ตอนที่ 910
บทที่ 1340 : สู้กับหลงเทียนฟาง
October 22, 2026
“โอ้..หมัดของเจ้านับว่าแข็งแกร่งไม่เบาทีเดียว!” หลังจากที่หลงเทียนฟางปะทะเข้ากับหมัดปีศาจเถียนกังของหลิงหยุนเขาก็ไม่ได้แสดงความโกรธเกรี้ยวหรือว่าพออกพอใจ แต่ในแววตานั้นกับปรากฏความรู้สึกเย้ยหยันออกมาให้เห็น! หลิงหยุนได้ฟังก็ได้แต่หัวเราะออกมาแต่มิได้ตอบโต้กลับไปแต่อย่างใด หลิงหยุนเข้าใจจุดประสงค์ของตระกูลหลงได้ในทันที! การที่ตระกูลหลงส่งหลงเทียนฟางมาประมือกับเขาในวันนี้เห็นได้ชัดว่ามิได้จงใจที่จะมาสังหารตน แต่ต้องการให้หลงเทียนฟางมาทดสอบความแข็งแกร่ง และไพ่ในมือของเขาเสียมากกว่า! ไม่เช่นนั้นแล้วหากต้องการสังหารตนจริงๆ หลงฮ่าวเฉียนที่มาด้วยนั้น คงจะไม่เพียงแค่ยืนดูการประลองอยู่ห่างๆเป็นแน่ แต่คงต้องเป็นผู้ลงมือด้วยตัวเองแล้ว! และเช่นเดียวกันการที่หลงฮ่าวเฉียนมากับหลงเทียนฟางเช่นนี้ เป็นไปไม่ได้เลยที่หลิงหยุนจะสามารถลงมือสังหารหลงเทียนฟางได้ นั่นเพราะหากหลงเทียนฟางตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต แน่นอนว่าหลงฮ่าวเฉียนย่อมต้องรุดเข้ามาช่วยทันที! จากกระแลกหมัดในครั้งแรกนั้นหลิงหยุนก็สามารถคาดเดาได้ว่า ความแข็งแกร่งของหลงเทียนฟางนั้นน่าจะอยู่ในระดับสูงสุดขั้นอู่เฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-5) เป็นอย่างต่ำ และหากทั้งเขาและหลงเทียนฟางไม่ได้ต่อสู้เพื่อหมายเอาชีวิตกันและกันแล้วล่ะก็ หลงฮ่าวเฉียนจะไม่ยื่นมือเข้ามายุ่งเป็นแน่ เมื่อหลงเทียนฟางเห็นหลิงหยุนไม่ไล่ล่าเพื่อเอาชนะเขาจึงได้กระโดดถอยหนีออกไป ส่วนที่หลิงหยุนไม่ไล่ล่าและปล่อยให้หลงเทียนฟางกระโดดถอยหนีไปได้เช่นนั้น ก็คงไม่ต่างจากการที่เขาปล่อยให้จางคุนหลุนและหลี่คุนหลุนหนีไป เพราะรู้ดีว่าตนเองไม่สามารถสังหารคนทั้งสองได้! ในเมื่อเป็นการประลองที่ไม่ได้หมายเอาชีวิตซึ่งกันและกันจุดมุ่งหมายสูงสุดของการประลองครั้งนี้คือเพียงเพื่อรู้แพ้รู้ชนะเท่านั้น หลิงหยุนจึงมิได้ลงมือเต็มที่นัก! ด้วยเหตุนี้หลิงหยุนจึงตอบโต้หลงเทียนฟางไปโดยมิได้ใช้พลังทั้งหมดของตนจึงดูเหมือนว่าหลงเทียนฟางเป็นฝ่ายเหนือกว่า ยากนักที่หลงเทียนฟางจะได้พบเจอคู่ต่อสู้ที่เก่งกาจเช่นหลิงหยุนเขาจึงมีอาการตื่นเต้นดีอกดีใจออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน! ในขณะที่ตระกูลหลงใช้หลงเทียนฟางมาประลองเพื่อต้องการเห็นไพ่ในมือของหลิงหยุนหลิงหยุนเองก็ต้องการใช้โอกาสนี้ทดสอบวิชาของตระกูลหลงว่าจะแข็งแกร่งมากเพียงใดเช่นกัน! เมื่อคิดได้เช่นนี้หลิงหยุนจึงกำหมัดชกเข้ากับหมัดของหลงเทียนฟางที่จู่โจมเข้ามาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว การปะทะของหมัดทั้งสองในครั้งนี้ ไม่ต่างจากวัวกระทิงสองตัวที่พุ่งเขาเข้าใส่กัน หรือช้างทั้งสองเชือกที่พุ่งเข้าชนกัน จึงเกิดแรงปะทะที่รุนแรง หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่มีพลังปราณป้องกันที่มากพอ คงต้องได้รับบาดเจ็บอย่างแน่นอน! หลังจากที่หลิงหยุนกับหลงเทียนฟางประมือกันนั้นเย่ชิงซินก็เหาะขึ้นไปบนอากาศอีกครั้ง และยืนมองคนทั้งคู่ต่อสู้กันอยู่ห่างๆ เย่เทียนสุ่ยกับเย่เทียนตูก็เหาะตามขึ้นไปเช่นกันและเวลานี้ทั้งสามคนก็เหาะไปเกาะกลุ่มกันอยู่บนท้องฟ้าห่างไปราวหนึ่งกิโลเมตร พร้อมจับตามองการต่อสู้อย่างไม่กระพริบตา “ดูเหมือนจะไม่มีใครยอมใคร..”เย่เทียนสุ่ยพึมพำกับตัวเองในระหว่างที่จ้องมองการต่อสู้ของทั้งสองคนด้านล่าง “กลับไปข้าคงต้องหมั่นฝึกฝนให้หนักกว่านี้ไม่เช่นนั้นคงยากที่จะรับมือสองคนนี้ได้แน่..” เย่เทียนตูก็บ่นพึมพำกับตัวเองเช่นกัน แต่แล้วจู่ๆเย่เทียนสุ่ยก็ขมวดคิ้วพร้อมกับพูดขึ้นว่า“ดูเหมือนสองคนนี้เพียงแค่ต้องการทดสอบฝีมือของกันและกันเท่านั้นเอง ไม่ได้มุ่งหมายเอาชีวิตกันและกัน แบบนี้จะไปสนุกอะไรกัน” เย่เทียนตูหันไปยิ้มให้เย่เทียนสุ่ยพร้อมกับตอบไปว่า“เจ้าอย่าได้ร้อนใจไปนัก! นี่เพียงแค่เริ่มต้นเท่านั้น ข้าว่าคงจะมีอะไรสนุกๆให้ดูต่อจากนี้แน่!” “พวกเจ้าสองคนหุบปากได้แล้ว!เย่ชิงเฟิงส่งเจ้ามากับข้าเพื่อใด้ดูการต่อสู้ไม่ใช่รึ แต่พวกเจ้ากลับเอาแต่พูดมาก..”เย่ชิงซินเห็นหลานชายของตนสองคนต่างก็พูดไม่หยุดเช่นนั้นจึงได้แต่ดุไปด้วยความรำคาญ..เย่เทียนสุ่ยกับเย่เทียนตู่ถึงกับต้องรีบหุบปากและไม่กล้าพูดอะไรอีกเลย!……แสงสีทองส่องประกายสุกสว่างไปทั่วทั้งบริเวณ! ทั้งหลิงหยุนและหลงเทียนฟางต่างก็ต่อสู้กันอย่างดุเดือดผ่านไปไม่ถึงห้านาที แต่ทั้งคู่กลับแลกหมัดกันไปเป็นร้อยแล้ว ทั้งสองคนต่างก็เคลื่อนไหวไปมาด้วยความรวดเร็ว และต่างฝ่ายต่างก็แข็งแกร่งไม่แพ้กัน!มิหนำซ้ำทั้งคู่ยังสามารถรับมืออีกฝ่ายได้ดีและมีต่างก็มีพลังปราณเป็นเกราะป้องกันร่างกายที่แข็งแกร่งด้วย ในช่วงเวลาสั้นๆจึงไม่มีใครทำร้ายใครให้บาดเจ็บได้ตูม!ปัง!แต่แล้วจู่ๆหมัดสีทองสุกสว่างและทรงพลังของหลงเทียนฟาง ก็ชกเข้ากับไหล่ของหลิงหยุนอย่างแรง ในขณะที่เท้าของหลิงหยุนก็พุ่งฝ่าอากาศเตะเข้าที่ซี่โครงด้านซ้ายของหลงเทียนฟางอย่างรวดเร็วเช่นกัน!จากนั้นทั้งสองฝ่ายต่างก็กระเด็นถอยหลังไปคนละฝั่ง..“โอ้!สนุกมากจริงๆ!”หลังจากที่ถูกหลิงหยุนเตะเข้าที่ซี่โครงด้านซ้ายจนกระเด็นถอยหลังออกมาเมื่อทรงตัวยืนได้แล้วหลงเทียนฟางก็ถึงกับร้องบอกหลิงหยุนด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น“ฮ่าๆๆ”หลิงหยุนเดินวิชาลับหยิน–หยางไปทั่วร่างก็สามารถกำจัดพลังปราณของหลงเทียนฟางออกได้อย่างง่ายดายพร้อมกับหัวเราะออกมาหากจะพูดกันอย่างตรงไปตรงมาการประลองในครั้งนี้ หลิงหยุนนับว่าเป็นฝ่ายเสียเปรียบ นั่นเพราะหากนับตามขั้นพลังที่แท้จริงแล้ว หลิงหยุนอยู่ในขั้นที่ต่ำกว่าหลงเทียนฟางถึงสองขั้น เพราะอีกฝ่ายนั้นเข้าสู่ด่านกลางของขั้นพลังชี่แล้ว!อีกทั้งสามชั่วโมงของงานชุมนุมชาวยุทธก่อนหน้านี้หลิงหยุนก็ได้ต่อสู้และสังหารยอดฝีมือไปจำนวนมาก แน่นอนว่าย่อมต้องใช้พลังปราณในร่างกายไปมากด้วย แม้จะมีโอกาสได้พักอยู่ราวสองชั่วโมง ก็คงไม่อาจเทียบได้กับหลงเทียนฟางที่ยังมีพลังปราณอยู่เต็มเปี่ยมนั่นคือเหตุผลที่ทำให้หลิงหยุนเป็นฝ่ายเสียเปรียบหลงเทียนฟางมากแต่ถึงกระนั้น จากที่หลิงหยุนกับหลงเทียนฟางประมือกันมานั้น หลิงหยุนกลับสามารถทำได้ดีทั้งจู่โจม ตั้งรับ และป้องกันได้ไม่แพ้หลงเทียนฟางเลย!ฟิ้ว..หลงเทียนฟางเหาะมายืนอยู่ตรงหน้าหลิงหยุนห่างออกไปราวสิบกว่าเมตรพร้อมกับบอกหลิงหยุนว่า“หลิงหยุนเมื่อครู่เป็นเพียงแค่การอุ่นเครื่องเท่านั้น จากนี้ไปจะเป็นการประลองจริงๆแล้ว เหตุใดเจ้าจึงไม่ใช้กระบี่เหินของตนเองเล่า”หลิงหยุนแสยะยิ้มออกมาพร้อมตอบกลับไปว่า“ข้าเองก็เพิ่งอุ่นเครื่องเช่นกัน.. เจ้าเป็นคนบอกกับข้าเองไม่ใช่รึว่า เจ้ามีเพียงแค่มือเปล่า หากข้าใช้กระบี่เหิน จะไม่เป็นการรังแกเจ้าจนเกินไปงั้นรึ” ระหว่างที่พูดนั้นหลิงหยุนก็จงใจหันไปทางหลงฮ่าวเฉียนและหลงเทียนซินที่เหาะอยู่ไกลๆ เป็นการบอกนัยๆว่า ให้หลงเทียนฟางถามความเห็นของลุงและพี่ชายเสียก่อน!“ฮึ่ม!!”หลงเทียนฟางเห็นหลิงหยุนทำเหมืนตนเองเป็นเด็กที่ต้องมีผู้ปกครองคอยมาควบคุมเช่นนี้ ก็ได้แต่ร้องตะโกนออกไปด้วยความโมโห