ตอนที่ 935
บทที่ 1365 : ค่ายกลกำแพงศิลา
October 22, 2026
“สวัสดีตอนเช้าเจ้านายที่เคารพ!” พอลเดินตรงเข้าไปหาหลิงหยุนพร้อมกับเอ่ยทักทายด้วยความเคารพนอบน้อมเช่นเคยพอลยังคงเป็นพอลที่มีกิริยามารยาทเรียบร้อย และเป็นสุภาพบุรุษตามแบบชาวตะวันตกไม่เปลี่ยนแปลง เวลานี้ใบหน้าที่เคยซีดขาวของพอลเริ่มมีสีแดงปรากฏขึ้นบ้างแล้ว.. “พอล..ดูเจ้าสบายดีมากสินะ!” หลิงหยุนพยักหน้าพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจกับสภาพของพอลเวลานี้เขาพบว่าพอลฟื้นคืนความเป็นมนุษย์กลับขึ้นมาได้มาก และเวลานี้หัวใจของเขาก็เต้นไม่ต่างจากคนธรรมดาทั่วไป “เอ็ดเวิร์ดกับเจสเตอร์เล่า” “เจ้าหนายที่เคารพเอ็ดเวิร์ดกับเจสเตอร์ได้ลงไปที่ก้นหลุมยักษ์นานแล้ว พวกเขาคอยเฝ้าทำหน้าที่เฝ้าสมบัติของเจ้านายอยู่ที่ถ้ำหินด้านล่าง” หลิงหยุนพยักหน้าพร้อมกับเอ่ยชม“เยี่ยมมาก พวกเจ้าทำงานได้ดีมาก!” ต้องยอมรับว่าแวมไพร์สี่ห้าตนที่หลิงหยุนทำให้พวกมันกลายเป็นบริวารได้นั้นแต่และตนล้วนจงรักภักดีกับเขาอย่างมาก และมีความรับผิดชอบในงานที่หลิงหยุนมอบให้สูงมาก ทำให้เขารู้สึกพอใจในตัวของพวกมันยิ่งนัก ส่วนเย่ซิงเฉินเองก็พอใจไม่น้อยแม้ส่วนตัวนางจะไม่นึกชื่นชอบชาวต่างชาติมาก่อน แต่หลังจากที่เริ่มคุ้นเคยกันนั้น พวกเขาต่างก็เรียกขานนางว่านายหญิง ทำให้เย่ซิงเฉินสุขใจ แล้วก็เริ่มพึงพอใจในตัวพวกมันมากขึ้นด้วยเช่นกัน เหล่าแวมไพร์ทั้งห้าเองต่างก็รู้จักหญิงสาวรอบตัวหลิงหยุนแทบทุกคนและพวกมันก็รู้ว่าเย่ซิงเฉินนั้นไม่เหมือนหญิงสาวคนอื่นๆของหลิงหยุน แม้ว่าพวกมันจะเป็นแวมไพร์แต่ก็มีสมองที่ชาญฉลาด และดูออกว่าเย่ซิงเฉินสำคัญกับหลิงหยุนมากเพียงใด พวกมันจึงให้ความเคารพเย่ซิงเฉินอย่างมาก และไม่กล้าเสียมายาทกับนาง “พี่หยุน!” ตี้เสี่ยวอู๋ร้องตะโกนทักทายหลิงหยุนในขณะที่วิ่งเข้าไปหาเมื่อไปถึงจึงรีบบอกกับเขาว่า “แม่นางทั้งหมดของอารามจิ้งซินให้ข้ามอบสิ่งนี้ให้กับพี่!” ระหว่างที่พูดตี้เสี่ยวอู๋ก็ยื่นสมุนไพรสีเขียวหอบใหญ่ในมือให้กับหลิงหยุน.. สมุนไพรชนิดนี้มีรากและลำต้นที่ยาวมากรากของมันเรียวเล็กและยาว มีสีเหลืองอมชมพู แล้วก็ขดเป็นวงกลมดูคล้ายกับลำไส้ของในท้องมนุษย์ ส่วนลำต้นมีลักษณะคล้ายไม้เลื้อยแต่ก็ยาวมากจนน่าประหลาด อีกทั้งยังปกคลุมไปด้วยใบไม้สีเขียวที่มีความคมราวกับฟันของเลื่อย หากไม่ระวังก็สามารถถูกใบของมันบาดเลือดไหลได้ทีเดียว หลิงหยุนจ้องมองกองสมุนไพรหลายสิบกิโลกรัมพร้อมกับพึมพำออกมา“นี่มันหญ้าใจสลายไม่ใช่รึ” “ใช่!”ตี้เสี่ยวอู๋ตอบพร้อมกับพยักหน้า“ดูเหมือนตั้งแต่ที่ศิษย์อารามจิ้งซินสูญเสียวรยุทธไปความคิดความอ่านพวกนางก็เปลี่ยนไปมากด้วยเช่นกัน นอกจากจะไม่ต้องการหญ้าใจสลายแล้ว ยังรู้ว่าต้องนำมามอบให้กับข้าอีกด้วย!”หลิงหยุนยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจพร้อมกับเรียกกองสมุนไพรเข้าไปเก็บในแหวนของตนเอง“ส่วนนี่โอสถไร้ใจ..”ตี้เสี่ยวอู๋เรียกโอสถสามขวดออกมาถือไว้ในมือแต่ละขวดมีโอสถไร้ใจอยู่สิบแปดเม็ด รวมแล้วหลิงหยุนได้รับโอสถไร้ใจห้าสิบสี่เม็ดคิดไม่ถึงว่าแม่ชีมี่เจียวก่อนตายยังปกป้องโอสถไร้ใจทั้งสามขวดนี้และนำไปฝากไว้กับเหล่าแม่ชีที่รอดชีวิต แต่ท้ายที่สุดกลับตกมาอยู่ในมือของหลิงหยุนอยู่ดี“แม่ชีมี่หลินเป็นคนขอให้ข้านำโอสถทั้งสามขวดนี้มามอบให้กับพี่นางบอกว่าไม่จำเป็นต้องใช้อีกแล้ว!”แน่นอนว่าหลิงหยุนย่อมไม่ปฏิเสธเขารับโอสถสามขวดเข้าไปเก็บในแหวนอีกครั้ง แล้วจึงเริ่มพูดธุระของตนเอง เวลานี้เรื่องสำคัญคือต้องนำหินมังกรเขียวเข้าไปเก็บไว้ในแหวนของตนเสียก่อน“เหตุใดที่ปากหลุมยักษ์จึงมีผู้คนมากมายเช่นนี้”หลิงหยุนขมวดคิ้วเล็กน้อยพร้อมกับยกมือขึ้นชี้ไปทางปากหลุมยักษ์และเอ่ยถามตี้เสี่ยวอู๋ด้วยความสงสัยช่วงเวลานี้เหมาะที่จะไปนั่งชมทิวทัศน์ที่ทะเลสาบมากกว่าและปกติของเช้าวันทำงานเช่นนี้ ที่หลุมยักษ์จะมีคนน้อยมาก หรือแทบจะไม่มีคนเลยทีเดียว แต่วันนี้กลับมีผู้คนพลุกพล่าน และหนาแน่นผิดปกติ และต่อให้เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวจากที่อื่นก็น่าจะไปชมทะเลสาบ หรือไปเที่ยวเขามังกร ซึ่งน่าจะสุนกมากกว่าที่จะมารุมล้อมดูหลุมยักษ์เช่นนี้ตี้เสี่ยวอู๋มองหลิงหยุนพร้อมกับยิ้มออกมาแล้วจึงรีบตอบกลับไปว่า “พี่หยุน คนเกือบทั้งหมดนั่นล้วนเป็นคนของเราเอง! ฉันเตรียมมาเพื่อสร้างสถานการณ์เท่านั้น คนตระกูลหลงจะได้ไม่กล้าส่งคนแอบลงไปตอนกลางวัน!”“…”หลิงหยุนถึงกับอึ้งไปเขาจ้องมองตี้เสี่ยวอู๋ตาโตด้วยความตกตะลึง พร้อมกับร้องอุทานออกมาเสียงดัง“โอ้โห!!เจ้าเปลี่ยนเป็นฉลาดหลักแหลมเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน”จะไม่ให้หลิงหยุนตกใจได้อย่างไรกันในเมื่อวิธีนี้เป็นวิธีการรับมือกับอำนาจ และความแข็งแกร่งของตระกูลหลงได้อย่างเฉียบแหลมยิ่งนัก “เอ่อ..”ตี้เสี่ยวอู๋ยกมือขึ้นเกาศรีษะด้วยความเก้อเขินพร้อมกับรีบอธิบายว่า “พี่หยุน เรื่องแบบนี้ข้าจะคิดเองได้อย่างไรกันเล่า ความจริงนี่เป็นความคิดของพี่เม่ยเม่ยต่างหาก..”