ตอนที่ 908
บทที่ 1338 : กล้าประมือกับข้าหรือไม่?
October 22, 2026
ณหุบเขาหลงเฟิง บนเขาหลงหู่.. เวลานี้เป็นเวลาตีสองของเช้าวันใหม่ภายในหุบเขาหลงหู่มีเพียงความเงียบสงัด และเหลือคนเจ็ดคนกับร่างไร้วิญญาณอีกยี่สิบเอ็ดร่างที่นอนเรียงกันอยู่บนพื้น ทั้งเจ็ดคนนั้นก็คือหลิงหยุนเย่ซิงเฉิน และเย่ชิงซิน เย่เทียนสุ่ยกับเย่เทียนตูแห่งตระกูลเย่ ยังมีหลวงจีนเจี๋วยหยวนแห่งเส้าหลิน และนักพรตชงซวีแห่งบู๊ตึ๊ง ส่วนร่างไร้วิญญาณทั้งยี่สิบเอ็ดร่างนั้นก็คือร่างของอาวุโสทั้งสามแห่งวัดเส้าหลิน กับสิบแปดอรหันต์เส้าหลินนั่นเอง! ก่อนหน้านี้ราวครึ่งชั่วโมงหลิงหยุนได้จัดการสะสางความแค้นของตระกูลหลิงเมื่อสิบแปดปีก่อนจนเสร็จสิ้นแล้ว ผู้ที่ควรฆ่าก็ฆ่าแล้ว ผู้ที่ควรปล่อยก็ปล่อยแล้ว และผู้ที่รอดชีวิตก็กลับออกจากหุบเขาหลงเฟิงไปหมดแล้วเช่นกัน งานชุมนุมชาวยุทธเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เวลาสามทุ่มของคืนก่อนและสิ้นสุดในเวลาตีสองของวันใหม่ รวมแล้วเป็นเวลากว่าห้าชั่วโมง แต่ศัตรูของหลิงหยุนล้วนถูกสังหารตายไปตั้งแต่สามชั่วโมงแรกและสองชั่วโมงหลังเวลาเที่ยงคืนนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นการทำลายขุมกำลังของศัตรู งานชุมนุมชาวยุทธในคืนนี้หลิงหยุนนับว่าได้รับชัยชนะอย่างสวยงาม! เหล่าชาวยุทธที่มารวมตัวกันในงานชุมนุมชาวยุทธคืนนี้มีมากกว่าหกร้อยคนแต่เหลือจำนวนผู้ที่รอดชีวิตออกจากหุบเขาแห่งนี้ได้ไม่ถึงสองร้อยคน ครั้งนี้..หลิงหยุนไม่เพียงสามารถแก้แค้นศัตรูของตนได้หมด แต่ยังได้ประโยชน์กลับไปอย่างมากมายมหาศาล ซึ่งก็คืออาวุธและแต้มของหน่วยนภาจำนวนมากที่รีดไถมาได้นั่นเอง! และจำนวนแต้มหน่วยนภาที่หลิงหยุนรีดไถจากเหล่าชาวยุทธมาได้นั้นก็เป็นจำนวนที่น่าตกใจไม่น้อย! ตัวหลิงหยุนรีดไถมาได้120 ล้านแต้ม ในขณะที่ตี้เสี่ยวอู๋กับหวังชงเซียวรีดไถมาได้ราว 20ล้านแต้ม รวมกับแต้มที่ได้จากการประมูลโอสถในคืนก่อนอีก 6 ล้านแต้ม เรียกได้ว่าเวลานี้หลิงหยุนมีแต้มของหน่วยนภาอยู่ในมือเกือบ 150 ล้านแต้ม โจวเหวินอี้ซึ่งเป็นถึงหัวหน้าอาวุโสของหน่วยนภายังมีเพียงแค่100 ล้านแต้ม ส่วนอาวุโสหน่วยนภาคนอื่นๆอีกสิบคนนั้น แต่ละคนรวมกันยังไม่ถึง 50 ล้านแต้ม.. นี่ย่อมหมายความว่าเวลานี้แต้มของหลิงหยุนมากกว่าทั้งโจวเหวินอี้และอาวุโสคนอื่นๆทั้งหมด แต่เนื่องจากโจวเหวินอี้อยู่ฝ่ายหลิงหยุนหาใช่คู่แข่งเช่นนี้แล้วหากนับรวมโจวเหวินอี้ไปด้วย ย่อมเท่ากับว่าหลิงหยุนมีแต้มอยู่ในมือถึง 250 แต้ม! เนื่องจากหน่วยนภาไม่ต้องการให้เกิดภาวะแต้มคะแนนล้นยุทธภพจนกลายเป็นสิ่งไร้ค่าหน่วยนภาจึงได้กำหนดให้มีแต้มของหน่วยนภาหมุนเวียนอยู่ในยุทธภพเพียงแค่หนึ่งพันล้านแต้มเท่านั้น! นอกจากจะได้แต้มหน่วยนภาไปจำนวนมหาศาลแล้วหลิงหยุนยังได้อาวุธ สมบัติล้ำค่า ยันต์ และโอสถต่างๆกลับไปอย่างมากมายด้วยในงานชุมนุมชาวยุทธคืนนี้มียอดฝีมือถูกสังหารตายไปมากกว่าสี่ร้อยคนแน่นอนว่าย่อมต้องมีทั้งอาวุธและสมบัติติดตัวพวกเขามากมาย อีกทั้งยังมีที่รีดไถได้จากยอดฝีมืออีกกว่าสองร้อยที่รอดชีวิตด้วยเล่า เพราะพวกเขาล้วนลงเขาไปอย่างหมดเนื้อหมดตัว เรียกได้ว่าเหลือเพียงแค่ร่างกายกับเสื้อผ้าที่ติดตัวมาเท่านั้นเย่เทียนสุ่ยเฝ้ามองหลิงหยุนเก็บเกี่ยวผลประโยชน์อันมากมายมหาศาลนี้ด้วยความอิจฉา!นั่นเพราะเพียงแค่งานชุมนุมชาวยุทธเพียงคืนเดียวหลิงหยุนก็สามารถหาสมบัติมากมายให้กับตนเองและตระกูลหลิงได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ และสิ่งที่หลิงหยุนได้ไปทั้งหมดในคืนนี้คืนเดียว ก็เป็นสิ่งที่ตระกูลเย่ต้องใช้เวลานับสิบปีในการหามาเลยทีเดียว!เช่นนี้แล้วจะไม่ให้เย่เทียนสุ่ยอิจฉาหลิงหยุนจนแทบคลั่งได้อย่างไรกันเล่าแต่เย่เทียนสุ่ยก็ทำได้เพียงแค่อิจฉาเท่านั้นเพราะเขาไม่สามารถแย่งชิงสิ่งของเหล่านี้มาจากหลิงหยุนได้ และต่อให้สามารถแย่งชิงมาได้ เขาก็ไม่มีแหวนพื้นที่ที่จะขนของมากมายเหล่านี้กลับไปได้ หากเป็นเขา.. เขาคงเลือกหยิบเฉพาะโอสถล้ำค่า และสิ่งที่ตระกูลเย่ยังไม่มีไปเท่านั้น!ฉะนั้นแล้ว..ทั้งเย่เทียนสุ่ยและเย่เทียนตูจึงทำได้เพียงแค่ยืนมองหลิงหยุนเก็บกวาดสนามประลอง และเรียกสิ่งของต่างๆกลับเข้าไปเก็บในแหวนพื้นที่เท่านั้น!หลังจากสิ้นสุดภารกิจสะสางความแค้นของหลิงหยุนในคืนนี้แล้วหลิงหยุนเชื่อว่าจะไม่มีชาวยุทธไม้เลื้อยคนใดกล้ามาร่วมงานชุมนุมชาวยุทธเช่นนี้อีกเป็นแน่!แม้เหล่าชาวยุทธไม้เลื้อยจะเดินลงเขาไปด้วยปาดน้ำตาไปด้วยก็ตามแต่พวกเขาก็ยังรู้สึกว่าตนเองโชคดีกว่าอีกสี่ร้อยชีวิตที่ต้องกลายเป็นร่างไร้วิญญาณอยู่ในหุบเขาหลงเฟิงแห่งนี้..ถึงแม้หลิงหยุนจะรู้ว่าในกลุ่มของชาวยุทธไม้เลื้อยเหล่านี้ย่อมต้องมีคนของตระกูลหลงและตระกูลเย่แทรกซึมอยู่ด้วย แต่หลิงหยุนคร้านที่จะมานั่งเค้นถามทีละคน จึงได้แต่ปล่อยๆไปหลังจากที่ชาวยุทธไม้เลื้อยกลับออกไปจนหมดแล้วหลิงหยุนจึงสั่งให้หวังชงเซียว ตี้เสี่ยวอู๋ และแวมไพร์ทั้งห้า ช่วยกันนำศพทั้งหมดภายในหุบเขาและที่อยู่รอบๆ ไปกำจัดด้วยผงละลายศพแวมไพร์ทั้งห้าล้วนแล้วแต่ใช้เวทย์มนต์ได้ทั้งหมดแล้วการจัดการเคลื่อนย้ายและทำลายซากศพจึงเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว แต่ละคนสามารถขนศพได้มากกว่าสิบศพในคราวเดียว และในเวลาเพียงไม่กี่นาทีศพทั้งหมดก็มากองรวมอยู่ในที่เดียวกัน หลังจากจัดการเทผงละลายศพลงไป ศพทั้งหมดก็เริ่มละลายกลายเป็นน้ำสีเหลืองอย่างรวดเร็วมีเพียงร่างไร้วิญญาณทั้ง21 ร่างของเหล่าหลวงจีนวัดเส้าหลิน ที่หลวงจีนเจี๋ยวหยวนไม่ยอมให้ทำลาย และได้ขอหลิงหยุนที่จะนำไปจัดการเอง และหลิงหยุนก็ยินยอมหลังจากจัดการเรื่องศพภายในหุบเขาหลงเฟิงเสร็จแล้วหลิงหยุนก็ได้สั่งให้ไป๋เซียนเอ๋อ หวังชงเซียว แวมไพร์ทั้งห้า และคนอื่นๆเดินทางไปพร้อมกับฉินตงเฉี่วย และแม่ชีอารามจิ้งซินทั้งยี่สิบเอ็ดคนที่ถูกทำลายวรยุทธไป และให้ทั้งหมดเดินทางไปพักที่ตัวเมืองอินถางหนึ่งคืนก่อนเพื่อความปลอดภัยเพราะถึงอย่างไรที่นี่ก็คือเขาหลงหู่ซึ่งเป็นที่อยู่ของนักบวชสำนักเขาหลงหู่หลิงหยุนจึงเกรงว่าจะมีนักบวชทั้งฝ่ายชางจิงกง และเทียนชี่ฝูออกมาสะสางความแค้นกับตน และที่สำคัญในคืนนี้ทั้งตระกูลหลงที่อยู่เบื้องหลังการปลุกปั่นใส่ไฟ และสำนักกระบี่เทียนซานก็ยังไม่มีผู้ใดปรากฏตัว..ด้วยเหตุนี้กลุ่มของหลิงหยุนทั้งสิบหกคนเวลานี้ จึงเหลือเพียงแค่หลิงหยุนกับเย่ซิงเฉินเพียงสองคนเท่านั้น!ก่อนที่หวังชงเซียวจะจากไปนั้นหลิงหยุนได้มอบโอสถหลงหู่ให้กับเขาหนึ่งขวด นั่นเพราะจากเหตุการณ์ในคืนนี้ หวังชงเซียวได้ทำให้หลิงหยุนเห็นแล้วว่า เขาสามารถไว้วางใจหวังชงเซียวได้!