห็นจุดจบของหัวหน้าสำนักกระบี่คุนหลุน หลายบคนต่างก็กำลังคิดที่จะแอบโอนแต้มในเครื่องมือสื่อสารของตนออกไปเช่นกัน และเหลือแต้มไว้ในเครื่องเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่หลิงหยุนเป็นใครอย่างนั้นหรือหากคิดที่จะเล่นไม่ซื่อกับคนเช่นหลิงหยุน ย่อมเท่ากับรนหาที่ตาย! “อ่อ..หากแต้มของผู้ใดเหลืออยู่ในเครื่องน้อยจนเกินไป ข้าก็จะพิจารณาตัดแขน หรือว่าตัดขาของพวกมันชดเชยแทน แต่พวกเจ้ายังพอมีเวลา.. ผู้ใดมีสหาย หรือว่าเครือญาติ ก็จงรีบติดต่อพวกเขาให้โอนแต้มให้กับพวกเจ้าเสีย จะได้ไม่ต้องถูกตัดแขนตัดขาทิ้ง..”ทุกคนต่างก็หันไปมองหน้ากัน..และดูเหมือนว่าพวกเขาไม่เพียงเปลี่ยนใจไม่โอนแต้มออก แต่กลับรีบติดต่อขอให้สหาย หรือเครือญาติของตนโอนแต้มเข้ามาให้ด้วยเย่เทียนสุ่ยที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ด้านบนถึงกับร้องอุทานออกมา“นี่มันแก๊งตบทรัพย์หรืออย่างไรกัน ข้าชักอยากจะเข้าแก๊งนี้บ้างแล้วสิ! ดูเหมือนจะร่ำรวยได้รวดเร็วเหลือเกิน!”เย่เทียนสุ่ยได้แต่คิดอยู่ในใจว่าเขาเปิดบ่อนคาสิโนมาหลายปีเพื่อหาเงิน หากเทียบกับวิธีการของหลิงหยุนแล้ว ตัวเขากลับเหมือนเด็กเล่นขายของไปเลยทีเดียว..“พี่เทียนสุ่ยท่านกล้าพูดออกมาได้ ช่างน่าอายนัก!” เย่เทียนตูร้องบอกเย่เทียนสุ่ยพร้อมกับบังคับกระบี่เหินของตนเองให้เหาะออกห่างจากเย่เทียนสุ่ยทันทีหลิงหยุนยิ้มออกมาด้วยความภูมิอกภูมิใจในความเฉลียวฉลาดของตนเองจากนั้นจึงกระโดดกลับเข้าไปหาหลี่เจี้ยนกังพร้อมกับพูดขึ้นว่า“ท่านหลี่..เห็นหรือไม่ว่าข้ามีความยุติธรรมมากเพียงใด! ข้าปฏิบัติกับทุกคนเช่นเดียวกับท่าน..”หลี่เจี้ยนกังดูเหมือนจะเข้าใจคำพูดของหลิงหยุนได้กระจ่างเขารู้สึกชาไปทั่วทั้งร่างในขณะที่ถามออกไปว่า“หลิงหยุน..ท่านหมายความว่าหลังจากศิษย์สำนักกระบี่คุนหลุนทุกคนทิ้งอาวุธและสมบัติที่นำติดตัวมา ก็จะสามารถลงเขาไปได้เลยใช่หรือไม่”หลิงหยุนส่ายหน้าพร้อมตอบกลับไปทันที“ไม่ใช่แค่นั้น! ทุกคนยังต้องซื้อชีวิตของตนเองด้วย..” “…”หลี่เจี้ยนกังถึงกับพูดไม่ออกและแทบอยากร้องไห้ออกมา..ศิษย์สำนักกระบี่คุนหลุนอีกสิบแปดคนที่เหลือแต่ละคนล้วนอยู่ในขั้นเซียงเทียน-8 ขึ้นไป และมีแต้มของหน่วยนภาอยู่มากกว่าหนึ่งแสนแต้ม เวลานี้แต้มของพวกเขากลับถูกหลิงหยุนยึดไปต่อหน้าต่อตา..หลังจากศิษย์สำนักกระบี่คุนหลุนปลดอาวุธและสมบัติในตัวกองไว้กับพื้นพร้อมกับโอนแต้มให้กับหลิงหยุนแล้ว ทั้งหมดก็ได้แต่ยืนก้มหน้าคอตก..“คราวนี้พวกเจ้าได้ลิ้มรสของการเป็นผู้แพ้แล้วสินะ!จงจำไว้ให้ดีว่า.. อย่าคิดทำเช่นนี้กับข้าอีก!”หลิงหยุนยิ้มอกมาและจงใจที่จะพูดเย้ยหยัน เพื่อให้ชาวยุทธทุกคนในที่นี้ได้สังวรไว้ว่า อย่าได้ริอาจที่จะเข้าร่วมงานชุมนุมชาวยุทธที่คิดจัดการกับตน หรือเย่ซิงเฉินเช่นนี้อีก! ไม่มีผู้ใดกล้าปริปากหรือแสดงความไม่พอใจออกมาแม้แต่คนเดียวเพราะทุกคนต่างก็หวาดกลัวหลิงหยุนที่สามารถสังหารคนได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวให้รู้ตัว..หลังจากนั้นหลิงหยุนก็จัดการเรียกอาวุธและสมบัติต่างๆของศิษย์สำนักกระบี่คุนหลุนที่กองอยู่กับพื้นเข้าไปในแหวนพื้นที่“หลิงหยุน..พวกเราลงเขาได้หรือยัง”หลี่เจี้ยนกังที่ไม่หลงเหลือสิ่งใดอีกแล้วเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง เพราะแม้แต่กระบี่เหินของเขาก็ถูกหลิงหยุนยึดไปด้วย“เชิญ!”จากนั้นหลิงหยุนจึงหันไปยิ้มให้กับหลี่เจี้ยนกังพร้อมกับพูดขึ้นอย่างท้าทายว่า“หลี่เจี้ยนกัง วันหน้ายังมี.. ข้าหวังว่าเจ้าจะจัดงานชุมนุมชาวยุทธเช่นนี้ขึ้นมาอีกโดยเร็ว!”