ตอนที่ 939
บทที่ 1369 : ที่มาของจิ่วติ่ง
October 22, 2026
หลังจากที่แวมไพร์ทั้งสองตนออกจากห้องศิลาไปแล้วหลิงหยุนก็ซัดฝ่ามือของตนใส่ปุ่มหินบนประตู ประตูศิลาจึงค่อยๆปิดลงอย่างช้าๆ หลิงหยุนทำการกลางผ้าแพรสีเหลืองทองนี้ไว้บนโลงศพด้วยท่าทีระมัดระวังและเคารพนบนอบ จากนั้นเขาก็คุกเข่าลงข้างเย่ซิงเฉินทันที สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่ตัวอักษรสามตัวสุดท้ายด้วยความเคารพยิ่ง ก่อนจะโขกศรีษะลงกับพื้นทำการคาราวะถึงสามครั้ง อย่าว่าแต่หยินจิ่วโย่วจะเป็นบรรพชนของหยินชิงเฉวียนเลยเพราะเพียงแค่เห็นกระบี่โลหิตเทวะ กระบี่มังกรขาว และโอสถชั้นเลิศทั้งสามขวดนั้น หลิงหยุนก็ต้องทำการโขกศรีษะคาราวะแล้ว การที่เย่ซิงเฉินแสดงท่าทีนอบน้อมเคารพต่อหน้าโลงศพอย่างมากเช่นนี้เพราะไม่เพียงหยินจิ่วโย่วจะเป็นบรรพชนของหยินชิงเฉวียนเท่านั้น แต่นางยังล่วงรู้ฐานะทีแท้จริงของผู้ที่เขียนผ้าแพรคำบัญชาเลือดนี้ด้วยว่า แท้ที่จริงคนผู้นี้ก็คือปรมาจารย์แห่งพรรคมารตั้งแต่สมัยราชวงศ์เหนือ-ใต้นั่นเอง! และนางในฐานะธิดาพรรคมารย่อมต้องคุกเข่าคาราวะ และโขกศรีษะให้ด้วยความเคารพยิ่ง! หลังจากทำการโขกศรีษะคาราวะแล้วทั้งหลิงหยุนและเย่ซิงเฉินต่างก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกับหันไปมองหน้ากันครู่หนึ่งด้วยความตื่นตระหนกอย่างที่สุด เพราะความจริงที่พบในครั้งนี้เป็นเรื่องที่ทำให้ทั้งคู่ถึงกับต้องตกใจอย่างมาก! แต่หาใช่เรื่องสมบัติล้ำค่าที่พบเจอไม่สิ่งนั้นเป็นเพียงแค่เรื่องรอง แต่ทั้งคู่ตกใจกับฐานะที่แท้จริงของหยินจิ่วโย่วซึ่งเป็นถึงปรมาจารย์ของพรรคารที่เพิ่งถูกเปิดเผยต่างหากเล่า! หยินจิ่วโย่วไม่เพียงเกี่ยวข้องกับพรรคมารแต่เขายังเกี่ยวพันถึงราชวงศ์ชางอีกด้วย และดูเหมือนว่าฐานะของเขาน่าจะเกี่ยวข้องกับจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ชางด้วย มิเช่นนั้นคงไม่เขียนคำบัญชาที่ดูราวกับราชโองการเช่นนี้แน่! หลิงหยุนพลันฉุกคิดได้ว่าความลับเรื่องนี้เป็นประโยชน์กับตนอย่างมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวอักษรสามคำสุดท้าย – หยินจิ่วโย่ว! และประโยคสำคัญที่สุดก็คือ.. ‘หลังจากที่เจ้าฝึกฝนจนสำเร็จแล้วจงเข้าคุนหลุนหาจิ่วติ่ง (九鼎) ให้พบ และแก้แค้นให้แทนข้าด้วย!’ ประโยคนี้ยิ่งย้ำว่าคุนหลุนคือผู้ที่อยู่เหนือเรื่องราวทั้งหมด คุนหลุนไม่เพียงเป็นศัตรูของตระกูลหลิงเท่านั้น แต่ยังพัวพันถึงราชวงศ์ชางอีกด้วย และในคำสั่งประโยคนี้ก็ยังพูดถึงเรื่องจิ่วติ่ง (九鼎) อีกด้วย.. หาจิ่วติ่งในคุนหลุนอย่างนั้นหรือ และแน่นอนว่าถึงแม้หลิงหยุนจะไม่รู้ว่าจิ่วติ่งที่หยินจิ่วโย่วเขียนไว้ในผ้าแพรเหลืองทองนั้นคือสิ่งใดกันแน่ แต่เขาก็เชื่ออย่างยิ่งว่ามันจะต้องเป็นสิ่งของที่สำคัญยิ่งนัก!……ตามตำนานโบร่ำโบราณเล่าขานกันว่าหลังจากที่พระเจ้าเซี่ยอวี่สามารถทำการควบคุมน้ำได้สำเร็จ จึงได้รับสั่งให้หล่อกระถางธูปทองคำขนาดใหญ่มีขาตั้งสี่ขาขึ้นมาเก้าใบ จึงได้เรียกว่าจิ่วติ่ง และได้สลักรูปนกแปลกๆ สัตว์ต่างๆ เทพ และปีศาจหลากหลายที่เขาพบเจอในช่วงที่กำลังมุ่งมั่นทำงานเพื่อหาทางควบคุมน้ำนั้นไว้รอบจิ่วติ่งอีกด้วยว่ากันว่าในระหว่างที่พระเจ้าเซี่ยอวี่ทำการหล่อกระถางธูปทองคำขนาดใหญ่ทั้งเก้าใบนั้นก็จะมีปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติเกิดขึ้นถึงเก้าครั้ง และในครั้งสุดท้ายนั้น มีคนพบเห็นเทพไท่ไป่จินซินปรากฏตัวอยู่เหนือท้องฟ้าโยนกระถางธูปทั้งเก้าใบลงมาหลังจากหลอมกระถางธูปทั้งเก้าใบสำเร็จซึ่งเป็นกระถางหยางหกใบ และกระถางหยินสามใบ จึงได้สั่งให้แจกจ่ายไปตามหัวเมืองทั้งเก้าแห่งหลังจากที่ราชวงศ์เวชเซี่ยล่มสลายก็เข้าสู่ราชวงศ์ชางและจิ่วติ่งก็ได้ถูกย้ายไปที่เมืองหลวงของราชวงศ์ชาง และเมื่อราชวงศ์ชางถูกทำลาย จิ่วติ่งก็ได้ถูกย้ายไปยังเมืองหลวงของราชวงศ์โจว จนกระทั่งพระเจ้าโจวเฉินได้ย้ายเมืองหลวงไปลั่วหยาง ก็ได้นำจิ่วติ่งไปด้วยจนกระทั่งยุคสมัยของพระเจ้าฉินจ้าวเซียงหวางแห่งราชวงศ์ฉินก็ได้ย้ายจิ่วติ่งนี้ไปที่เมืองหลวงของตน และหลังจากสิ้นสุดราชวงศ์ฉิน จิ่วติ่งก็ได้หายไปและไม่มีผู้ใดได้พบเห็นอีกเลยหลังจากนั้นนับแต่นั้นมาก็มีเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับกระถางธูปทองคำทั้งเก้าใบคนรุ่นหลังๆต่างก็ร่ำลือว่าจิ๋นซีฮ่องเต้ได้นำจิ่วติ่งไปหลอมเป็นมนุษย์ทองคำ แต่บ้างก็ว่าไม่ใช่เป็นทองคำจากจิ่วติ่งนี้.. บ้างก็เล่าว่าจิ๋นซีฮ่องเต้ได้จิ่วติ่งไปไว้ในสุสานของตนเพื่อให้จิ่วติ่งทำหน้าที่คุ้มครองสุสาน ปกป้องราชวงศ์ฉินไม่ให้ล่มสลาย และเป็นนิรันด์ แต่ทั้งหมดล้วนเป็นเพียงแค่คำร่ำลือ..แต่ไม่ว่าจะร่ำลือเช่นใดการหายไปของจิ่วติ่งก็ล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับจิ๋นซีฮ่องเต้ทั้งสิ้น!ส่วนในคำบัญชาของหยินจิ่วโย่วก็มีคำสั่งหนักแน่นว่า‘เข้าคุนหลุนหาจิ่วติ่ง’ เช่นนั้นแล้วจิ่วติ่งอยู่ที่คุนหลุน หรืออยู่ที่สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้กันแน่และเมื่อสี่สิบปีก่อนที่อาวุโสตระกูลหลิงเดินทางไปคุนหลุนส่วนอาวุโสตระกูลฉินเดินทางไปสุสานจิ๋นซีนั้น จะเกี่ยวข้องกับเรื่องจิ่วติ่งหรือไม่หลิงหยุนรู้สึกสับสนอย่างมากแต่ก็ไม่สามารถใคร่ครวญออกมาได้..แต่ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด..ทั้งสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้และคุนหลุน ล้วนแล้วแต่เป็นสถานที่ที่หลิงหยุนจะต้องการไปทั้งคู่ ในเมื่อไม่มีร่องรอยให้สามารถครุ่นคิดได้ หลิงหยุนจึงไม่ต้องการเสียงเวลาคิดอะไรอีก รอเพียงแค่ไปสำรวจด้วยตัวเองเท่านั้น..จากนั้นหลิงหยุนก็เดินเข้าไปใกล้โลงศพและได้เรียกผ้าแพรสีเหลืองทองเข้าไปเก็บไว้ในแหวนจักรวาลของตน จากนั้นจึงทำการปิดฝาโลงโลหะทั้งสอง แล้วเรียกเข้าไปเก็บไว้ในแหวนของตนอีกเช่นกัน