ตอนที่ 919
บทที่ 1349 : กระบี่สะเทือนฟ้าสะเทือนดิน
October 22, 2026
หลงฮ่าวเฉียนเป็นใครงั้นหรือ เขาคือผู้พิทักษ์ตระกูลหลงอีกทั้งยังได้รับฉายาว่าเป็นผู้ที่หาใครเทียบได้ในโลกยุทธภพอีกด้วย! นอกเหนือจากการฝึกบ่มเพาะและวรยุทธแล้วหลงฮ่าวเฉียนยังศึกษาศาสตร์อื่นๆอย่างค่ายกลต่างๆอีกด้วย ก่อนที่หลงฮ่าวเฉียนจะเข้าสู่วัยสามสิบห้าปีนั้นเขานับเป็นอัจฉริยะล้ำเลิศผู้หนึ่งในโลกยุทธภพ แต่หลังจากเข้าสู่วัยสามสิบห้าปีเป็นต้นไป เขาก็ปิดตัวเองหลีกเร้นจากยุทธภพไม่ยุ่งเกี่ยวอีกเลย จนกระทั่งถึงตอนนี้เขาก็ได้เข้าสู่ระดับเจ็ดขั้นพลังเหนือธรรมชาติแล้ว ….. เย่เทียนสุ่ยอยากจะเอ่ยปากเตือนหลิงหยุนเพราะเมื่อครู่เพียงแค่ประมือกับหลงเทียนฟางตัวต่อตัว ยังต้องใช้เวลาตั้งนานแต่ก็ยังไม่สามารถหาผู้แพ้ผู้ชนะได้.. แต่ตอนนี้ทั้งหลงเทียนฟางและหลงฮ่าวเฉียนจะร่วมมือกันเช่นนี้แทบไม่ต้องคิดว่าฝ่ายใดจะถูกสังหารกันแน่ การโอ้อวดบางครั้งก็หาใช่สิ่งที่ดีไม่ แทบไม่ต้องพูดถึงเย่เทียนตูและเย่ชิงซินเมื่อทั้งคู่ได้ยินคำพูดของหลิงหยุน ถึงกับต้องหันไปจ้องหน้าหลิงหยุนนิ่ง และภายใต้ใบหน้างดงามของเย่ชิงซินนั้น ก็ปรากฏแววตาตำหนิติเตียนให้เห็น.. แม้แต่เย่ชิงซินยังรู้สึกว่าคำพูดของหลิงหยุนนั้นยะโสโอหังมากจนเกินไปจนกระทั่งทำให้กลายเป็นน่าขบขันไป แม้เย่ชิงซินจะรู้ดีว่าหลิงหยุนยังมีไพ่ในมือที่ยังไม่ได้นำออกมาใช้อีกมากมายแต่จากที่นางได้เห็นกระบี่หยางพิสุทธิ์ของหลิงหยุนนั้น แม้พลังของมันจะน่ากลัวไม่น้อย และสามารถทำร้ายยอดฝีมือของคุนหลุนทั้งสองจนต้องหลบหนีไปได้ แต่นางก็มั่นใจว่าคงยังไม่อาจทำอะไรหลงฮ่าวเฉียนกับหลงเทียนฟางได้ นั่นเพราะสองคนนี้ย่อมมีความสามารถที่จะหลบหลีกกระบี่หยางพิสุทธิ์ได้และต่อให้มีหนึ่งคนเลือกที่จะรับกระบี่หยางพิสุทธิ์ของหลิงหยุน แต่อีกคนย่อมสามารถฉกฉวยโอกาสนี้จู่โจมหลิงหยุนได้เช่นกัน และหลงเทียนฟางเองก็เคยทำลายเกราะป้องกันของหลิงหยุนมาได้ก่อนหน้านี้แล้ว หากหลิงหยุนต้องจดจ่ออยู่กับการจู่โจมใครคนใดคนหนึ่ง จะสามารถป้องกันตนเองจากอีกหนึ่งคนที่เหลือได้อย่างไรกันเล่า ‘เจ้าเด็กนี่คงมั่นใจว่าข้าจะต้องช่วยเขาแน่ๆสินะจึงได้กล้ากล่าววาจาโอหังเช่นนั้นออกไป..’ เย่ชิงซินได้แต่แอบคิดอยู่ในใจ และได้แต่นึกขุ่นเคืองไม่น้อย.. ในระหว่างนั้นหลงเทียนฟางก็ยกมือขึ้นชี้หน้าหลิงหยุนพร้อมกับร้องตะโกนออกมาด้วยความโมโห “ไอ้เด็กสามหาวเจ้าไม่รู้รึว่ากำลังพูดอยู่กับผู้ใด ระมัดระวังปากของเจ้าไว้ด้วย!” หลิงหยุนจ้องมองสีหน้าท่าทางดุดันของหลงเทียนฟางพร้อมตอบกับไปด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม “ข้าย่อมรู้อยู่แล้ว.. ข้าก็กำลังพูดอยู่กับลุงของเจ้ายังไงเล่า แล้วลุงของเจ้าก็ไม่ใช่ลุงของข้า..!” หลงเทียนฟางได้ยินคำพูดประโยคสุดท้ายของหลิงหยุนก็รู้ได้ทันทีว่าหลิงหยุนจงใจที่จะลากหลงฮ่าวเฉียนให้ลงมาร่วมประลองให้จงได้ จึงรีบหันไปบอกกับหลงฮ่าวเฉียนว่า “ท่านลุงใหญ่ท่านอย่าได้ลดตัวลงไปต่อล้อต่อเถียงกับเด็กนั่น ข้าจะเป็นผู้ประมือกับเขาเอง และจะสั่งสอนให้มันได้หราบจำ!” แม้ว่าหลงเทียนฟางจะหวาดกลัวต่อหอกมังกรทองของหลิงหยุนแต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะหวาดกลัวหลิงหยุนจนหัวหด หรือไม่สามารถรับมือกับหลิงหยุนได้.. เวลานี้หลงเทียนฟางกำลังโกรธมากและได้แต่คิดว่า จะยอมให้หอกมังกรทองทิ่มแทงสักสองสามแผล เพื่อแลกกับการที่ได้ชกหมัดเข้าใส่ร่างของหลิงหยุนอีกสิบกว่าหมัด เขาเองก็อยากจะรู้นักว่าหลิงหยุนจะสามารถทานทนไปได้นานเท่าใดและที่สำคัญจนกระทั่งถึงตอนนี้หลงเทียนฟางยังไม่ได้แสดงไพ่ในมือที่แข็งแกร่งของตนออกมาเลยแม้แต่น้อยระหว่างที่ร้องตะโกนใส่หลิงหยุนนั้นหลงเทียนฟางก็กำลังจะเหาะลงไปหาหลิงหยุนที่อยู่ด้านล่าง แต่หลงฮ่าวเฉียนรีบห้ามไว้พร้อมกับหันไปกระซิบกับหลงเทียนฟางว่า“เทียนฟาง..ก่อนที่จะอาบโลหิตมังกรครั้งต่อไป หากไม่ตกอยู่ในอันตรายจริง เจ้าไม่ควรใช้วิชามังกรพิโรธอย่างเด็ดขาด!”วิชามังกรพิโรธของหลงเทียนฟางนั้นคล้ายคลึงกับวิชาพลังมังกรของหลิงหยุนที่สามารถเพิ่มพลัง และความแข็งแกร่งให้กับผู้ใช้ถึงเจ็ดแปดเท่าเลยทีเดียว!“….” หลงเทียนฟางถึงกับนิ่งอึ้งและหันกลับไปมองหลงฮ่าวเฉียนถึงแม้เขาจะไม่ได้หวาดกลัวหลงฮ่าวเฉียน แต่ก็ให้ความเคารพยิ่งนัก..หลังจากที่หลงฮ่าวเฉียนสั่งห้ามหลงเทียนฟางแล้วจึงหันไปพูดกับหลิงหยุนว่า “หลิงหยุน เมื่อครู่ที่ข้าบอกว่าจะร่วมมือกับเทียนฟางจัดการกับเจ้านั้น เป็นเพียงแค่การหยั่งเชิงเจ้าเท่านั้น”การที่หลงฮ่าวเฉียนพูดจาข่มขู่หลิงหยุนเมื่อครู่นั้นก็เพราะต้องการให้หลิงหยุนประเมินความสามารถของตนเอง และหากหลิงหยุนหวาดกลัว ก็อาจจะยอมมอบมังกรดำตัวนี้ให้กับพวกตนโดยที่ไม่ต้องมีการประมือกันให้เสียแรง..นั่นเพราะความสามารถของหลิงหยุนเมื่อครั้งที่แสดงให้เห็นในงานชุมนุมชาวยุทธนั้นได้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาหลงฮ่าวเฉียนแล้วว่า ต่อให้เขากับหลงเทียนฟางร่วมมือกันจริง ก็คงไม่อาจสังหารหลิงหยุนได้ อย่างมากก็บีบให้เขาหนีไปได้เท่านั้น อีกทั้งยังจะนำมาซึ่งปัญหาไม่จบไม่สิ้นให้กับตระกูลหลงอีกหากหลิงหยุนพ่ายแพ้เพราะเขากับหลงเทียนฟางร่วมมือกันในคืนนี้ในวันข้างหน้าหลิงหยุนย่อมต้องกลับไปล้างแค้นตระกูลหลงอย่างแน่นอน และเมื่อถึงตอนนั้น จะมีสักกี่คนในตระกูลหลงที่จะยืนหยัดรับมือหลิงหยุนได้อีกทั้งเวลานี้หลิงหยุนก็หาใช่ตัวคนเดียวไม่เขามีทั้งตระกูลหลิงที่เวลานี้ก็แข็งแกร่งไม่น้อย อีกทั้งยังมีเย่ซิงเฉิน ไป๋เซียนเอ๋อ หวังชงเซียว และแวมไพร์ที่จงรักภักดีอีกห้าตน หากหลิงหยุนนำพาคนเหล่านี้บุกไปตระกูลหลงคราวเดียวพร้อมกัน ยังจะมีคนตระกูลหลงอีกกี่คนที่สามารถรอดชีวิตมาได้เล่าเวลานี้หลิงหยุนสู้อยู่เพียงลำพังก็จริงแต่นั่นมิได้หมายความว่าเขาจะไม่มีผู้ช่วย เพียงแค่ยอดฝีมือที่แข็งแกร่งฝ่ายเขาไม่ได้อยู่ที่นี่ในตอนนี้เท่านั้นเอง และการที่จู่ๆเย่ชิงซินก็หายตัวไปนั้น ทำให้หลงฮ่าวเฉียนคิดว่าเย่ซิงเฉินจะกลับไปตามคนมาช่วยนั่นเอง หลงฮ่าวเฉียนเองก็ค่อนข้างหวั่นเกรงต่อความแข็งแกร่งและกองกำลังของหลิงหยุนไม่น้อย จึงต้องการที่จะหลีกเลี่ยงการสร้างความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นกว่าเดิมหลงฮ่าวเฉียนหันไปทางเย่ชิงซินพร้อมกับถามขึ้นว่า“แม่นางเย่ ข้ากับหลิงหยุนจะประลองกันสองต่อสอง หวังว่าแม่นางจะไม่ยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยว..”แต่เย่ชิงซินกลับนิ่งเงียบ..หลงฮ่าวเฉียนเห็นเช่นท่าทีของเย่ชิงซินแล้วก็คร้านที่จะเอ่ยสิ่งใดกับนางอีกจึงได้แต่หันไปทางหลิงหยุนพร้อมกับพูดท้าทาย“หลิงหยุนเจ้ากล้าเดิมพันกับข้าหรือไม่”หลิงหยุนยิ้มกว้างพร้อมตอบกลับไปว่า“กล้าสิ! เจ้าจะเดิมพันเช่นใดก็ว่ามา”หลงฮ่าวเฉียนชี้ไปทางเจ้าสีนิลพร้อมกับเอ่ยยิ้มๆ“พวกเราจะใช้มังกรสีดำตัวนั้นเป็นสิ่งเดิมพัน หากข้าสามารถเอาชนะเจ้าได้ในสามสิบกระบวนท่า มังกรตัวนี้จะต้องตกเป็นของตระกูลหลงทันที! เจ้าเห็นเป็นเช่นใด”“ข้อเสนอของเจ้าก็ไม่เลวนัก..”หลิงหยุนพยักหน้ายิ้มๆและหันกลับไปต่อรอง “แต่เจ้าไม่คิดว่าสามสิบกระบวนท่านั้นมากเกินไปหน่อยรึ”หลงฮ่าวเฉียนจ้องมองหลิงหยุนพร้อมกับถามขึ้นด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง“เช่นนั้นเจ้าก็เสนอมา!”