ตอนที่ 923
บทที่ 1353 : มังกรพ่นน้ำ
October 22, 2026
มวลน้ำจำนวนมากพุ่งขึ้นมาจากบ่อมังกรกลายเป็นเสาน้ำสีขาวใสขนาดใหญ่ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางราวหกเมตร และสูงเกือบสิบเมตร เสาน้ำนั้นเมื่อพุ่งขึ้นมาแล้วกลับไปอ่อนตัวลงอย่างที่ควรจะเป็น แต่กลับพุ่งสูงขึ้นราวกับกำลังพยายามที่จะสัมผัสเมฆหนาสีดำบนท้องนภาให้ได้ ร่างของมังกรแดนใต้ที่พุ่งขึ้นมาจากใต้บ่อมังกรนั้นได้ซ่อนตัวอยู่ในเสาน้ำขนาดมหึมานั้น พร้อมกับส่ายศรีษะไปมา และพยายามพุ่งทะยานเข้าหากลุ่มเมฆสีดำนั้น ดังมีคำพูดเปรียบเปรยว่าเทพเจ้ามังกรเห็นหัวมิเห็นหาง คำเปรียบเปรยนี้มิได้หมายความว่ามังกรไม่มีอยู่จริง แต่เป็นเพราะมังกรนั้นมักซ่อนตัวอยู่ใต้ผืนน้ำที่ลึกยิ่ง หรือไม่ก็ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางเมฆหนาในยามที่จะขึ้นสู่สรวงสวรรค์ จึงยากนักหรือแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่คนธรรมดาทั่วไปจะได้พบเห็นมังกรตัวจริง ทันทีที่เสาน้ำขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นนั้นก็ได้ก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงกับผืนน้ำในบ่อมังกร เป็นเหตุให้เกิดคลื่นซัดสาดไปทั่วทั้งทะเลสาบผอหยาง และเกิดกระแสน้ำวนขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางสิบเมตรขึ้นในบริเวณบ่อมังกร จนกลายเป็นภาพที่น่าตกตะลึงยิ่งนัก! “สวรรค์!นั่นมันคือปรากฏการณ์มังกรเล่นน้ำนี่!” เมื่อเสาน้ำพุ่งขึ้นสูงได้ราวสามเมตรเย่เทียนสุ่ยที่ได้เห็นภาพอันน่าอัศจรรย์นี้ ก็ถึงกับร้องอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้น “ไม่ใช่!มันคือมังกรจริงๆต่างหากเล่า!” เย่ชิงซินรีบแก้ไขให้ทันทีนางได้ขยายรัศมีจิตหยั่งรู้ของตนเองออกขั้นสุด และจับจ้องไปยังมังกรสีแดงเจิดจ้าที่ซ่อนตัวอยู่ในเสาน้ำขนาดใหญ่ ส่วนหลิงหยุนนั้นกำลังยืนอย่างสง่างามอยู่บนศรีษะของมังกรตนนั้น ภาพที่มังกรสีดำพาหลิงหยุนพุ่งทะยานขึ้นไปยังกลุ่มเมฆสีดำ ดูช่างงดงามและน่าตกตะลึงยิ่งนัก นางคิดไม่ถึงว่าการที่หลิงหยุนตกลงไปในบ่อมังกรนั้นไม่เพียงไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่ยังสามารถทำให้มังกรที่ดุร้ายยอมจำนนได้ภายในเวลาเพียงแค่ยี่สิบนาที! “ไม่อยากจะเชื่อจริงๆว่าเด็กนั่นจะเก่งกาจถึงเพียงนี้!” เย่เทียนสุ่ยได้แต่พึมพำออกมาด้วยความตกตะลึง “ข้าเองยังถึงกับชาไปทั้งตัวไม่เพียงได้เห็นมังกร แต่เด็กนั่นกลับยืนอยู่บนศรีษะของมัน พร้อมโบกมือทักทายข้าเช่นนี้ ข้าเองก็หมดคำพูดแล้วจริง!” แม้เย่เทียนตูจะยังมีสีหน้าสงบนิ่งเป็นปกติแต่น้ำเสียงของเขานั้นบ่งบอกถึงความรู้สึกที่อ่อนด้อยลงในทันที “เป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไรกัน!” ทางด้านหลงเทียนฟางที่พบเห็นมังกรมาจนเป็นเรื่องปกตินั้นก็ถึงกับงุนงงที่คนตระกูลเย่ทั้งสามมีท่าทีตกอกตกใจและประหลาดใจเช่นนี้ ในขณะเดียวกันก็ตกใจที่หลิงหยุนดูเหมือนไม่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย ทั้งที่เขาได้ใช้วิชามังกรพิโรธชกเข้าที่แผ่นหลังของหลิงหยุนอย่างแรง!อีกทั้งเมื่อหลิงหยุนตกลงไปในบ่อมังกรนั้นก็ได้ทำให้มังกรที่อยู่เบื้องล่างโกรธเกรี้ยว แต่หลิงหยุนกลับใช้เวลาเพียงแค่ยี่สิบนาทีทำให้มันยอมจำนนได้!ตระกูลหลงสืบเชื้อสายมังกรมานานกว่าสองพันปีผู้อื่นอาจไม่รู้ แต่หลงเทียนฟางนั้นรู้ดีว่า มังกรสีแดงตัวนี้นั้น ได้ผ่านการฝึกตนมานานนับพันๆปีแล้วมังกรสีแดงตัวนี้เป็นมังกรที่หลงเทียนฟางใฝ่ฝันอยากจะได้มานานนักแต่เวลานั้นวิชาพลังมังกรของเขายังไม่เข้าสู่จุดสูงสุดดีนัก และหากยังไม่เข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นจิ่วเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-9) เขาย่อมจำต้องรอไปก่อน..และนี่คือเหตุผลที่หลงเทียนฟางชกหลิงหยุนตกลงไปในบ่อมังกรเพราะต้องการให้หลิงหยุนไปเผชิญหน้ากับมังกรที่อยู่ด้านล่าง และต่อสู้กับมันแทนเขาก่อนแต่กลับคิดไม่ถึงว่าเพียงแค่ยี่สิบนาทีหลิงหยุนไม่เพียงจับมังกรสีแดงได้ แต่ยังไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่รอยขีดข่วน อีกทั้งยังสามารถทำให้มังกรเชื่องได้ถึงเพียงนี้!“เจ้าเด็กนั่นมันทำได้อย่างไรกัน!”แม้จะพยายามครุ่นคิดจนหัวแทบระเบิดแต่หลงเทียนฟางก็ไม่สามารถคิดออกได้ และยิ่งพยายามคิดหาเหตุผลมากเท่าใด ลึกลงไปในจิตใจกลับยิ่งรู้สึกเศร้าใจราวกับรับรู้ได้ถึงความพ่ายแพ้ก่อนหน้านี้หลงฮ่าวเฉียนผู้เป็นลุงก็ได้พ่ายแพ้ให้กับหลิงหยุนจนต้องเสียมังกรสีดำตัวนั้นไปแต่ครั้งนี้เขากลับจะต้องปล่อยให้มังกรสีแดงตัวนี้หลุดมือไปอีกอย่างนั้นหรือภายในเวลาเพียงแค่ชั่วข้ามคืนเช่นนี้ไม่เพียงตระกูลหลงต้องสูญเสียมังกรไปพร้อมกันถึงสองตัว แต่หลงฮ่าวเฉียนยังได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกด้วย ครั้งนี้จึงนับเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ของตระกูลหลงเลยทีเดียว!เวลานี้..หลงเทียนฟางเริ่มรู้สึกผิด และเริ่มนึกเสียใจขึ้นมา!….ร่างของหลิงหยุนที่ยืนอยู่บนศรีษะของมังกรสีแดงนั้นได้ทะยานขึ้นไปบนเมฆสีดำพร้อมกับร่างของมังกรสีแดงเจิดจ้า และในเวลานี้ทั้งคนทั้งมังกรต่างก็ทะยานอยู่เหนือทะเลสาบผอหยางราวสามพันหกร้อยเมตรเขาพบว่าก้อนเมฆสีดำนั้นมีความหนาถึงห้าร้อยเมตรและมีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล เรียกได้ว่าครอบคลุมทั่วทั้งทะเลสาบผอหยาง นับว่าเหมาะสมกับมังกรแดนใต้ยิ่งนัก!“ก้อนเมฆสีดำทั้งหนาทั้งกว้างใหญ่ไพศาลเช่นนี้นี่เองจึงยากนักที่จะพบเจอมังกรได้!”