ตอนที่ 942
บทที่ 1372 : ระดับกลางขั้นอู่เฉิงชี่
October 22, 2026
สำหรับผู้ที่บ่มเพาะพลังนั้นเมื่อเข้าสู่ขั้นพลังชี่ได้แล้ว สิ่งแรกที่จะเกิดขึ้นคือสามารถเปิดจุดซือไห่กลางหว่างคิ้วได้ จิตหยั่งรู้ถือกำเนิดขึ้น รู้วิธีกลั่นปราณบ่มเพาะจิตวิญญาณ สามารถกลั่นเสินหยวน และใช้เสินหยวนสร้างพลังเหนือธรรมชาติต่างๆในการต่อสู้ได้ ในระดับเริ่มต้นของขั้นพลังชี่นั้นสิ่งที่จะบอกว่าผู้บ่มเพาะตนพัฒนาไปได้แข็งแกร่งมากเพียงใด สามารถดูได้จากจำนวนหยดเสินหยวนที่เผาได้พร้อมกัน และความเร็วในการเปลี่ยนเสินหยวนเป็นพลังเหนือธรรมชาติ และทั้งหมดนี้ก็ขึ้นอยู่กับพรสวรรค์และความเฉลียวฉลาดของผู้บ่มเพาะตนรวมถึงวิชาต่างๆที่คนผู้นั้นฝึกฝนด้วย แต่ไม่ว่าผู้บ่มเพาะตนจะเก่งกาจสามารถเผาเสินหยวนได้พร้อมกันมากมายเพียงใดแต่ก็ได้สูงสุดเท่าที่แต่ละขั้นจะรองรับได้เท่านั้น หากต้องการเผาเสินหยวนให้ได้มากกว่านั้นจึงมีเพียงแค่หนทางเดียวเท่านั้น ซึ่งก็คือการพัฒนาเข้าสู่ด่านกลางขั้นพลังชี่เท่านั้น.. นั่นเพราะการเข้าสู่ด่านกลางของขั้นพลังชี่นั้นขนาดของจุดซือไห่จะขยายใหญ่ขึ้นอีกครั้ง และมีความแข็งแกร่งมากขึ้นกว่าเดิม จึงทำให้สามารถกลั่นเสินหยวนได้เร็วขึ้น และสามารถกักเก็บเสินหยวนได้มากขึ้น แน่นอนว่าความสามารถในการเผาหยดเสินหยวนย่อมต้องเพิ่มขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน ในด่านกลางขั้นพลังชี่นี้สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผู้บ่มเพาะตนก็คือ พื้นที่ในการกักเก็บเสินหยวน และความเร็วในการแปลงเสินหยวนให้เป็นพลังเหนือธรรมชาติ! หรือจะพูดให้เข้าใจได้ง่ายๆก็คือว่าความแข็งแกร่งของผู้บ่มเพาะตนในขั้นนี้นั้น ขึ้นอยู่กับสองสิ่งที่กล่าวมาเบื้องต้นนั่นเอง! สำหรับผู้ที่ฝึกบ่มเพาะพลังมาจนสามารถเข้าสู่ด่านกลางและด่านสุดท้ายของขั้นพลังชี่ได้นั้น ไม่ว่าจะเป็นผู้มีพรสวรรค์ล้ำเลิศหรือไม่นั้น ไม่ว่าจะสามารถกลั่นเสินหยวนได้เร็วหรือช้า แต่ทุกคนจะมีเสินหยวนที่กักเก็บอยู่ในจุดซือไห่กลางหว่างคิ้วไว้ใช้ได้นานถึงหนึ่งอาทิตย์ หรือแม้กระทั่งเป็นเดือนเลยทีเดียว.. ด้วยเหตุนี้..จึงไม่จำเป็นที่ผู้บ่มเพาะในขั้นนี้จะต้องเร่งกลั่นเสินหยวนเก็บไว้ในจุดซือไห่ให้มาก ยกตัวอย่างเช่นหลิงหยุนที่อยู่ในระดับสูงสุดขั้นซานฉางชี่(ขั้นพลังชี่-3) นั้น สามารถกักเก็บเสินหยวนไว้ในจุดซือไห่ได้มากกว่าหกหมื่นหยด และในเวลาเพียงแค่หนึ่งคืนกับอีกหนึ่งวัน เขาก็สามารถกลั่นเสินหยวนได้ถึงหนึ่งในห้า.. และเมื่อหลิงหยุนเข้าสู่ด่านกลางขั้นพลังชี่จุดซือไห่ของเขาได้ขยายใหญ่จากเดิมถึงเก้าเท่า ทำให้สามารถรองรับเสินหยวนได้นับหลายแสนหยด ระหว่างที่ไม่มีการต่อสู้เกิดขึ้นนั้น เขาสามารถกลั่นเสินหยวนไปได้เรื่อยๆ และไม่จำเป็นต้องเร่งรีบ เหตุใดผู้บ่มเพาะจึงต้องฝึกฝนตนให้เข้าสู่ด่านกลางขั้นพลังชี่อย่างนั้นหรือเหตุผลก็ไม่มีอะไรมาก.. สำหรับใช้ในการต่อสู้กับศัตรูนั่นเอง! ด้วยเสินหยวนนับแสนหยดนี้ หากแข็งแกร่งมากพอก็จะสามารถเผาเสินหยวนได้ในปริมาณมาก เมื่อถึงคราวที่ต้องประมือกับคู่ต่อสู้ที่อยู่ในขั้นสูงกว่ามาก จึงไม่ใช่เรื่องยากอะไรที่สามารถจะเอาชนะได้.. อีกทั้งหากสามารถแปลงเสินหยวนเป็นพลังเหนือธรรมชาติได้รวดเร็วมากเท่าใดผู้บ่มเพาะตนก็จะยิ่งสามารถเหาะไปในอากาศได้ด้วยความเร็วที่สูงมากขึ้นเท่านั้น! และเมื่อสามารถใช้พลังเหนือธรรมชาติได้แข็งแกร่งเท่าใดก็ย่อมต้องใช้เวทย์มนต์ และพลังวิเศษในการต่อสู้ได้แข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น สำหรับผู้บ่มเพาะพลังคนอื่นนั้นหลังจากเข้าสู่ด่านกลางขั้นพลังชี่แล้ว อาจต้องอาศัยการฝึกฝนแปลงเสินหยวนเป็นพลังเหนือธรรมชาติ และเวทย์มนต์ต่างๆ เพื่อให้สามารถใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ไม่ใช่หลิงหยุน..เขาเป็นผู้บ่มเพาะตนในขั้นอมตะ ที่ต้องกลับมาเริ่มต้นบ่มเพาะพลังใหม่บนโลกใบนี้เท่านั้น แต่ความเชี่ยวชาญในการแปลงเสินหยวนเป็นพลังวิเศษต่างๆนั้น เป็นเรื่องที่เขาย่อมคุ้นเคยดี.. ไม่จำเป็นต้องฝึกฝนอีก..….เวลานี้หลิงหยุนได้เผาเสินหยวนไปอีกหนึ่งพันแปดสิบหยดและกำลังทำการหลอมวิญญาณหยิน พร้อมกับดูดซับเอาพลังหยางบริสุทธิ์ภายในดวงตาค่ายกลหยางนี้เข้าไปด้วยความเร็วที่น่าอัศจรรย์!พลังหยินและหยางที่พุ่งออกจากจุดตันเถียนของหลิงหยุนและโคจรไปตามเส้นลมปราณต่างๆ จนกระทั่งผ่านจุดกึ่งกลางหว่างคิ้วนั้น เป็นไปด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ เพราะเวลานี้หลิงหยุนสามารถเดินพลังปราณรอบใหญ่ได้ถึงสามสิบรอบภายในเวลาเพียงหนึ่งวินาทีเท่านั้น..ตอนนี้หลิงหยุนสามารถกลั่นเสินหยวนได้สามสิบหกหยดในหนึ่งนาทีหรือมากกว่าสองพันหยดในหนึ่งชั่วโมง..ร่างของหลิงหยุนที่อยู่ตรงกลางดวงตาค่ายกลหยางนั้นมีกระแสพลังหยางหมุนวนอยู่รอบตัว และค่อยๆหายเข้าไปในร่างของเขาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งสองชั่วโมงผ่านไป..บูม!หลิงหยุนเข้าสู่ระดับกลางขั้นซื่อเฉิงชี่(ขั้นพลังชี่-4) และผ่านไปอีกเพียงแค่หนึ่งชั่วโมง เขาก็สามารถเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นซื่อเฉิงชี่ได้!ปกติในระดับสูงสุดขั้นซื่อเฉิงชี่นั้นผู้บ่มเพาะจะสามารถกลั่นเสินหยวนได้สูงสุดสิบแปดหยดต่อนาที แต่จากการที่หลิงหยุนได้เผาเสินหยวนจำนวนหนึ่งพันแปดหยดไป ทำให้เวลานี้เขาสามารถกลั่นเสินหยวนได้ถึงสามสิบหกหยดต่อนาที!“ทัณฑ์เมฆาปรากฏแล้วแต่อสุนีบาตยังไม่ปรากฏ..”หลังจากที่หลิงหยุนพัฒนาเข้าสู่ขั้นซื่อเฉิงชี่แล้วเขาก็สัมผัสได้ถึงทัณฑ์เมฆาที่ก่อตัวขึ้นบนท้องฟ้าเหนือเขามังกรอยู่นาน แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ปรากฏอสุนีบาตเสียที..“ดูเหมือนข้าจะคาดเดาได้ถูกต้อง..”หลิงหยุนได้แต่พึมพำกับตัวเองและรู้ว่าตราบใดที่เขาไม่ออกจากใต้ดินขึ้นไปยังผืนดินเบื้องบน จะไม่เกิดทัณฑ์สวรรค์อย่างแน่นอน และนั่นทำให้เขารู้สึกโล่งใจหลิงหยุนยังคงนั่งขัดสมาธิอยู่กลางดวงตาค่ายกลหยางในขณะเดียวกันก็สื่อสารบอกกับเย่ซิงเฉินว่า–ซิงเฉินข้ายังต้องพัฒนาขั้นขึ้นสูงอีก เจ้าไปรอข้าอยู่ที่ค่ายกลดวงตาหยิน–และหลังจากที่เย่ซิงเฉินจากไปหลิงหยุนก็เริ่มทำสมาธิให้จิตใจสงบ และเริ่มเดินพลังลับหยิน–หยางอีกครั้งจากนั้นโซ่หยิน–หยางก็ปรากฏขึ้นในมือของหลิงหยุนโซ่หยินพุ่งไปยังบ่อน้ำแข็งที่อยู่ภายในดวงตาค่ายกลหยิน ส่วนโซ่หยางพุ่งแทรกลงไปภายในดวงตาค่ายกลหยาง..“เริ่มดูดได้!”