ตอนที่ 926
บทที่ 1356 : คุนหลุน
October 22, 2026
“เป็นคุนหลุนอย่างที่ข้าคิดไว้จริงๆ!” หลิงหยุนพึมพำออกมาด้วยแววตาเป็นประกายเขาพยักหน้าเล็กน้อย และเริ่มรู้สึกว่านเองเข้าใกล้ความลับเมื่อสี่สิบปีก่อนของประเทศนี้เข้าไปทีละเล็กทีละน้อยแล้ว “น้าหญิงเย่ท่านพอจะบอกสาเหตุให้ข้าทราบได้หรือไม่ แต่หากท่านไม่สะดวกที่จะกล่าวก็ไม่เป็นไร ข้าจะค่อยๆสืบด้วยตัวเอง..” ที่หลิงหยุนต้องพูดเช่นนี้เพราะเมื่อสามเดือนก่อน หากเป็นเรื่องที่เชื่อมโยงกับความลับเมื่อสี่สิบปีก่อนของประเทศนี้ แม้แต่ฉินชางชิงแห่งตระกูลฉิน หลิงลี่แห่งตระกูลหลิง หรือแม้แต่โจวเหวินอี้หัวหน้าหน่วยนภา ยังไม่มีผู้ใดต้องการจะพูดถึงเลยสักคนเดียว.. การที่หลิงหยุนกับเย่ชิงซินได้พบหน้ากันเป็นครั้งแรกแต่นางกลับสามารถเปิดเผยชื่อศัตรูอันดับหนึ่งของตระกูลหลิงให้หลิงหยุนรู้ว่าเป็นคุนหลุนนั้น ก็นับว่าเหนือความคาดหมายของหลิงหยุนมากแล้ว แต่ในเมื่อโอกาสดีเช่นนี้มาถึง หากหลิงหยุนไม่ลองถามดู คงจะต้องกลับไปนั่งนึกเสียดายเป็นแน่.. “ข้าบอกได้เพียงแค่ว่าเหตุผลของคุนหลุนน่าจะเกี่ยวข้องกับความลับของประเทศจีนเมื่อสี่สิบปีก่อน!” เย่ชิงซินทำสีหน้าอึดอัดเล็กน้อยก่อนจะพูดออกไปด้วยน้ำเสียงฟังคล้ายการคาดเดา “ครั้งนั้น คนตระกูลหลิงได้เดินทางไปคุนหลุน แต่แล้วก็เงียบหายไม่ได้ข่าวคราว คนตระกูลหลิงจะได้เข้าไปที่คุนหลินจริงหรือไม่นั้น ก็ไม่มีผู้ใดมั่นใจ! รวมถึงฉู่ซานของข้าด้วย..” “แต่จากเมื่อวันเวลาผ่านไป” “แต่หลังจากเวลาผ่านมากว่าสิบปีผู้คนก็เริ่มมั่นใจว่าพวกเขาน่าจะเข้าไปในคุนหลุนแล้ว นั่นเพราะมีข่าวลือว่าผู้นำในโลกยุทธภพได้มีคำสั่งออกมาว่า ห้ามไม่ให้สำนักบ่มเพาะใดรับคนตระกูลหลิงเป็นศิษย์!” “หลังจากข่าวลือเรื่องคำสั่งนี้ปรากฏออกมาอีกหกปีให้หลังก็มีคำสั่งใหม่ว่า หากพบเห็นคนตระกูลหลิงคนใดฝึกบ่มเพาะตน ให้สังหารได้ทันที และจะได้รับรางวัลจากคุนหลุนอย่างมากมาย..” ‘สิบปี..และอีกหกปีให้หลัง..’ หลิงหยุนค่อยๆพิจารณาตามอย่างละเอียดและคำนวณเวลาอยู่ในใจเงียบๆคนเดียว แล้วแววตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที หลิงหยุนรู้เรื่องที่ยอดฝีมือตระกูลหลิงยี่สิบกว่าคนได้เดินทางไปคุนหลุนเมื่อสี่สิบปีก่อนและเขากำลังคาดเดาว่า หลังจากที่ยอดฝีมือตระกูลหลิงเข้าไปในคุนหลุนได้แล้ว ความแข็งแกร่งของคนตระกูลหลิงทั้งหมดคงจะสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับคุนหลุนอย่างมาก ทำให้คุนหลุนต้องการที่จะสยบตระกูลหลิงไว้แต่เนิ่นๆ อีกทั้งมรดกของตระกูลหลิงก็นับเป็นสิ่งที่ล้ำค่ายิ่งนัก! หลิงหยุนไม่เห็นเหตุผลอื่นนอกจากนี้ตระกูลหลิงฝึกวิชาตามคัมภีร์เสวียนหวง และเวลานี้หลิงหยุนเองก็สามารถยืนยันได้ว่า คัมภีร์เสวียนหวงของตระกูลหลิงนั้น เป็นวิชาบ่มเพาะที่ทรงพลังยิ่งนัก ไม่เพียงเท่านั้น มรดกที่ตระกูลหลิงสืบทอดมาหลายชั่วอายุคน ยังเป็นหลิวเทวะวิญญาณที่สัมพันธ์กับวิชาบ่มเพาะตามคัมภีร์เสวียนหวงอีกด้วย แต่ก่อนหน้านี้หลิวเทวะวิญญาณยังคงเป็นเพียงแค่ซากไม้ตายต้นหนึ่งเท่านั้น จึงไม่ได้แสดงพลังใดๆออกมาให้เห็น การที่ทายาทตระกูลหลิงรุ่นหลังๆฝึกวิชาตามคัมภีร์เสวียนหวง จึงไม่ได้ผลมากนัก และแทบไม่ส่งผลต่อการบ่มเพาะพลังเลยแม้แต่น้อย หลิงหยุนเชื่อว่าพรสวรรค์และความเก่งกาจของเหล่าอาวุโสตระกูลหลิงในครั้งนั้นจะต้องน่าอัศจรรย์ยิ่ง ไม่แน่ว่าเมื่อสิบปีที่แล้วอาจมีผู้ที่เข้าสู่ขั้นแก่นเต๋าทองคำแล้วก็เป็นได้ และหากปล่อยให้ล่วงเลยมาอีกหกปี ย่อมเป็นไปได้สูงที่จะเข้าสู่ขั้นก่อตั้งวิญญาณได้!เมื่อคิดได้เช่นนี้หลิงหยุนก็ถึงกับแสยะยิ้มออกมาเขาเชื่อว่าครั้งนั้นเหล่าอาวุโสตระกูลหลิงทั้งยี่สิบกว่าคนนั้น ต้องเข้าสู่ขั้นก่อตั้งวิญญาณแล้วด้วยซ้ำไป และนั่นเป็นเหตุให้คุนหลุนสั่นสะเทือนเพราะความอับอาย..ผู้บ่มเพาะตนขั้นก่อตั้งวิญญาณมากถึงยี่สิบกว่าคนหากเป็นเช่นนั้นจริง อย่าว่าแต่ในโลกใบนี้เลย แม้แต่ในโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่ก็นับว่าเป็นกองกำลังที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก!หลิงหยุนคาดว่าอาวุโสตระกูลหลิงยี่สิบกว่าคนนั้นไม่น่าจะยังอยู่ในคุนหลุน เพราะหากอาวุโสที่แข็งแกร่งถึงเพียงนั้นยังอยู่ในคุนหลุน เหตุใดพวกเขาจึงปล่อยให้ตระกูลหลิงถูกถล่มทำลายเช่นนั้นเล่าแต่สิ่งที่หลิงหยุนคิดหลังจากนั้นก็คือเมื่อสี่สิบปีก่อนที่เหล่าอาวุโสตระกูลหลิงยี่สิบกว่าคนอยู่ในระหว่างเดินทางไปคุนหลุน หรือหลังจากเดินทางกลับจากคุนหลุนแล้ว อาจประสบกับหายนะบางอย่าง ซึ่งอาจเป็นภัยพิบัติก็ได้ หรือการถูกซุ่มทำร้ายด้วยกลุ่มของยอดฝีมือที่ล้ำเลิศเป็นจำนวนมากก็ได้..เมื่อคิดมาถึงตรงนี้สีหน้าของหลิงหยุนก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที.. “หลิงหยุนนี่เจ้ากำลังคิดอะไรอยู่งั้นรึ”เย่ชิงซินสังเกตเห็นท่าทางที่ผิดปกติไปของหลิงหยุนจึงได้แต่เอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัยใคร่รู้“ไม่มีอะไรมากนัก..ข้าเพียงแค่กำลังครุ่นคิดว่า ตระกูลหลิงก็เป็นเพียงแค่ตระกูลฝึกวรยุทธธรรมดาๆเท่านั้น เหตุใดคุนหลุนจึงให้ความสนใจมากถึงเพียงนี้”หลิงหยุนตอบกลับด้วยสีหน้าและแววตาที่แค้นเคืองเย่ชิงซินจ้องหน้าหลิงหยุนนิ่งพร้อมกับถามขึ้นว่า “เพียงแค่ผู้ฝึกวรยุทธธรรมดาๆ! เจ้าแน่ใจรึ?!”หลิงหยุนทำสีหน้าอึกอักพร้อมกับยกมือขึ้นเกาศรีษะเมื่อถูกจับได้..เย่ชิงซินส่ายหน้าพร้อมกับพูดต่อทันที“เอาล่ะช่างเถิด!”“เวลาล่วงเลยผ่านไปสี่ปี..ห้าปี.. จนกระทั่งเมื่อสิบแปดปีก่อน คุนหลุนจึงได้อาศัยข้ออ้างเรื่องความรักของพ่อแม่เจ้า ออกคำสั่งให้สำนักต่างๆที่เป็นพันธมิตรของคุนหลุน ไม่ว่าจะเป็นสำนักกระบี่คุนหลุน และอีกมากมายหลายสำนัก รวมตัวกันบุกไปถล่มทำลายล้างตระกูลหลิง และเรื่องนี้ต่างก็เป็นที่โจษจันไปทั่วทั้งยุทธภพ!”เวลานี้หลิงหยุนเริ่มเข้าใจสาเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ของตระกูลหลิงเมื่อสิบแปดปีก่อนได้ชัดเจนยิ่งขึ้นจึงเอ่ยออกมาว่า“สรุปแล้วก็คือเรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นเพียงเพราะว่าเหล่าอาวุโสตระกูลหลิงเดินทางไปยังคุนหลุน หลังจากนั้นคุนหลุนจึงมีคำสั่งออกมาติดต่อกันถึงสองครั้งสองครา และครั้งสุดท้ายถึงกับสั่งให้สังหารคนตระกูลหลิงของข้าให้หมดสิ้น!”การเดินทางไปคุนหลุนของเหล่าอาวุโสตระกูลหลิงเมื่อสิบแปดปีก่อนคือสาเหตุและผลก็คือตระกูลหลิงถูกทำลายล้างเมื่อสิบแปดปีก่อน ทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตระกูลหลิง ล้วนแล้วแต่เป็นฝีมือของคุนหลุนทั้งสิ้น! เย่ชิงซินพยักหน้ายิ้มๆแล้วจึงพูดขึ้นว่า “ตลอดหลายสิบปีมานี้ คุนหลุนจ้องที่จะสยบตระกูลหลิงให้ได้ และไม่เคยคิดที่จะปล่อยตระกูลหลิงไว้ ไม่เช่นนั้นแล้ว.. สิบแปดปีต่อมาก็จะไม่เกิดโศกนาฏกรรมเกิดขึ้นกับตระกูลหลิงเช่นนั้น“เป็นเพราะคุนหลุนไม่สามารถส่งของตนเข้ามายุ่งเกี่ยวกับยุทธภพได้โดยตรงหาไม่แล้วพวกเขาคงไม่ปล่อยให้เนิ่นนานเช่นนี้แน่..”