ตอนที่ 909
บทที่ 1339 : ประมือกันครั้งแรก!
October 22, 2026
กล้าประมือกับข้าหรือไม่! หลิงหยุนฟังแล้วก็ได้แต่อึ้งไปเล็กน้อยและนึกขันผู้ที่กล้าเอ่ยถามตนเช่นนี้! คำพูดที่หลุดจากปากหลงเทียนฟางเมื่อครู่นั้นต้องเรียกว่าบ้าดีเดือดจึงจะถูกต้อง! เพราะในหุบเขาหลงเฟิงแห่งนี้ ยอดฝีมือมากกว่าหกร้อยคนเพิ่งจะถูกหลิงหยุนสังหารตายไปเกือบหมด เหลือไม่ถึงสองร้อยคนที่มีโอกาสรอดชีวิตกลับลงเขาไปได้! แต่ทันทีที่หลงเทียนฟางมาถึงกลับร้องตะโกนถามหลิงหยุนอย่างยะโสโอหังเช่นนั้น! สำหรับผู้ที่โง่เขลาเช่นนี้หลิงหยุนคร้านที่จะเสียเวลาตอบคำถาม แต่ได้เพ่งจิตหยั่งรู้ของตนจับจ้องที่ร่างของหลงเทียนฟางที่อยู่ห่างไปราวแปดร้อยเมตร และพินิจดูอย่างละเอียด หลงเทียนฟางเร่งเหาะเข้ามาหาหลิงหยุนด้วยความเร็วสูงสุดและความเร็วในการเหาะของเขานั้นก็อยู่ในอัตราห้าร้อยเมตรต่อวินาที ซึ่งนับว่าเป็นความเร็วที่เร็วกว่ากระสุนปืนเสียอีก! และเมื่อมาถึงหลงเทียนฟางก็ลดความเร็วลง แต่เริ่มปลดปล่อยปราณมังกรที่แข็งแกร่งออกมา เพื่อแสดงถึงความพร้อมที่จะประมือกับหลิงหยุนอย่างเต็มที่ เวลานี้แสงสีทองเรืองรองเปล่งประกายออกมาจากร่างของหลงเทียนฟางจนสว่างไปทั่วทั้งท้องนภา คำตอบของหลิงหยุนเองก็ไม่จำเป็นกับหลงเทียนฟางแต่อย่างใดเพราะยังไม่ทันสิ้นเสียงพูดของตนเอง ร่างของหลงเทียนฟางก็เหาะมาด้วยความเร็วสูง และเข้าใกล้บริเวณที่หลิงหยุนยืนอยู่อย่างมากแล้ว ส่วนหลิงหยุนเองก็ไม่ได้รับรู้เสียงของหลงเทียนฟางจากหูของตน แต่รับรู้ได้ด้วยจิตหยั่งรู้อันทรงพลังแทน ทำให้เขาได้ยินคำพูดของหลงเทียนฟางตั้งแต่ก่อนที่จะเหาะมาใกล้แล้ว และนี่คือความพิเศษของขั้นพลังชี่– กลั่นปราณบ่มเพาะจิตวิญญาณ ผู้บ่มเพาะพลังที่ฝึกมาถึงขั้นนี้นั้น จะมีประสาทสัมผัสทั้งห้าเหนือกว่ามนุษย์ธรรมดาทั่วไป เพาะหากไม่มีจิตหยั่งรู้ที่แข็งแกร่งสามารถรับรู้ได้ในระยะไกลเช่นนี้ คนผู้นั้นอาจถูกสังหารตายก่อนที่จะได้ยินคำพูดประโยคนั้นก็ได้ หลงเทียนฟางตั้งใจโอ้อวดความแข็งแกร่งของตนเพื่อข่มขวัญศัตรูเพราะในขณะที่เขาร้องตะโกนออกไปนั้นร่างของเขายังอยู่ห่างจากหลิงหยุนไปเกือบสี่กิโลเมตร แต่กลับใช้เวลาเพียงแค่แปดวินาทีก็สามารถเหาะมาใกล้กับบริเวณที่หลิงหยุนยืนอยู่มากแล้ว! แปดวินาที..เจ็ดวินาที.. หกวินาที.. ห้าวินาที.. หลิงหยุนแอบคำนวนเวลาอยู่ในใจเงียบๆและในวินาทีที่ห้าหลิงหยุนก็ทำการเผาเสินหยวนอีก 360 หยดทันที! หลิงหยุนผ่านการต่อสู้ที่ต้องเสี่ยงตายมามากมายหลายต่อหลายครั้งเพียงแค่เห็นเช่นนี้เขาก็สามารถคาดการณ์ได้ว่าหลงเทียนฟางจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากศัตรู! เขาจึงต้องเตรียมตัวให้พร้อมอย่างเต็มที่ เพราะหลงเทียนฟางนั้นดูเหมือนจะยะโสโอหังไม่ต่างจากตัวของเขาเองนัก! ด้วยเหตุนี้หลิงหยุนจึงไม่กล้าที่จะประมาทแม้แต่น้อย! สำหรับหลิงหยุนแล้วเขาให้ความสำคัญกับการไม่ประมาทศัตรูและการต่อสู้อย่างมีชั้นเชิงมากกว่าสิ่งใด ที่ผ่านมาแม้แต่ศัตรูตัวเล็กตัวน้อยที่ไม่อาจทำอันตรายต่อเขาได้ หากไม่สังหารทิ้ง หลิงหยุนก็จะจัดการจนทำให้อีกฝ่ายไม่สามารถเป็นพิษเป็นภัยต่อตนได้อีก แล้วนับประสาอะไรกับหลงเทียนฟางเล่า หลังจากที่จัดการเผาเสินหยวนไปอีกสามร้อยหกสิบหยดหลิงหยุนก็สามารถเข้าสู่ขั้นลิ่วเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-6) ได้อีกครั้ง.. และด้วยอานุภาพของจิตหยั่งรู้ที่แข็งแกร่งในขั้นลิ่วเฉิงชี่นี้ทำให้หลิงหยุนสามารถเห็นหลงเทียนฟางได้อย่างชัดเจน และเห็นแม้กระทั่งรายละเอียดของแสงสีทองรอบตัวเขาด้วย! “หมอนี่ช่างบ้าโดยแท้..”หลิงหยุนเห็นหลงเทียนฟางที่สวมเสื้อแขนกุดและเหาะมาด้วยเท้าเปล่าเพื่อต่อสู้กับตนเช่นนั้น ก็อดที่จะพึมพำออกมาด้วยความรู้สึกทึ่งไม่ได้ แต่ในใจก็นึกชอบความบ้าบอของอีกฝ่ายขึ้นมาบ้างเล็กน้อย..และนี่คือความรู้สึกประทับใจแรกที่หลิงหยุนมีต่อหลงเทียนฟาง!หลิงหยุนเห็นหลงเทียนฟางเหาะเข้ามาใกล้ด้วยความเร็วสูงสุดแต่ไม่มีทีท่าว่าจะชะลอความเร็วลงเลยแม้แต่น้อย เขาจึงได้แต่ยิ้มออกมา และเรียกกระบี่โลหิตแดนใต้ขึ้นมาถือไว้ในมือทันทีพรึบ!หลังจากนั้นหลิงหยุนก็ทำการโคจรดาราคุ้มกายขั้นสุดเป็นเกราะคุ้มกันร่างกายและยกปลายกระบี่ขึ้นเหนือศรีษะ พร้อมกับคิดในใจว่า‘หากเจ้าพุ่งเข้ามาใกล้ข้าเมื่อใดเจ้าต้องตายด้วยกระบี่ในมือข้าแน่!’หลงเทียนฟางเหาะเข้าหาหลิงหยุนด้วยความเร็วห้าร้อยเมตรต่อวินาทีเช่นนี้หลิงหยุนแทบไม่ต้องออกแรงอะไร เพียงแค่ถือกระบี่วิเศษนี้ไว้ในมือ หากหลงเทียนฟางไม่ชะลอความเร็ว และตั้งใจพุ่งเข้าใส่หลิงหยุน เขาย่อมต้องโดนคมกระบี่โลหิตแดนใต้ในมือของหลิงหยุนจนบาดเจ็บแน่!ไม่เพียงเท่านั้นหลิงหยุนยังกวัดแกว่งกระบี่ในมือไปมาอย่างรวดเร็ว เรียกได้ว่าหากหลงเทียนฟางพุ่งเข้ามาจริง ก็คงยากที่จะหลบคมกระบี่ในมือของหลิงหยุนพ้น!หลิงหยุนเองก็อยากจะรู้ว่าหลงเทียนฟางจะบ้าดีเดือดถึงขั้นเหาะตรงเข้าปะทะกับกระบี่วิเศษในมือของตนหรือไม่แล้วหลงเทียนฟางจะกล้าหรือไม่แน่นอนว่าหลงเทียนฟางย่อมก็ไม่กล้า! ฟิ้ว!ทันทีที่หลงเทียนฟางเหาะเข้าใกล้หลิงหยุนในระยะหนึ่งร้อยเมตรเขาก็ได้เหาะเบี่ยงไปทางด้านซ้ายของหลิงหยุนอย่างรวดเร็ว ก่อนจะไปหยุดอยู่ห่างจากร่างของหลิงหยุนราวสามร้อยเมตรได้หลงเทียนฟางกัดฟันกรอดสายตาของเขาจ้องมองหลิงหยุนด้วยความไม่พอใจพร้อมกับร้องตะโกนออกไปว่า“หลิงหยุน!เจ้าไม่เห็นรึว่าข้ามามือเปล่า เหตุใดยังชักกระบี่ออกมาอีก”หลิงหยุนหันไปมองหลงเทียนฟางด้วยสีหน้าสงบนิ่งพร้อมตอบกลับไปยิ้มๆ“จริงอยู่ที่เจ้าเหาะมามือเปล่า แต่ด้วยความเร็วห้าร้อยเมตรต่อวินาทีเช่นนั้น เจ้าคิดว่าข้าจะโง่ยืนนิ่งๆรอรับการจู่โจมของเจ้างั้นรึ ต่อให้เจ้ามามือเปล่า แต่เจ้าก็สามารถใช้หมัดจู่โจมข้าได้นี่!”“ฮ่าๆๆๆ”หลงเทียนฟางได้ยินคำตอบของหลิงหยุนก็ถึงกับหัวเราะออกมาเสียงดังเพราะหลิงหยุนสามารถคาดเดาได้อย่างถูกต้อง“เจ้าคงจะเป็นหลงเทียนฟางสินะ”หลิงหยุนจ้องมองหลงเทียนฟางที่อยู่ห่างไกลออกไปและได้แต่แอบตกใจ! เพราะเพียงแค่หลงเทียนฟางยืนนิ่งๆอยู่เช่นนี้ เขาก็ยังดูน่าเกรงขามราวกับสัตว์อสูรที่ดุร้าย และดูจากพลังปราณที่พวยพุ่งออกจากร่างของหลงเทียนฟางแล้ว เขาน่าจะสามารถเอาชนะยอดฝีมือขั้นพลังเหนือธรรมชาติระดับหกได้ไม่ยาก��