ตอนที่ 913
บทที่ 1343 : มุ่งหน้าสู่ทะเลสาบผอหยาง
October 22, 2026
“ท่านลุงพวกเรารีบตามไปดู!” เมื่อเห็นหลงเทียนฟางถูกหลิงหยุนไล่ล่าออกไปไกลหลงเทียนซินก็รีบชวนหลงฮ่าวเฉียนให้ตามไปทันที “ไม่รู้ว่าเทียนฟางจะเป็นอันตรายหรือไม่” หลงเทียนฟางร้องบอกด้วยความกังวลใจเพราะคิดไม่ถึงว่าหลิงหยุนจะสามารถทำลายเกระป้องกันของหลงเทียนฟาได้ เขาจึงร้อนใจและกระวนกระวายใจยิ่งนัก “เทียนซิน..ไม่ต้องรีบร้อนไปนัก เทียนฟางไม่เป็นอะไรแน่! เข้าเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นลิ่วเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-6) แล้ว และหากเขาเผาหยดหลงหยวน ความแข็งแกร่งของเขาก็เทียบกับข้าได้ทีเดียว เป็นไปไม่ได้เลยที่จะถูกหลิงหยุนสังหารได้ !” หลงฮ่าวเฉียนครุ่นคิดดีแล้วจึงไม่ได้รู้สึกเป็นกังวลแต่อย่างใดและได้อธิบายให้หลงเทียนซินคลายกังวล จากนั้นหลงเทียนซินก็ได้ยินหลงฮ่าวเฉียนพูดต่อ“อีกอย่าง ภายในจุดซือไห่ของเทียนฟางก็มีมังกรจริงๆว่ายวนอยู่ หากเกิดอันตรายกับเทียนฟางถึงชีวิตขึ้นจริงๆ ดวงจิตของมังกรตนนั้นต้องออกมาปกป้องเจ้านายของมันไว้ ไม่มีทางปล่อยให้เทียนฟางถูกสังหารตายอย่าแน่นอน!” จากนั้นหลงฮ่าวเฉียนก็ขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยพร้อมกับเอ่ยต่อด้วยความสงสัย “เพียงแต่ข้าเองก็ไม่สามารถคาดเดาได้ว่า หลิงหยุนจะมีไพ่ในมืออะไรอีกเท่านั้นเอง!” หลงฮ่าวเฉียนนั้นกำลังคิดไม่ต่างจากคนตระกูลเย่เลยพวกเขาคาดหวังว่าหลิงหยุนจะต้องใช้กระบี่หยางพิสุทธิ์ แต่สุดท้ายหลิงหยุนก็ไม่ได้ใช้ แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็ไม่ได้รู้สึกเป็นกังวล เพราะรู้ว่าหลิงหยุนน่าจะยังมีไพ่อยู่ในมืออีกมาก เวลานี้แม้ขั้นพลังของหลิงหยุนจะเป็นรอง แต่กลับยังสามารถทำลายเกราะป้องกันของหลงเทียนฟางได้อย่างไม่น่าเชื่อ! หลังจากสนทนากันอยู่ครู่หนึ่งทั้งคู่จึงค่อยกระโดดไล่ตามคนทั้งสองไปทันที! …… หลิงหยุนกับหลงเทียนฟางไล่ไล่ล่ากันจนออกไปนอกเขตหุบเขาหลงเฟิงคนตระกูลเย่ทั้งสามต่างก็พากันเหาะตามไปเช่นกัน แต่ก็ไม่รีบร้อนเท่าหลงฮ่าวเฉียนกับหลงเทียนซิน ทั้งสามจึงค่อยๆเหาะตามไปพร้อมกับพูดคุยกันไปด้วย เย่เทียนตูยกมือขึ้นเกาศรีษะพร้อมกับขมวดคิ้วเล็กน้อย“ดูเหมือนหลิงหยุนจะมีไพ่ในมืออยู่มากมายนัก แต่ข้ากลับมีกระบี่เหินเพียงเล่มเดียว!” เย่ชิงซินได้ยินจึงค่อยๆชะลอความเร็วลงจากนั้นจึงหันไปมองเย่เทียนตู่พร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเข้มงวดดุดัน “เทียนตูอย่าให้สิ่งใดสั่นคลอนดวงจิตกระบี่ของเจ้าได้!” หลังจากตำหนิเย่เทียนตูไปแล้วเย่ชิงซินจึงพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลมากขึ้น “ไม่ว่าจะมีไพ่ในมือมากเพียงใดก็ตาม แต่จะมีเพียงสิ่งเดียวที่แข็งแกร่งที่สุด และไพ่ในมือที่แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลเย่เราก็คือกระบี่เหินเฟยเจี้ยน และตราบใดที่ดวงจิตกระบี่มั่นคงไม่สั่นคลอน ต่อให้คู่ต่อสู้จะมีมีไพ่ในมือมากมายเพียงใด ก็ย่อมสามารถเอาชนะได้อย่างแน่นอน!” เย่เทียนตูนั้นเข้าใจในคำพูดของเย่ชิงซินได้ดีเขาจึงพยักหน้าด้วยสีหน้าที่มั่นอกมั่นใจมากยิ่งขึ้น! หลังจากที่เย่ชิงซินอบรมเย่เทียนตูไปแล้วนางก็พึมพำออกมาเสียงเบาพร้อมกับขมวดคิ้วเล็กน้อย “แต่เด็กหลิงหยุนนั่น.. ก็ไม่ธรรมดาจริงๆ!” หลิงหยุนไม่เพียงมีดาราคุ้มกายที่แข็งแกร่งเป็นเกราะป้องกันแต่ยังมีวิชาหยางพิสุทธิ์ วิชาห้าธาตุสังหาร รวมทั้งวิชาพลังลับหยิน–หยาง วิชาพลังลับหยิน–หยางของหลิงหยุนนั้นไม่เพียงทำให้หลิงหยุนมีพลังปราณหยินและหยางไม่สิ้นสุดแล้ว แต่เขายังสามารถใช้พลังหยินและหยางนี้สร้างเป็นกระแสวนหยิน–หยาง เกราะลมปราณ โซ่หยิน–หยาง และปีกหยิน–หยางสำหรับใช้ในการจู่โจมคู่ต่อสู้ได้อีกด้วย..ดูเหมือนว่าการจะสังหารหลิงหยุนนั้นไม่ใช่เรื่องที่สามารถทำได้ง่ายๆและแทบไม่มีทางเป็นไปได้เลย จากที่เย่ชิงซินคาดคะเน ผู้ที่จะสามารถกำราบหลิงหยุนได้ น่าจะต้องเป็นผู้ที่แข็งแกร่งกว่าเขาถึงหกขั้นขึ้นไปเวลานี้หลิงหยุนอยู่ในระดับสูงขั้นซานเฉิงชี่(ขั้นพลังชี่-3) ผู้ที่จะสามารถกำราบหลิงหยุนให้พ่ายแพ้ได้ น่าจะต้องอยู่ในระดับสูงสุดขั้นจิ่วเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-9) ขึ้นไปเท่านั้นและนี่คือการประเมินของเย่ชิงซินหลังจากที่ได้เห็นการประลองของหลิงหยุนไปถึงสองครั้งสองครา..นั่นเพราะเวลานี้หลงเทียนฟางได้เข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นลิ่วเฉิงชี่(ขั้นพลังชี่-6) แล้ว แต่ขุมกำลังหลังจากเผาหยดหลงหยวนแล้วก็อยู่ที่ขั้นปาเฉิงเชี่ (ขั้นพลังชี่-8) เวลานี้กลับยังต้องเหาะหนีการไล่ล่าของหลิงหยุน เย่ชิงซินจึงคาดการว่าผู้ที่อยู่ต่ำกว่าระดับสูงสุดขั้นจิ่วเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-9) คงยากที่จะสามารถเอาชนะเขาได้เป็นแน่!เย่เทียนสุ่ยที่เหาะตามคนทั้งคู่ไปได้แต่ร้องตะโกนออกไปว่า“หลงเทียนฟางมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือเช่นนี้ น่าจะต้องไปที่ทะเลสาบผอหยางเป็นแน่!”ทั้งหลงเทียนฟางและหลิงหยุนนั้นเหาะไปด้วยความเร็วสูงสุดจนหลุดพ้นจากรัศมีจิตหยั่งรู้ของคนตระกูลเย่ทั้งสาม แต่เพราะร่างกายของคนทั้งคู่มีแสงสว่างเปล่งประกายเจิดจ้าออกมา พวกเขาทั้งสามคนจึงสามารถเหาะตามแสงสว่างนั้นไปได้เย่ชิงซินนึกชื่นชมเย่เทียนสุ่ยอยู่ในใจนางเหลือบมองไปทางเย่เทียนสุ่ยพร้อมกับตอบไปว่า “เจ้าคาดเดาได้ถูกต้อง! ร่างกายของเย่เทียนฟางนั้นเป็นกายามังกร และจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมเมื่ออยู่ใกล้กับแม่น้ำ หรือว่าทะเลสาบ เขาจึงเลือกที่จะเหาะหนีไปทางทิศเหนือ และมุ่งหน้าไปยังทะเลสาบผอหยางเพื่อต่อสู้กับหลิงหยุนที่นั่น”เพราะธรรมชาติของมังกรเมื่ออยู่ในน้ำนั้นจะสามารถอาศัยผืนน้ำสร้างความแข็งแกร่งให้กับตนเองได้โดยธรรมชาติ!“นั่นสิ!ดูท่าหลงเทียนฟางไม่ได้ตั้งใจที่จะหนีหลิงหยุน แต่เขาจงใจเลือกภูมิประเทศที่ได้เปรียบเพื่อต่อสู้กับหลิงหยุนต่างหาก!”เย่เทียนตูพูดขึ้นด้วยแววตาเป็นประกายพร้อมกับยิ้มออกมา..“ใช่แล้ว!อย่าลืมว่าหลงเทียนฟางนับเป็นสายเลือดตระกูลหลงที่แข็งแกร่งยิ่งนัก หากปล่อยให้หลิงหยุนสามารถเอาชนะได้ง่ายๆ ตระกูลหลงที่อยู่มานานนับพันปีมิต้องถึงคราวล่มสลายอย่างนั้นรึ”เย่ชิงซินอธิบายด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม..หลังจากที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับหลานชายทั้งสองคนแล้วเย่ชิงซินก็หันกลับไปมองเย่ซิงเฉินที่เหาะตามมา และเวลานี้ก็อยู่ไม่ไกลจากพวกตนนัก นางถอนหายใจออกมาเล็กน้อยพร้อมกับร้องบอกนางด้วยแววตาสับสน“แม่นางเย่เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงหลิงหยุนนัก คืนนี้ไม่ว่าอย่างไรหลงฮ่าวเฉียนก็ไม่ลงมือกับเขาแน่ อย่างมาก็เพียงแค่ช่วยชีวิตหลงเทียนฟางเท่านั้น!”หลิงหยุนเหาะออกจากหุบเขาหลงเฟิงเช่นนั้นเย่ซิงเฉินย่อมกังวลใจเป็นธรรมดา จึงรีบเหาะตามทันทีเช่นกัน“ขอบคุณอาวุโสที่ตักเตือน!”เย่ซิงเฉินเกรงว่าหลิงหยุนจะถูกศัตรูรุมทำร้ายนางจึงได้แต่เหาะตามมาด้วยความวิตกกังวลและร้อนใจ แต่เมื่อได้ยินคำพูดของเย่ชิงซินก็นึกซาบซึ้งจ แต่ก็อดที่จะถามกลับไปไม่ได้.“เหตุใดอาวุโสจึงคิดเช่นนั้น” เย่ชิงซินยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วจึงตอบกลับไปว่า “การประลองคืนนี้.. ตระกูลหลงมิได้มีจุดประสงค์ที่จะสังหารหลิงหยุน พวกเขาเพียงแค่ต้องการบีบให้หลิงหยุนเปิดไพ่ในมือที่มีทั้งหมดออกมาเท่านั้น อีกอย่าง.. การประลองครั้งนี้หมายถึงอนาคตระหว่างตระกูลหลงกับตระกูลหลิงในวันข้างหน้า หากหลงฮ่าวเฉียนลงมือจริง หลิงหยุนก็เพียงแค่หนีไป.. ก็เท่านั้น!”