ตอนที่ 918
บทที่ 1348 : มังกรของข้า
October 22, 2026
คิดแล้วหลิงหยุนก็กระวนกระวายและร้อนใจจนแทบอยากจะเหาะกลับไปจิงฉูในตอนนี้เลยทีเดียว เขาต้องการไปดูให้เห็นกับตาว่าหินมังกรเขียวของตนนั้นยังอยู่ใต้หลุมยักษ์เช่นเดิมหรือไม่ หลิงหยุนได้แต่นึกตำหนิตนเองที่ประมาทเลินเล่อเพราะเมื่อครั้งที่ออกเดินทางมาปักกิ่งเป็นครั้งที่สองนั้น เขาลืมคิดที่จะเคลื่อนย้ายหินมังกรเขียวก้อนใหญ่ไปไว้ในที่ที่ปลอดภัยกว่านี้ เพราะถึงอย่างไรหลุมยักษ์ก็ยังเป็นสถานที่ที่ผู้บ่มเพาะพลังสนใจใคร่ลงไปสำรวจอยู่ดี แต่ครั้งนั้นก็มีเหตุผลหลายข้อที่ทำให้เขาไม่ทันคิดเรื่องนี้ซึ่งเหตุผลแรกก็คือการเร่งเดินทางไปปักกิ่งเพื่อช่วยตระกูลหลิงและตระกูลเกา อีกทั้งครั้งนั้นหลิงเสี่ยวพ่อของเขาก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย และยังมีคนตระกูลเกาอีกสิบชีวิตที่กำลังรอคอยให้เขากลับไปช่วย เหตุผลข้อที่สอง..หินมังกรเขียวนั้นมีขนาดใหญ่และหนักมาก และครั้งนั้นแหวนพื้นที่ของเขาก็ยังมีขนาดเล็กเกินที่จะเก็บหินก้อนมหึมานั้นไว้ข้างในได้ และด้วยขั้นกำลังของเขาในเวลานั้น หากจะเคลื่อนย้ายหินมังกรเขียวขึ้นจากหลุมยักษ์ที่มีน้ำท่วมสูงนั้น คงจะต้องใช้ทำกำลังคน และกำลังทรัพย์อย่างมากมายเลยทีเดียว และเหตุผลข้อสุดท้ายก็คือครั้งนั้นบุคคลอันดับหนึ่งได้ออกคำสั่งห้ามชาวยุทธเดินทางเข้าจิงฉูโดยเด็ดขาด ทำให้จิงฉูกลายเป็นเมืองที่สงบเงียบปลอดภัย ปราศจากเหล่าชาวยุทธเดินทางเข้ามาสร้างปัญหาให้กับเขา ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย และวางใจได้อย่างมาก แต่ตระกูลหลงกลับฝ่าฝืนคำสั่งหลงฮ่าวหลานต้องการสืบเรื่องราวเกี่ยวกับหลิงหยุน จึงได้แอบส่งหลงเทียนซินไปเมืองจิงฉู และด้วยขั้นกำลังของหลงเทียนซินแล้ว หากเขาไม่ต้องการให้ผู้คนในจิงฉูพบเห็น ก็ยากนักที่ผู้ใดจะพบเจอเขาได้! หลงเทียนซินเข้าไปในจิงฉูเกือบครึ่งเดือนแม้แต่ไป๋เซียนเอ๋อยังไม่ระแคะระคาย! ….. พรึบ! เย่ซิงเฉินเหาะลงมายืนข้างหลิงหยุนพร้อมกับเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“หลิงหยุน เจ้าได้รับบาดเจ็บไม่ใช่รึ” หลิงหยุนรู้ว่าเย่ซิงเฉินกังวลเรื่องอาการบาดเจ็บที่หัวไหล่ของตนจึงได้แต่หันไปยิ้มให้พร้อมตอบกลับไปว่า “ซิงเฉินเจ้าอย่าได้กังวลใจไป เป็นเพียงแค่บาดแผลระดับผิวเนื้อเท่านั้น!” หลิงหยุนถูกคนตระกูลหลงรุมจู่โจมพร้อมกันถึงสามคนและได้รับบาดเจ็บจากพลังพัดมังกรของหลงเทียนซินที่สามารถทำลายเกราะป้องกันของเขาได้ จนสามารถสร้างบาดแผลยาวกว่าแปดเซ็นติเมตรไว้ที่หัวไหล่ของเขาได้ “ซิงเฉินฟังข้าให้ดี..เจ้าอย่าได้สนใจการต่อสู้ในที่นี้ เจ้ารีบติดต่อเอ็ดเวิร์ด พอล เจสเตอร์ เสี่ยวเม่ยเม่ย และตี้เสี่ยวอู๋ นำพวกเขาทั้งหมดเร่งรุดไปที่หลุมยักษ์บนเขามังกรในเมืองจิงฉู และรีบไปสำรวจดูว่าหินมังกรเขียวของข้ายังอยู่ใต้หลุมยักษ์หรือไม่” “เสี่ยวเม่ยเม่ยรู้ว่าหลุมยักษ์นั้นอยู่ที่ใดส่วนตี้เสี่ยวอู๋รู้ว่าหินมังกรเขียวคือก้อนใด หากหินมังกรเขียวยังอยู่ และยังไม่ถูกนำออกไป เจ้าจงสั่งให้แวมไพร์ทั้งสามเฝ้าอยู่ที่นั่นตลอดทั้งวันทั้งคืน รอจนกว่าข้าจะกลับไป..” เย่ซิงเฉินได้ยินเช่นนั้นจึงได้แต่ร้องถามด้วยความประหลาดใจ“หินมังกรเขียวที่เจ้าได้มาจากเซียนหยกใช่หรือไม่ หินนั่นสำคัญมากถึงเพียงนี้เชียวรึ?” หลิงหยุนตอบกลับไปทันที“ถูกต้อง! หินนั่นเกี่ยวโยงกับมังกร”เย่ซิงเฉินแสดงท่าทีว่าไม่ต้องการจากไปในเวลานี้นางกวาดสายตามองไปทั่วทั้งบริเวณพร้อมกับถามขึ้นด้วยความกังวลใจ“แล้วที่นี่เล่า..เจ้าจะทำเช่นใด”“เรื่องนั้นเจ้าอย่าได้กังวลใจไปในเมื่อตระกูลเย่ลงมือแล้ว พวกเขาย่อมไม่จากไปไหนแน่ เวลานี้คนตระกูลเย่ทั้งสามคนสามารถรับมือหลงฮ่าวเฉียนกับหลงเทียนซินได้ไม่ยาก ส่วนข้าก็จะสามารถรับมือหลงเทียนฟางได้อย่างสบายมากขึ้น!”เมื่อเห็นเย่ซิงเฉินยังไม่คลายกังวลหลิงหยุนจึงได้แต่บอกไปว่า “เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงข้า หากคนตระกูลหลงทั้งสามบีบคั้นข้ามากจนเกินไป ข้าจะสังหารพวกมันทั้งสามทิ้งเสีย และฝังร่างของพวกมันไว้ใต้ผืนน้ำทะเลสาบผอหยางแห่งนี้แน่!”เย่ซิงเฉินขมวดคิ้วพร้อมกับหันไปถามย้ำให้มั่นใจ“เจ้าทำได้จริงรึ”“แน่นอน!”“ได้..ข้าจะไป!”เย่ซิงเฉินรู้ดีว่าด้วยความสามารถของตนในเวลานี้ต่อหน้ายอดฝีมือทั้งสามของตระกูลหลง นางไม่เพียงไม่สามารถช่วยอะไรหลิงหยุนได้ แต่กลับจะกลายเป็นภาระให้เขาด้วยซ้ำไป จึงได้ตัดสินใจจากไปทันที แล้วร่างของนางก็หายวับไปท่ามกลางแสงจันทร์อย่างรวดเร็ว“เทียนฟาง..เจ้าออกมาได้แล้ว!”เวลานี้พลังจากฝ่ามือทั้งสองของหลงฮ่าวเฉียนได้ถูกกระบี่เหินเฟยเจี้ยนของเย่ชิงซินทำลายลงแล้ว ในเมื่อตระกูลเย่ออกหน้าช่วยหลิงหยุนเช่นนี้ หลงฮ่าวเฉียนจึงรู้ว่าคืนนี้ตนย่อมหมดโอกาสที่จะจัดการกับหลิงหยุน และยากที่จะจับมังกรดำตัวนี้กลับไปได้ จึงตัดสินใจรามือไปก่อน..หลังจากที่ช่วยเจ้าสีนิลไว้ได้และสั่งการเย่ซิงเฉินไปแล้ว หลิงหยุนจึงหันไปหาหลงเทียนฟางที่ซุ่มอยู่ใต้น้ำ และคอยหาโอกาสที่จะจู่โจมหลิงหยุนอยู่หลายครั้งหลายครา แต่ก็ยังหวาดหวั่นต่อหอกมังกรทองของหลิงหยุน จึงยังไม่กล้าลงมือบุ่มบ่าม เมื่อหลงเทียนฟางได้ยินเสียงร้องตะโกนเรียกของหลงฮ่าวเฉียนผู้เป็นลุงเขาก็พุ่งร่างขึ้นมาจากใต้ท้องทะเลสาบ แล้วเหาะไปยืนอยู่ข้างหลงฮ่าวเฉียนทันที และจ้องมองหลิงหยุนกับมังกรสีดำที่อยู่เบื้องล่างด้วยแววตาขุ่นเคืองในเวลานั้นการประมือระหว่างหลงเทียนซินกับเย่เทียนตูก็หยุดลงแล้วเช่นกันเพราะทั้งคู่ต่างก็ไม่ได้คิดที่จะสังหารอีกฝ่ายให้ตายกันไปข้างหนึ่ง จึงคร้านที่จะประมือกันต่อไปสำหรับตระกูลหลงแล้วศัตรูที่แท้จริงของพวกเขาคือหลิงหยุน หาใช่ตระกูลเย่ไม่!ทันทีที่หลงเทียนฟางรามือและขึ้นมาจากผืนน้ำเย่เทียนสุ่ยก็รีบเหาะลงไปหาหลิงหยุนที่อยู่ด้านล่างทันที พร้อมกับถามหลิงหยุนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“ช่วยเจ้าเท่านี้เพียงพอหรือไม่”หลิงหยุนเหลือบมองเย่เทียนสุ่ยพร้อมตอบกลับไปว่า“ข้ายังไม่เห็นเจ้าทำอะไรเลย!” เย่เทียนสุ่ยได้ยินหลิงหยุนพูดเช่นนั้นจึงรีบแสร้งทำเป็นเดือดดาลพร้อมกับหันไปร้องตะโกนใส่คนตระกูลหลงทั้งสาม“ตระกูลเย่ของข้าไม่ชอบเห็นคนรุมข่มเหงรังแกผู้อื่น!”