ตอนที่ 934
บทที่ 1364 : ที่แท้คือโครงกระดูกมังกร
October 22, 2026
“ใช่แล้ว!” จู่ๆเย่ซิงเฉินก็ร้องตะโกนออกมาและดวงหน้างดงามไร้ที่ตินั้นก็จ้องมองมาทางหลิงหยุน พร้อมกับเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “ข้าจะต้องรายงานเรื่องกระบี่โลหิตเทวะได้ถือกำเนิดขึ้นแล้วนี้ให้ท่านอาจารย์ฟังเป็นคนแรก!” จากนั้นจึงหันไปมองกระบี่โลหิตเทวะในมือของหลิงหยุนพร้อมกับย้ำด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “หลิงหยุน ข้าจะโทรไปรายงานเรื่องนี้ให้อาจารย์ของข้ารู้ ห้ามเจ้าแอบฟังอย่างเด็ดขาด!” หลิงหยุนกรอกตาไปมาพร้อมกับเตือนเย่ซิงเฉินไปว่า“นี่.. เจ้าลืมไปแล้วหรืออย่างไรว่า อาจารย์ของเจ้าก็คือท่านแม่ของข้า!” “แต่ท่านอาจารย์ย้ำนักย้ำหนาว่าหากเจ้ายังไม่แข็งแกร่งพอ ห้ามไม่ให้เจ้าติดต่อกับนาง!” เย่ซิงเฉินเหลือบมองหลิงหยุน พร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียง และสีหน้าที่เหนือกว่า หลิงหยุนได้แต่ยิ้มและหาได้ขุ่นเคืองใจไม่ เพราะจากที่ได้ใช้เวลาอยู่กับเย่ซิงเฉินมานั้น ทำให้เขารู้ว่าหยินชิงเฉวียนรักใคร่เขามากเพียงใด มีหรือที่ไม่อยากจะพูดคุยและติดต่อกับเขา แต่เพราะพรรคมารนั้นยิ่งใหญ่และแข็งแกร่ง นางจึงเกรงว่าหากหลิงหยุนไม่แข็งแกร่งพออาจจะตกอยู่ในอันตรายได้! หลิงหยุนพยักหน้ายิ้มๆพร้อมตอบกลับไปว่า“ได้ๆ เชิญเจ้าโทรไปบอกได้เลย ข้ารับปากจะไม่แอบฟังอย่างเด็ดขาด!” เย่ซิงเฉินยิ้มออกมาพร้อมกับนำเครื่องมือสื่อสารออกมาติดต่อหาชิงหยวนทันที! หลิงหยุนไม่แอบฟังตามที่รับปากไว้เพราะเขาเองก็เกรงว่าหากได้ยิน จิตใจของเขาก็อาจสั่นไหวจนทนไม่ได้ จึงได้แต่สำรวจดูกระบี่โลหิตเทวะอย่างละเอียดอีกครั้ง หลังจากดูจนพอใจแล้วเขาจึงเก็บเข้าไปในแหวนจักรวาลดังเดิม “พ่อหนุ่มแม่นางผู้นั้นกล่าวได้ถูกต้องแล้ว กระบี่เมื่อครู่คือกระบี่โลหิตเทวะในตำนานจริงๆ!” จู่ๆเสียงพูดก็ดังขึ้นภายในห้วงจิตใจของหลิงหยุน มันคือเสียงดวงจิตของพู่จักรพรรดิแห่งมวลมนุษย์นั่นเอง ครั้งนี้น้ำเสียงของเขาฟังดูเคร่งขรึมจริงจังยิ่งนัก! “…”หลิงหยุนได้แน่อึ้งไปอีกครั้ง “ในเมื่อผนึกของกระบี่โลหิตเทวะถูกเปิดออกเช่นนี้แล้วทุกอย่างคงต้องดำเนินไปตามกฏสวรรค์เหมือนที่ผ่านๆมา..” พู่กันจักรพรรดิถอนหายใจก่อนจะเอ่ยต่อไปว่า“ในเมื่อเจ้าเป็นผู้ครอบครองกระบี่เล่มนี้ และดูเหมือนกระบี่จะได้กลับคืนสู่มือเจ้าของที่แท้จริงแล้ว ข้าเองก็ไม่อาจพูดอะไรได้มากไปกว่านี้ จากนี้ไปเจ้าก็ค้นหาคำตอบเอาเองเถิด..” หลิงหยุนได้แต่ตกตะลึงเพราะคำบอกเล่าของพู่กันจักรพรรดิแห่งมวลมนุษย์นั้นฟังดูน่ากลัวยิ่งนัก เช่นนี้แล้วในวันข้างหน้าเขาต้องพบเจอกับสิ่งใดบ้าง แต่จากคำพูดของพู่กันจักรพรรดิเมื่อครู่นั้นดูเหมือนว่าทั้งพู่กันจักรพรรดิ สมุดจักพรรดิ และกระบี่โหลิตเทวะ น่าจะต้องเคยพบกันมาแล้วเป็นแน่ และหากเป็นเช่นนั้นจริงย่อมหมายความว่า กระบี่โลหิตเทวะนี้จะไม่ใช่อาวุธศักดิ์สิทธิ์ในสมัยหยินชางแล้ว แต่น่าจะย้อนกลับไปไกลกว่านั้น คือยุคของสามราชาห้าจักรพรรดิด้วยซ้ำไป.. และนั่นทำให้หลิงหยุนก็กำลังนึกถึงเจ้าของกระบี่เล่มนี้คนแรกจึงได้แต่เอ่ยถามออกไปว่า “ไม่ทราบอาวุโสเคยพบเจอเจ้าของกระบี่เล่มนี้หรือไม่” หลิงหยุนแสร้งทำเป็นโง่และถามออกไปเช่นนั้นเพื่อต้องการข้อมูลมายืนยันในสิ่งที่ตนเองคาดคิด“นี่พ่อหนุ่ม!เจ้าอย่ามาแสร้งทำเป็นหลอกถามข้าเลย ขอบอกเจ้าตามตรง มันมากยิ่งกว่าพบเจอ เจ้าคิดว่าข้ากับตาเฒ่าในจุดตันเถียนนั่น ได้รับบาดเจ็บถึงเพียงนี้เพราะสาเหตุอันใดกัน”หลิงหยุนได้ฟังคำตอบของพู่กันจักรพรรดิกลับยิ่งตกใจจนพูดไม่ออกมากขึ้นเพราะคำตอบนั้นเหนือความคาดหมายกว่าสิ่งที่หลิงหยุนคาดว่าจะได้ยินมากนัก!กระบี่โลหิตเทวะสามารถทำร้ายพู่กันจักรพรรดิแห่งมวลมนุษย์และสมุดจักรพรรดิแห่งผืนพิภพได้อย่างนั้นหรือด้วยเหตุนี้หลิงหยุนจึงไม่ต้องการถามสิ่งใดเกี่ยวกับเจ้าของคนแรกของกระบี่เล่มนี้อีก เพราะเขาย่อมต้องเป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่แน่!“เอ่อ…”หลิงหยุนยกมือขึ้นเกาศรีษะพร้อมกับถามออกไปว่า“หากอาวุโสทั้งสองไม่ชอบกระบี่เล่มนี้ ข้ายินดีโยนมันทิ้งไป..”“เจ้าอย่าได้ยุ่งเรื่องของข้า!ข้าว่าเจ้ารีบๆไปนำโครงกระดูกมังกรขึ้นมาจะดีกว่า!” พู่กันจักรพรรดิร้องตะโกนบอกเสียงดังก่อนจะเงียบหายไปในที่สุด โครงกระดูกมังกร!หลิงหยุนตกตะลึงอีกครั้งเพราะโครงกระดูกมังกรที่พู่กันจักรพรรดิพูดถึงนั้น ก็คือหินมังกรเขียวที่เขากำลังจะไปเอานั่นเอง!ที่แท้หินมังกรเขียวนั่นก็คือโครงกระดูกมังกรงั้นรึ!เมื่อคิดได้เช่นนั้นหลิงหยุนก็เรียกกระบี่ที่เขาฟันหักเป็นสองท่อนนั้นกลับเขาไปไว้ในแหวนจักรวาลและรีบติดต่อหาโม่วู๋เตาทันที“นักพรตน้อยเวลานี้ข้าอยู่อันชิง และกำลังจะกลับไปจิงฉู เจ้านำแม่ชีทั้งหมดจากอารามจิ้งซินกลับไปที่จิงฉู แล้วพวกเราไปเจอกันที่นั่น!ตั้งแต่โม่วู๋เตารับสายของหลิงหยุนเขาก็ไม่มีโอกาสได้พูดอะไรเลยสักคำ ท้ายที่สุดก็พูดกลับไปได้เพียงแค่ประโยคเดียว“ไม่ต้องห่วงพวกเราจะรีบนั่งเครื่องกลับไปจิงฉูทันที!”แต่ยังไม่ทันที่โม่วู๋เตาจะพูดจบดีด้วยซ้ำหลิงหยุนก็วางสายไปแล้ว…หลังจากวางสายไปแล้วหลิงหยุนก็พยามทำสมาธิสงบสติอารมณ์ของตัวเอง เพราะหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาได้รับรู้มาตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ ทำให้เขาตื่นเต้นดีใจจนต้องยิ้มออกมาหลิงหยุนเริ่มรู้สึกว่าตนเองนั้นเข้าใกล้กับประตูที่จะไขความลี้ลับอันยิ่งใหญ่ของโบราณกาลมากขึ้นเรื่อยๆแล้ว!“น่าสนใจยิ่งนัก!”หลิงหยุนรำพึงรำพันออกมายิ้มๆในขณะที่จิตใจกำลังพลุ่งพล่านอย่างมาก