ตอนที่ 914
บทที่ 1344 : ผู้ใดคือมังกรตัวจริง?
October 22, 2026
“ถิ่นของเจ้างั้นรึข้าเกรงว่าจะไม่ใช่ถิ่นของเจ้าเพียงผู้เดียวน่ะสิ!” หลิงหยุนร้องตะโกนตอบกลับไปในขณะที่จ้องมองร่างของหลงเทียนฟางที่ดำดิ่งลงไปใต้น้ำเขาไม่รีบร้อนที่จะจู่โจมหลงเทียนฟางนัก และเวลานี้ก็กำลังเหาะอยู่เหนือผิวน้ำคล้ายกำลังชั่งใจอยู่.. จากนั้น..ภายใต้พลังจิตที่ที่แข็งแกร่งของหลิงหยุนเวลานี้ แสงสีทองสุกสว่างที่มีความยาวกว่าสามเมตร หอกมังกรทองที่ดูคล้ายกับมังกรมีชีวิต ก็ได้พุ่งออกจากแผ่นหลังของหลิงหยุนไปราวกับมังกรที่กำลังโกรธเกรี้ยว.. สิ่งสำคัญของหอกมังกรทองนั้นคือการควบคุมด้วยจิตใจของหลิงหยุนและที่สำคัญที่สุดคือหอกมังกรทองนี้เกิดจากการกลั่นปราณมังกรที่อยู่ตามกระดูกสันหลังสีทองของหลิงหยุนทั้งยี่สิบหกข้อ ซึ่งเชื่อติดต่อกับจุดตันเถียนอันมหัศจรรย์ของหลิงหยุน หลังจากที่ได้ดูดซับเอาปราณมังกรจำนวนมากในพระราชวังต้องห้ามเข้าไป กระดูกสันหลังของเขาก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีทองเข้มจนเกือบแดง ความแข็งแกร่งของกระดูกแต่ละท่อนนั้น จึงมีความแข็งยิ่งกว่าทองคำบริสุทธิ์เสียอีก ด้วยเหตุนี้หอกมังกรของหลิงหยุนจึงสามารถทะลุทะลวงเกราะป้องกันของหลงเทียนฟางได้อย่างง่ายดาย ความจริงแล้วหลังจากที่ได้ดูดซับเอาปราณมังกรจักรพรรดิอายุกว่าหกร้อยปีเข้าไปหลิงหยุนก็สามารถสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างน่าอัศจรรย์ในกระดูกสันหลังของตนว่าเป็นเรื่องที่ไม่ปกตินัก เขารู้สึกว่ากระดูกแต่ละท่อนนั้นซ่อนไว้ด้วยพลังที่แข็งแกร่ง และสามารถนำมาใช้ในการต่อสู้กับศัตรูได้ เพียงแต่เขาเองก็ยังไม่เคยได้ทดลองใช้ เพราะตลอดการประมือภายในงานชุมนุมชาวยุทธนั้นเขาก็เพียงแค่ใช้วิชาหยางพิสุทธิ์เท่านั้น แต่หลังจากงานชุมนุมชาวยุทธสิ้นสุดลงหลงเทียนฟางก็ปรากฏตัวขึ้น และบีบให้หลิงหยุนต้องประมือด้วยอย่างเลียงไม่ได้ หลังจากที่ได้ดูดซับเอาปราณมังกรทั้งสองตัวของหลงเทียนฟางเข้าไป หลิงหยุนก็ยิ่งสัมผัสได้ว่าพลังปราณที่อยู่ภายในกระดูกสันหลังของตนนั้นเริ่มหมุนเวียนรุนแรงมากขึ้น เขาจึงได้ทดลองให้วิชาห้าธาตุสังหารโดยใช้พลังของธาตุทองในการจู่โจมหลงเทียนฟาง และพลังธาตุทองของหลิงหยุนก็ไม่ได้ทำให้เขาผิดหวังเลยแม้แต่น้อยเพราะพลังในการจู่โจมศัตรูนั้นนับว่ายังเหนือกว่าวิชาหยางพิสุทธิ์เล็กน้อย! เวลานี้หลิงหยุนมั่นใจอย่างยิ่งว่าจะสามารถรับมือการจู่โจมของหลงเทียนฟางได้ทุกรูปแบบเขาจึงไม่ได้รู้สึกกังวลใจนัก หลิงหยุนเหาะอยู่กลางโอกาส และกำลังอาศัยโอกาสนี้สำรวจภูมิประเทศของทะเลสาบผอหยาง ผืนน้ำภายในทะเลสาบ และสิ่งต่างๆที่อยู่โดยรอบ หลังจากที่หลงเทียนฟางดำดิ่งลงไปใต้น้ำแสงสีทองสุกสว่างนั้นก็หายไปทันที ดูเหมือนว่าเขาจงใจที่จะซ่อนตัวชั่วคราว และเวลานี้ภายใต้ผืนน้ำในทะเลสาบผอหยางก็สงบนิ่งอย่างน่ากลัว ‘ธาตุทองและธาตุน้ำงั้นรึ’ หลิงหยุนสำรวจลงไปที่พื้นน้ำเบื้องล่างพร้อมกับแอบคิดอยู่ในใจเงียบๆว่าตระกูลหลงนั้นไม่เพียงเป็นมังกรทอง แต่ยังเป็นมังกรน้ำอีกด้วย.. “มิน่า..จึงได้เรียกว่ากายามังกร!” หลิงหยุนได้แต่แอบชื่นชมอยู่เงียบๆและเริ่มสอดส่ายสายตาสำรวจดูบริเวณทะเลสาบผอหยางโดยรอบ แม้ทะเลสาบผอหยางจะเป็นทะเลสาบที่ใหญ่และมีน้ำอยู่มากมายแต่ความลึกของมันก็มิอาจเทียบเท่าท้องทะเลได้ ความลึกโดยทั่วไปน่าจะอยู่ที่สิบถึงยี่สิบเมตรเท่านั้น ส่วนที่ลึกที่สุดก็ไม่น่าจะเกินตึกเจ็ดชั้น แต่ถึงกระนั้น..หลิงหยุนก็ไม่สามารถมองเห็นก้นทะเลสาบได้ด้วยเหตุผลบางประการ ข้อแรก ยิ่งภายนอกมืดมิดเท่าไหร่ ใต้ท้องน้ำก็จะยิ่งมืดมิดกว่า และข้อที่สอง ภายใต้ผิวน้ำที่สงบนิ่งนี้ ก็คือกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว และยิ่งกระแสน้ำเบื้องล่างไหลเชี่ยวมากเท่าไหร่ ใต้น้ำก็จะยิ่งมีความขุ่นมากขึ้นเท่านั้น ต่อให้เป็นเวลากลางวัน คนธรรมดาก็ยังไม่อาจมองเห็นสิ่งที่อยู่ใต้น้ำได้เลย ด้วยเหตุนี้ต่อให้หลิงหยุนเผาหยดเสินหยวนจนสามารถเข้าสู่ขั้นลิ่วเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-6) ได้ หากมองด้วยตาเปล่าลงไปในน้ำที่ใสไร้ตะกอน ก็จะสามารถมองลึกลงไปได้เพียงแค่เจ็ดสิบหรือแปดสิบเมตรเท่านั้นส่วนจิตหยั่งรู้ของหลิงหยุนก็เช่นกันเวลานี้จิตหยั่งรู้ของเขาสามารถมองเห็นได้ในระยะไกลถึงหกพันเมตรหากไร้สิ่งกีดขวาง แต่หากมองผ่านน้ำ หรือผ่านภูเขา ความสามารถในการเห็นก็จะลดหลั่นกันไปด้วยเหตุนี้จิตหยั่งรู้ในรัศมีหกกิโลเมตรของหลิงหยุนจึงสามารถมองลงไปในน้ำที่ขุ่นและเชี่ยวนี้ได้เพียงแค่ห้าสิบหรือหกสิบเมตรเท่านั้น และเขาก็ไม่สามารถมองเห็นร่างของหลงเทียนฟางได้..แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับหลิงหยุนเขาจัดการเปิดเนตรหยิน–หยางออกดูทันที!หลิงหยุนเดินวิชาพลังลับหยิน–หยางเพื่อจัดการเปิดเนตรหยิน–หยางของตน แล้วภาพใต้น้ำที่ขุ่นและไหลเชี่ยวนั้นก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับหลิงหยุนอีกต่อไปเขาสำรวจดูที่ก้นทะเลสาบอย่างละเอียดแต่จนแล้วจนรอดเขาก็ยังไม่เห็นร่างของหลงเทียนฟางอยู่ใต้น้ำ‘เจ้าเด็กนั่นหายไปที่ไหนกัน’แม้กระทั่งใช้เนตรหยิน–หยางสำรวจหาดูใต้น้ำอย่างละเอียดแล้วหลิงหยุนก็ยังไม่เห็นหลงเทียนฟางอยู่ดี..หลิงหยุนมีวิชาพรางตัวของตนหลงเทียนฟางเองก็ย่อมต้องมีเช่นกัน และทันทีที่เขาดำดิ่งลงน้ำไปใต้น้ำ ก็ได้ใช้วิชาพรางตัวเพื่อหลบการตรวจจับจากหลิงหยุนในเมื่อไม่สามารถมองหาเป้าหมายพบเขาย่อมไม่สามารถทำการจู่โจมได้!หลังจากที่สำรวจภูมิประเทศใต้น้ำอยู่ครู่หนึ่งในที่สุดหลิงหยุนก็เหาะลงมาอยู่เหนือผิวน้ำไปราวสิบเมตร พร้อมกับร้องตะโกนยั่วยุหลงเทียนฟางทันที“หลงเทียนฟางเจ้าประกาศว่าจะจัดการกับข้าไม่ใช่รึ เหตุใดยังหดหัวอยู่ในกระดองเยี่ยงเต่าอยู่อีกเล่า? หากเจ้ายังไม่ออกมา ข้าจะเรียกเจ้าว่าเจ้าเต่าหัวหด ฮ่าๆๆๆ”หลิงหยุนนับเป็นผู้ที่สามารถยั่วยุอารมณ์โมโหของผู้อื่นได้เก่งยิ่งนักและหลงเทียนฟางก็ไม่อาจทนนิ่งเฉยอยู่ได้ เพราะตั้งแต่เขาเติบโตขึ้นมาจนถึงตอนนี้ ยังไม่เคยมีผู้ใดกล้าเรียกเขาว่า ‘เจ้าเต่าหัวหด’ มาก่อนเลย!…