ตอนที่ 906
บทที่ 1336 : สองพี่น้องตระกูลหลง
October 22, 2026
ทะเลสาปผอหยางตั้งอยู่ในเมืองหนานชางมณฑลเจียงซีประเทศจีนและเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน ภูเขาฉือจงซานตั้งอยู่ตรงกลางจุดตัดระหว่างแม่น้ำแยงซีเกียงกับทะเลสาบผอหยางขึ้นชื่อว่าเป็นภูมิประเทศที่สูงชันและอันตรายอย่างยิ่ง พื้นที่โดยรวมเป็นหินเสียส่วนใหญ่ ท่ามกลางความมืดของคืนวันพระจันทร์เต็มดวงเช่นนี้ภายในเขาฉือจงซานมีเสียงดังกึกก้องกังวานจากสายน้ำที่ไหลอย่างรวดเร็วของแม่น้ำแยงซีเกียง บนยอดเขาฉือจงซานที่สูงชั้นนั้นปรากฏร่างสูงใหญ่สง่างามขึ้นร่างหนึ่ง และดูเหมือนว่าคนผู้นี้เพิ่งจะมาถึงได้ไม่นาน เขาสำรวจมองสายน้ำที่ไหลครืนๆอยู่รอบตัว คนผู้นี้นับเป็นยอดฝีมือที่ล้ำเลิศยิ่งแห่งตระกูลหลงนามว่าหลงเทียนฟาง! เมื่อครึ่งเดือนก่อนหน้านี้หลิงหยุนได้หยามเกียรติตระกูลหลิงและหลงฮ่าวหลานซึ่งเป็นผู้นำตระกูล ด้วยการดูดซับเอาปราณมังกรอายุกว่าหกร้อยปีภายในพระราชวังต้องห้ามไปหมด ทำให้หลงฮ่าวหลานเดือดดาลใจยิ่งนัก และต้องการที่จะจัดการกับหลิงหยุนให้จงได้ และได้วางแผนมาอย่างดี.. แผนการแรกคือ..ส่งหลงเทียนซินไปที่เมืองจิงฉูซึ่งเป็นเมืองที่หลิงหยุนถือกำเนิด และก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว เพื่อไปสืบเรื่องราวที่เกี่ยวกับหลิงหยุนทั้งหมด และจากนั้นก็ได้สั่งให้หลงเทียนฟางเดินทางไปที่ป่าเสินหนงเจี๋ยซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของมณฑลหูเป่ยค้นหามังกรสีนิลที่ชาวยุทธร่ำลือกน หลังจากที่ได้รับคำสั่งจากหลงฮ่าวหลานหลงเทียนฟางก็ได้เดินทางไปยังป่าเสินหนงเจี๋ยทันที และภายในเวลาเพียงแค่สิบวัน เขาก็ได้เขาไปสำรวจพื้นที่ภายในป่าเสินหนงเจี๋ยมากกว่าสิบครั้ง เพื่อทำการค้นหามังกรสีนิลอย่างไม่หยุดไม่หย่อน และในที่สุดเขาก็ได้พบร่องรอยของมังกรสีนิลอยู่ในบริเวณผาอู่เสียแห่งแม่น้ำแยงซีเกียง มังกรสีนิลตัวนี้ก็คืองูยักษ์ที่หลิงหยุนพบที่ใต้หลุมยักษ์นั่นเองแต่เนื่องจากมีผู้ไปเปิดการทำงานของค่ายกลมังกรหยิน–หยางภายใต้หลุมยักษ์โดยบังเอิญเข้า หลังจากนั้นสมุดจักรพรรดิแห่งผืนพิภพจึงปรากฏขึ้น และได้นำพวกเขารวมทั้งงูยักษ์ตัวนี้ไปปรากฏในป่าเสินหนงเจี๋ยทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของมณฑลหูเป่ยนั่นเอง หลังจากที่หลิงหยุนออกจากหุบเขาที่มีสมุนไพรพลังชีวิตมากมายในป่าเสินหนงเจี๋ยนี้ไปเจ้าสีนิลก็คอยเฝ้าพิทักษ์หุบเขาแห่งนี้อยู่ทุกวันทุกคืน ในขณะเดียวก็เฝ้าฝึกฝนวิชาอยู่ทุกวันจนกระทั่งกลายเป็นมังกรจริงๆ แต่เพราะในตัวของหลงเทียนฟางนั้นมีปราณมังกรที่แข็งแกร่งอยู่เจ้าสีนิลจึงสามารถสัมผัสได้ถึงอันตราย มันจึงไม่กล้าเข้าใกล้หลงเทียนฟาง และคอยหลบซ่อนและหนีอยู่ตลอดเวลา แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้หนีไปไกล แต่กลับคอยแอบตามหลงเทียนฟางอย่างหลบๆซ่อนๆ เวลานี้ทั้งมังกรและมนุษย์ต่างก็คล้ายกับกำลังเล่นซ่อนหาผลัดกันหาและผลัดกันซ่อนอยู่เช่นนี้ หลงเทียนฟางเฝ้าตามเจ้าสีนิลกลับไปกลับมาอยู่ระหว่างผาอู่เสียในบริเวณแม่น้ำแยงซีเกียงอยู่เช่นนี้หลายรอบ จนกระทั่งในคืนวันพระจันทร์เต็มดวงนี้ ก็ได้ตามหาเจ้าสีนิลมาถึงทะเลสาบผอหยางแห่งนี้ เวลานี้หลงเทียนฟางสวมเสื้อแขนกุดกางและกางเกงขาสั้นนั่งอยู่บนพื้นน้ำที่หยดลงจากเสื้อผ้าของเขาและไหลไปตามเท้าเปลือยเปล่านั้น บ่งบอกว่าเขาเพิ่งจะไปแหวกว่ายในผืนน้ำด้านล่างมา แสงจันทร์ส่องกระทบกับหยดน้ำที่เกาะอยู่รอบตัวหลงเทียนฟาง ทำให้ดูราวกับเกล็ดมังกรก็ไม่ปาน ร่างสูงสง่าของหลงเทียนฟางยังคงสงบนิ่งและมีพลังปราณพวยพุ่งออกมา ผิวของเขาที่กระทบกับแสงจันทร์เป็นสีทองสุกสว่าง และพลังปราณที่พวยพุ่งออกจากร่างนั้นก็ดูราวกับมีเงาของมังกรแหวกแหวกว่ายอยู่รอบตัวแต่ในขณะนั้นเองคิ้วดกหนาทั้งสองข้างของหลงเทียนฟางก็ขมวดเข้าหากันแน่น แววตาของเขาบ่งบอกถึงความหงุดหงิดรำคาญใจ“ฮึ่ม!”หลงเทียนฟางจ้องมองไปทางทะเลสาบผอหยางอยู่นานในที่สุดก็ร้องตะโกนออกไปว่า “เจ้ามังกรดำ ข้าไล่ตามเจ้ามาสี่วันสี่คืนเต็มๆแล้วยังไม่สามารถจับตัวเจ้าได้ แต่เจ้าคิดว่าจะหนีรอดเงื้อมือของข้าได้จริงๆงั้นรึ”จะไม่ให้หลงเทียนฟางเดือดดาลใจได้อย่างไรกันเล่าในเมื่อหลายครั้งหลายคราที่เขาเห็นมันลางๆแล้ว แต่สุดท้ายมันกลับหนีรอดไปได้ทุกครั้ง และตอนนี้มันก็หนีมายังทะเลสาบผอหยางที่กว้างใหญ่ และร่องรอยของมันก็หายไปจนไม่อาจหาพบได้อีก ทำให้เขาโมโหจนแทบกระอักเลือดหลงเทียนฟางกระโดดลงไปในน้ำอีกครั้งแต่กลับไม่มีเสียงตูม และไม่มีน้ำพุ่งกระจายออกมาเลยแม้แต่น้อย นั่นเพราะเขากำลังยืนอยู่บนผิวน้ำราวกับกำลังยืนอยู่บนผืนดินนั่นเองหลงเทียนฟางยืนนิ่งอยู่บนผิวน้ำแต่สายตาของเขานั้นกลับมองเห็นสิ่งที่อยู่ใต้น้ำได้อย่างชัดเจน จากนั้นปลาตัวใหญ่มากมายก็พากันกระโดดขึ้นเหนือผิวน้ำ คล้ายกับว่ากำลังทำการคำนับให้กับหลงเทียนฟางหลงเทียนฟางไม่ใส่ใจกับปลาน้อยใหญ่เหล่านั้นเขายืดตัวตรงจากนั้นจึงก้าวเท้าวิ่งไปตามผิวน้ำอย่างรวดเร็ว แต่ละก้าวของเขานั้นก้าวไปได้ไกลกว่าหนึ่งร้อยเมตรเลยทีเดียวจากนั้นหลงเทียนฟางก็กระโดดลงไปใต้ทะเลสาบผอหยางอีกครั้งและทันทีที่เขากระโดดลงไปนั้น สัตว์น้ำหายากมากมายอยา่งเช่นปลาหมึกหลากสี ปลาโลมาหัวบาตรหลังเรียบก็ปรากฏตัวขึ้นทันที จากนั้นก็มีปลาประหลาดน้อยใหญ่นับร้อยๆว่ายตามร่างของหลงเทียนฟางไปอย่างรวดเร็วไม่เพียงเท่านั้น..นกกระเรียนและหงส์อีกมากมายที่อยู่ใกล้ๆบริเวณนั้น ก็พากันบินมารวมตัวที่ทะเลสาบผอหยาง และบินตามร่างของหลงเทียนฟางไปทันทีไม่ว่าจะเป็นปลาเล็กปลาใหญ่หงส์ หรือนก สัตว์เหล่านี้ล้วนสัมผัสถึงปราณมังกรอันทรงพลังที่ปลดปล่อยจากร่างของหลงเทียนฟางได้“ฮึ่ม!!”หลงเทียนฟางเดินอยู่บนผิวน้ำและสำรวจไปรอบทะเลสาบผอหยางอีกครั้ง ระหว่างนั้นเขาก็เอื้อมมือลงไปจับปลาหมึกสีแดงที่มีลำตัวยาวกว่าหนึ่งเมตรขึ้นมา“ข้าจะกินเจ้า!”ยังไม่ทันพูดจบประโยคดีด้วยซ้ำหลงเทียนฟางก็ยัดหัวของปลาหมึกสีแดงเข้าไปในปาก และกัดหัวของมันขาดก่อนจะกลืนลงท้องไป จากนั้นจึงโยนร่างไร้ศรีษะของปลาหมึกนั้นกลับลงทะเลสาบไปอย่างไม่ใยดี