ตอนที่ 933
บทที่ 1363 : มรกดสืบทอดตระกูลหยิน
October 22, 2026
“เฮ้อ..ข้าจะได้มีเวลาพักผ่อนบ้าง” หลิงหยุนจ้องมองหวังชงเซียวและแวมไพร์ทั้งสองเดินจากไปและเมื่อทั้งหมดไปพ้นรัศมีจิตหยั่งรู้ของตนเองแล้ว สีหน้าของหลิงหยุนก็ค่อยผ่อนคลายจากความตึงเครียด พร้อมกับรำพึงรำพันออกมาเบาๆ ถึงอย่างไรร่างกายของเขาก็ไม่ใช่เหล็กจะไม่ให้รู้สึกเหนื่อยล้าเลยก็คงจะเป็นไปไม่ได้ เพราะตั้งแต่เมื่อคืนที่เริ่มงานชุมนุมชาวยุทธมาจนถึงตอนนี้ เขาต้องต่อสู้กับยอดฝีมือไปมากมาย เผาเสินหยวนไปหลายหยด และใช้ไพ่ในมือที่มีอยู่ไปมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประมือกับหลงเทียนฟาง ถึงแม้เขาจะเป็นฝ่ายชนะ แต่ก็สูญเสียพลังปราณไปมากมายเช่นกัน เวลานี้อาจพูดได้ว่าสงครามจบสิ้นแล้วมังกรทั้งสองตัวก็มีผู้นำพาไปยังที่ที่ปลอดภัยแล้ว เขาจึงเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้าขึ้นมาอย่างมากไม่ว่าจะเป็นร่างกาย หรือแม้แต่จุดตันเถียน แต่ที่สำคัญคือจุดซือไห่กลางหว่างคิ้วของตน.. เพราะในแต่ละครั้งที่เผาเสินหยวนนั้นหลิงหยุนจะเผาคราวเดียวถึงสามร้อยหกสิบหยดซึ่งเรียกว่าสูงสุดเท่าที่จะทำได้ต่อครั้ง การเผาเสินหยวนจำนวนมากเช่นนี้ติดต่อกันหลายๆครั้ง หากจุดซือไห่ไม่แข็งแกร่งมากพอ คงต้องระเบิดออกแล้วเป็นแน่! นั่นเพราะทุกครั้งที่ทำการเผาเสินหยวนนั้นเปรียบเสมือนกับการที่ภูเขาไฟใต้ทะเลที่กำลังระเบิด ความร้อนแผดเผาดั่งเปลวไฟจากดวงอาทิตย์ หากผู้บ่มเพาะพลังที่คิดจะใช้พลังวิเศษนี้ไม่แข็งแกร่งมากพอ จุดซือไห่จะสามารถปลดปล่อยพลังที่น่ากลัวนี้ออกมาได้อย่างไรกันเล่า ด้วยเหตุนี้แม้จะมีเสินหยวนอยู่มากเพียงใด แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถเผาหยดเสินหยวนได้ตามใจต้องการ ยกตัวอย่างเช่นหลิงหยุนที่มีเสินหยวนอยู่กลางจุดซือไห่มากถึงหกหมื่นหยด แต่หากเขาฝืนใช้ทั้งหมดในคราวเดียวแน่นอนว่าต้องสิ้นชื่ออย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้.. หากต้องการที่จะเผาเสินหยวนคราวเดียวให้ได้มากๆนั้นมีหนทางเดียวเท่านั้นคือ ต้องพัฒนาขั้นพลังของตนเองให้สูงขึ้น! หลิงหยุนยังจำได้ดีว่าตั้งแต่ที่เขาเริ่มประมือกับเหล่านักบวชจากเขาหลงหู่ จนกระทั่งทำร้ายหลงเทียนฟางจนต้องหนีลงสามเหลี่ยมปีศาจไปนั้น เขาเผาเสินหยวนไปกว่าสามสิบครั้ง และใช้เสินหยวนไปมากกว่าหนึ่งหมื่นหยด! เวลานี้หลิงหยุนสามารถกลั่นเสินหยวนได้สามหยดต่อนาทีซึ่งเท่ากับสี่พันสามร้อยยี่สิบหยดต่อวัน ฉะนั้นแล้ว หลิงหยุนจะต้องใช้เวลาสามวันเป็นอย่างน้อยในการกลั่นเสินหยวน จึงจะสามารถชดเชยจำนวนเสินหยวนที่ใช้ไปได้ แม้จะใช้เสินหยวนไปมากหรือเหนื่อยล้ามากเพียงใด แต่อย่างน้อยหลิงหยุนก็ได้สามารถแก้แค้นชาวยุทธกว่าครึ่งที่เคยทำร้ายพ่อแม่ของเขาและตระกูลหลิงในอดีตได้ อีกทั้งยังทำให้เขาได้ล่วงรู้ว่า พลังความแข็งแกร่งของตระกูลหลงนั้นลึกล้ำกว่าที่เขาคาดคิดไว้มาก แต่จะมากเพียงใดนั้นเขาคงต้องค่อยๆสืบต่อไป.. ที่สำคัญ..เขาได้รู้จากปากเย่ชิงซินว่าศัตรูที่แท้จริงของตระกูลหลิงก็คือคุนหลุน ทำให้เป้าหมายของเขายิ่งชัดเจนมากขึ้น นั่นก็คือ..ค้นหาว่าคุนหลุนอยู่ที่ใด เพื่อจะได้ไปจัดการคุนหลุน และทำลายล้างคุนหลุน! ….. “ซิงเฉินเจ้าติดต่อหาเอ็ดเวิร์ดดูว่าเขาไปถึงจิงฉูแล้วหรือไม่” เย่ซิงเฉินเรียกเครื่องมือสื่อสารของตนออกมาพร้อมกับร้องอุทานเสียงดัง“มีข้อความเข้ามามากมาย!” เย่ซิงเฉินพบว่าข้อความทั้งหมดล้วนส่งมาจากเสี่ยวเม่ยเม่ยหลังจากอ่านข้อความจึงเงยหน้าขึ้นตอบหลิงหยุนพ่อแม่ของเขาและตระกูลหลิงในอดีตได้ อีกทั้งยังทำให้เขาได้ล่วงรู้ว่า พลังความแข็งแกร่งของตระกูลหลงนั้นลึกล้ำกว่าที่เขาคาดคิดไว้มาก แต่จะมากเพียงใดนั้นเขาคงต้องค่อยๆสืบต่อไป.. ที่สำคัญ..เขาได้รู้จากปากเย่ชิงซินว่าศัตรูที่แท้จริงของตระกูลหลิงก็คือคุนหลุน ทำให้เป้าหมายของเขายิ่งชัดเจนมากขึ้น นั่นก็คือ..ค้นหาว่าคุนหลุนอยู่ที่ใด เพื่อจะได้ไปจัดการคุนหลุน และทำลายล้างคุนหลุน! ….. “ซิงเฉินเจ้าติดต่อหาเอ็ดเวิร์ดดูว่าเขาไปถึงจิงฉูแล้วหรือไม่”เย่ซิงเฉินเรียกเครื่องมือสื่อสารของตนออกมาพร้อมกับร้องอุทานเสียงดัง“มีข้อความเข้ามามากมาย!”เย่ซิงเฉินพบว่าข้อความทั้งหมดล้วนส่งมาจากเสี่ยวเม่ยเม่ยหลังจากอ่านข้อความจึงเงยหน้าขึ้นตอบหลิงหยุน “พวกเขาไปถึงหลุมยักษ์ตั้งแต่เจ็ดโมงครึ่งแล้ว!”“เอ็ดเวิร์ดกับเจสเตอร์เป็นผู้ที่ลงไปในหลุมยักษ์…”เย่ซิงเฉินยังคงอ่านข้อความให้หลิงหยุนฟัง“พอแล้วข้าต้องการรู้เท่านี้!”เพียงแค่รู้ว่าเอ็ดเวิร์ดไปถึงหลุมยักษ์ก็มากพอสำหรับหลิงหยุนแล้วจากนั้นจึงเรียกเครื่องสื่อสารของตนออกมาติดต่อหาตี้เสี่ยวอู๋ทันทีเครื่องมือสื่อสารที่หลิงหยุนกับตี้เสี่ยวอู๋ใช้นั้นเป็นเครื่องมือสื่อสารที่คนในหน่วยนภาใช้กัน จึงมั่นใจได้อย่างยิ่งว่าจะไม่มีผู้ใดสามารถดักฟังบทสนทนาของพวกเขาได้แน่“พี่หยุน..”ตี้เสี่ยวอู๋รับสายภายในไม่ถึงสองวินาทีเพราะเขารอคอยการติดต่อจากหลิงหยุนอยู่นานแล้ว“เสี่ยวอู๋เป็นเช่นใดบ้าง” น้ำเสียงของหลิงหยุนยังคงสงบนิ่งเช่นเคยแต่แววตานั้นเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น เพราะหินมังกรเขียวนั้นสำคัญกับเขายิ่งนัก!“พี่หยุนไม่ต้องห่วงน่าจะยังอยู่!”“แล้วอยู่หรือไม่เล่า!”น้ำเสียงของหลิงหยุนบ่งบอกถึงความกระวนกระวายใจไม่บ่อยนักที่ตี้เสี่ยวอู๋จะได้ยินน้ำเสียงกระวนกระวายของหลิงหยุนเขายิ้มออกมาเล็กน้อย และตอบกลับไปว่า“พี่หยุนเอ็ดเวิร์ดกับเจสเตอร์ลงไปสำรวจดูแล้ว พวกเขาไม่พบร่องรอยการนำหินมังกรเขียวขึ้นมาเลย แต่เพราะด้านล่างมีน้ำอยู่เต็มไปหมด ทั้งคู่ก็เลยไม่สามารถลงไปได้ จึงได้แต่สำรวจบริเวณรอบๆเท่านั้น”“ถ้าเช่นนั้นก็น่าจะยังอยู่อย่างที่เจ้าบอก!เอาล่ะ.. บอกเอ็ดเวิร์ดกับเจสเตอร์ว่าไม่ต้องลงไป ด้านล่างมีค่ายกลอยู่ ให้พวกมันทั้งสองอยู่รอบๆนอกก็พอ ข้ากำลังจะกลับไปเดี๋ยวนี้!” “ตอนนี้ข้านำเครื่องมือสื่อสารออกมาจากแหวนจักรวาลแล้วหากมีเรื่องเร่งด่วนรีบรายงานข้าทันที!”หลังจากนั้นหลิงหยุนก็เหน็บเครื่องมือสื่อสารของตนไว้ที่กระเป๋ากางเกงสิ่งสำคัญเวลานี้คือต้องรีบไปจิงฉูให้เร็วที่สุด!จากนั้นหลิงหยุนจึงเรียกกระบี่โลหิตแดนใต้ออกมาเวลานี้ดวงจิตของมังกรแดนใต้ได้ถูกปลดปล่อยออกจากกระบี่แล้ว รูปมังกรที่ดูราวกับมีชีวิตที่เคยสลักอยู่บนด้ามกระบี่นั้น จึงได้อันตธานหายไปด้วยรังสีอำมหิตเยือกเย็นที่เคยพวยพุ่งออกจากกระบี่โลหิตแดนใต้ทุกครั้งที่ปรากฏขึ้นเวลานี้ก็ไม่มีอีกแล้วเช่นกัน!แต่ถึงอย่างนั้นเวลานี้กระบี่โลหิตแดนใต้ที่เคยเป็นสีดำแดง กลับกลายเป็นสีแดงสดดั่งโลหิตแทน ราวกับว่ากระบี่ทั้งด้ามนี้ถูกหลอมมาจากโลหิตจริงๆ และประกายสีแดงราวกับเลือดสดนั้น กลับยิ่งให้ความรู้สึกที่น่าสยดสยอง และกลิ่นอายสังหารกลับรุนแรงยิ่งกว่าเดิม!กลิ่นอายสังหารรุนแรงที่พวยพุ่งออกมาประกอบกับโลหิตสีแดงที่อัดแน่นอยู่ในกระบี่ ทำให้กระบี่โลหิตแดนใต้ดูมีพลังยิ่งกว่าเดิมมากนับสิบเท่า!แม้แต่หลิงหยุนเองยังนึกตกใจไม่น้อยเมื่อได้เห็นพลังของกระบี่โลหิตแดนใต้ที่เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมอย่างมากมาย และได้แต่คิดว่า อานุภาพของกระบี่โลหิตแดนใต้เวลานี้ จะสู้หอกมังกรทอง หรือกระบี่จักรพรรดิของได้หรือไม่!“ซิงเฉินเจ้านำกระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุดออกมา แล้วถ่ายเทพลังปราณของเจ้าลงไป!”