ตอนที่ 912
บทที่ 1342 : วิชาห้าธาตุสังหาร
October 22, 2026
“เจ้าเห็นหรือไม่ดูเหมือนหลงเทียนฟางจะรีบร้อนจนเกินไป!” เย่เทียนตูเห็นหลงเทียนฟางรีบร้อนพัฒนาขั้นในระหว่างประลองเช่นนี้จึงได้แต่หันไปพูดกับเย่เทียนสุ่ยยิ้มๆ “เฮ้อ..” เย่เทียนสุ่ยส่ายหน้าไปมาพร้อมกับถอนหายใจแล้วจึงกล่าวต่อ “หลิงหยุนไม่เพียงดูดซับพลังหยางของนักบวชจากเขาหลงหู่ได้ แต่นี่เขายังดูดซับปราณมังกรของหลงเทียนฟางเข้าไปได้อีกงั้นรึ ร่างกายของหลิงหยุนเหตุใดจึงน่าอัศจรรย์เยี่ยงนี้นะ?” หลังจากนิ่งไปครู่หนึ่งเย่เทียนสุ่ยจึงได้แต่พึมพำออกมาว่า “อยากรู้นักว่ากระบี่ลมปราณของตระกูลเย่ หลิงหยุนยังจะสามารถดูดซับเข้าไปด้วยได้หรือไม่” แต่แล้วเสียงตอบก็ดังขึ้นมา.. “ย่อมได้!” เย่ชิงซินบิดเรือนร่างงดงามหันกลับไปตอบเย่เทียนสุ่ยพร้อมกับอธิบายต่อว่า “เพราะกระบี่ลมปราณของศิษย์สำนักกระบี่คุนหลุน และของตี๋ยั่วถังแห่งสำนักกระบี่เทียนซาน ล้วนถูกหลิงหยุนดูดซับเข้าไปแล้วทั้งสิ้น..” กระบี่กังฉีของหลิงหยุนนั้นล้วนเกิดจากการที่เขาดูดซับเอากระบี่ลมปราณของยอดฝีมือขั้นพลังเหนือธรรมชาติระดับที่สองเข้าไปนั่นเอง เย่เทียนสุ่ยและเย่เทียนตูถึงกับหันไปมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง! เย่ชิงซินจ้องมองหลงเทียนฟางที่กำลังพัฒนาขั้นพลังของตนอย่างตั้งใจ“ข้าได้ยินมาว่าหลงเทียนฟางจงใจยับยั้งขั้นของตนไว้ที่ระดับสูงสุดขั้นอู่เฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-5) มานานมากกว่าหนึ่งปีแล้ว ครั้งนี้คงต้องสามารถเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นลิ่วเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-6) ได้อย่างไม่มีปัญหา และยังมีโอกาสก้าวหน้ากว่านั้นด้วย..” “เห็นชัดว่าครั้งนี้หลงเทียนฟางต้องการเอาชีวิตของหลิงหยุนหลิงหยุนคงต้องเผชิญกับปัญหาครั้งใหญ่ทีเดียว!” เย่เทียนสุ่ยพยักหน้าเห็นด้วย“เพียงแค่นี้หลิงหยุนก็นับว่าเป็นฝ่ายเสียเปรียบอยู่แล้ว หากหลงเทียนฟางพัฒนาขั้นได้ถึงหนึ่งขั้นใหญ่เช่นนี้ ข้าว่าหลิงหยุนต้องตกที่นั่งลำบากแน่!” แต่เย่เทียนตูกลับไม่คิดเช่นนั้น“ไม่แน่เสมอไป! อย่าลืมว่าหลิงหยุนยังมีกระบี่หยางพิสุทธิ์!” เย่เทียนตูยังจำได้ว่ากระบี่หยางพิสุทธิ์ของหลิงหยุนนั้นได้ทำให้ยอดฝีมือของคุนหลุนทั้งสองคนได้รับบาดเจ็บสาหัสจนต้องล่าถอยมาแล้ว เขายังจดจำภาพนั้นได้ไม่ลืม! เย่ชิงซินพยักหน้ายิ้มๆ“เจ้ากล่าวได้ถูก! เวลานี้อาจดูเหมือนว่าหลงเทียนฟางเป็นฝ่ายได้เปรียบหลิงหยุน แต่ก็เพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น เพราะหลิงหยุนยังไม่ได้นำกระบี่หยางพิสุทธิ์ออกมาใช้ จึงยากที่จะสรุปได้ว่าผู้ใดจะพ่ายแพ้ถูกสังหารตายกันแน่” แต่แล้วจู่ๆเย่เทียนสุ่ยก็เอ่ยถามขึ้นว่า“น้าหญิง เช่นนี้แล้วหากหลิงหยุนตกอยู่ในอันตรายจริงๆ พวกเราควรเข้าไปช่วยเขาหรือไม่” เย่ชิงซินตอบกลับไปทันที“ไม่มีประโยชน์ที่จะทำเช่นนั้น!” จากนั้นเย่ชิงซินก็หันหน้าไปทางหลงเฮ่าวเฉียนและนั่นแทนคำตอบได้เป็นอย่างดีว่า หากนางลงมือช่วยหลิงหยุนต่อสู้กับหลงเทียนฟาง หลงฮ่าวเฉียนเองก็คงไม่ยอมนิ่งเฉยแน่ และจะต้องมาสะกัดนางไว้ไม่ให้สามารถช่วยหลิงหยุนได้อยู่ดี “แม้ว่าเทียนตูจะสามารถรับมือหลงเทียนซินได้แต่ต่อให้ประมือไปอีกกี่พันกระบวนท่า ก็ยังยากที่จะหาผู้แพ้ผู้ชนะได้ ส่วนเจ้า..” เย่ชิงซินเหลือบมองไปทางเย่เทียนสุ่ยแล้วจึงกล่าวต่อ“ต่อให้เจ้าอยากจะช่วยหลิงหยุน แต่ก็คงยาก เพราะด้วยกำลังของเจ้าในเวลานี้ เพียงแค่ทำลายเกราะป้องกันของหลงเทียนฟางยังไม่ได้เลย..” เย่เทียนสุ่ยได้แต่เกาหัวแกรกๆ “พวกเจ้าไม่ต้องกังวลใจไปพวกเรารอดูก่อนว่าหลิงหยุนจะตอบโต้กลับไปเช่นใด”เย่ชิงซินเอ่ยยิ้มๆแล้วจึงหยุดพูดทันที……หลังจากที่พัฒนาขั้นได้สำเร็จจนพลังสีทองสุกสว่างเปล่งประกายไปทั่วร่างแล้วหลงเทียนฟางก็กระโดดตามหลิงหยุนลงมาที่พื้นดินด้านล่างทันที!บูม!กระแสวนหยิน–หยางปรากฏขึ้นหมุนอยู่รอบตัวและเวลานี้ร่างของหลิงหยุนก็มีเกราะลมปราณสีเทาที่แข็งแกร่งกว่าเดิมถึงสามเท่าครอบคลุมอยู่ทั่วร่าง อีกทั้งยังมีดวงดาวทอประกายแสงระยิบระยับ และแสงนวลของดวงจันทร์สว่างอยู่รอบตัวไม่เพียงเท่านั้นเวลานี้พลังจันทราจากดวงจันทร์บนท้องนภา ก็ได้ทอดลงมาสู่ร่างของหลิงหยุน ดูประหนึ่งสายรุ้งที่กำลังทอดลงจากท้องฟ้าเบื้องบน มาสู่ร่างของหลิงหยุนที่อยู่เบื้องล่าง เป็นภาพที่งดงามและน่าตกตะลึงยิ่งนัก!เวลานี้ร่างกายของหลิงหยุนมีเกราะป้องกันอยู่ถึงห้าชั้นทั้งกระแสวนหยิน–หยาง เกราะลมปราณ ดาราคุ้มกาย รวมทั้งยันต์เกราะและชุดผ้าแพรไหมทองคำ!แม้ว่าหลงเทียนฟางจะสามารถพัฒนาขั้นได้และมีพลังที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างน่ากลัว แต่หลิงหยุนกลับไม่แสดงท่าทีหวาดกลัวออกมาให้เห็นเลยแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่เตรียมเกราะป้องกันตัวของตนให้พร้อมเท่านั้นหลงเทียนฟางคำรามลั่นอีกครั้งพร้อมกับพุ่งหมัดเข้าใส่ร่างของหลิงหยุนอย่างรวดเร็ว..“ลองลิ้มรสหมัดของข้าอีกครั้ง!”หมัดของหลงเทียนฟางหลังจากที่พัฒนาขั้นแล้วนั้นนับว่าแข็งแกร่งและทรงพลังกว่าก่อนหน้านี้อย่างมาก! หลิงหยุนเองก็คำรามลั่นเช่นกันจากนั้นจึงกระโดดเข้าหาหลงเทียนฟางพร้อมกับซัดหมัดปีศาจเถียนกังเข้าใส่กำปั้นของหลงเทียนฟางอย่างไม่นึกเกรงกลัวเช่นกันตูม!หมัดทั้งสองข้างของหลิงหยุนปะทะเข้ากับหมัดหนึ่งข้างของหลงเทียนฟางอย่างรุนแรง!และทันทีที่พลังปราณจากกำปั้นทั้งสามปะทะเข้าใส่กันอย่างรุนแรงนั้นก็เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวขึ้น และเกิดแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งปฐพี..บนพื้นดินด้านล่างเวลานี้ก้อนหินขนาดใหญ่เกือบสองเมตรได้ลอยขึ้นจากพื้น และกำลังหมุนไปทั่วทั้งหุบเขาตามกระแสลมปราณที่รุนแรง เมื่อปะทะเข้ากับต้นไม้ ต้นไม้ก็หัก เมื่อปะทะเข้ากับก้อนหินที่เล็กกว่า ก้อนหินก็แตกกระจาย..ภาพที่ปรากฏอยู่เวลานี้เป็นภาพที่แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของพลังปราณจากทั้งสองฝ่ายว่าน่าหวาดผวาเพียงใด!กระแสวนหยิน–หยางถูกพลังปราณจากหมัดของหลงเทียนฟางซัดจนแตกกระจุยเกราะลมปราณฉีกขาดในทันที และแสงดวงดาวระยิบระยับและแสงจันทร์ที่ส่องสว่างเมื่อครู่ก็ค่อยๆหม่นลงจากพลังหมัดเพียงหมัดเดียวของหลงเทียนฟาง..ชุดผ้าแพรไหมทองคำของหลิงหยุนก็ถูกพลังปราณจากหมัดของหลงเทียนฟางจนเวลานี้ขาดทะลุเป็นรูขนาดใหญ่!ส่วนร่างของหลิงหยุนนั้นก็ไม่ต่างจากก้อนหินขนาดใหญ่ก้อนนั้นเลยแม้แต่น้อยเวลานี้ร่างของเขาลอยระลิ่วราวกับว่าวที่ขาดจากเชือก ไปกระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่เจ็ดแปดต้นจนหักระเนระนาด และท้ายที่สุดก็ไปกระแทกเข้ากับหน้าผาหินอย่างแรงก่อนจะร่วงลงกระแทกกับพื้น!ตูม!เสียงร่างของหลิงหยุนร่วงหล่นดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งบริเวณตามมาด้วยเสียงก้อนหินแตกกระจุยกระจาย และเกิดแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งหุบเขา!การที่หลงเทียนฟางเข้าสู่ขั้นลิ่วเฉิงชี่(ขั้นพลังชี่-6) ทำให้เขามีพลังแข็งแกร่งไม่ต่างจากอสูรกายเลยแม้แต่น้อย!