ตอนที่ 958
บทที่ 1388 : เหาะเล่นทั่วจิงฉู
October 22, 2026
บทที่ 1388 : เหาะเล่นทั่วจิงฉู ก่อนจากไปหลิงหยุนได้ปลดปล่อยปราณมังกรออกมาจนร่างของเขากลายเป็นสีทองสว่างสุกใส แล้วจึงค่อยหายวับไปอย่างรวดเร็ว และนั่นทำให้มังกรแดนใต้มีสีหน้าท่าทางตกอกตกใจ และหวาดกลัวเป็นอย่างมาก.. “มังกรแดนใต้..อย่าคิดว่าเจ้าได้ร่างของมังกรสีแดงไปแล้ว ข้าจะไม่สามารถจัดการกับเจ้าได้!” หลิงหยุนจงใจแสดงพลังของตนเองเพื่อข่มมังกรแดนใต้ไว้ก่อนจะเหาะไปท่ามกลางท้องฟ้าที่มืดมิดอีกราวสิบกว่ากิโลเมตร แล้วจึงร่อนลงบนเนินเขาแห่งหนึ่ง ที่หลิงหยุนต้องทำเช่นนั้นก็เพราะเขาพบว่ามังกรแดนใต้นั้นสามารถรับรู้ความทรงจำของมังกรสีแดงได้ ทำให้มังกรแดนใต้ดูเหมือนจะเริ่มไม่เชื่อฟังเขา ซึ่งเป็นเรื่องหลิงหยุนไม่อาจยอมรับได้ หากมังกรแดนใต้ไม่เชื่อฟังเขาต่อให้มันจะเก่งกาจและแข็งแกร่งมากเพียงใดแล้วจะมีประโยชน์อันใด และจะกลับกลายเป็นว่ายิ่งมันแข็งแกร่งมากเท่าใด ก็จะยิ่งสร้างปัญหาให้กับเขามากมายเท่านั้น อาจถึงขั้นสร้างหายนะให้กับเขาอย่างใหญ่หลวงในวันข้างหน้าก็เป็นได้! ด้วยเหตุนี้ก่อนที่จะจากไปหลิงหยุนจึงต้องจงใจปลดปล่อยพลังที่แข็งแกร่งของปราณมังกรออกมาข่มขวัญมันไว้ มันจะได้ไม่กล้าคิดกำแหงกับเขา แต่ถึงแม้หลิงหยุนจะไม่มีปราณมังกรที่แข็งแกร่งเวลานี้เขาเองก็ได้เขาสู่ระดับสูงสุดขั้นอู่เฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-5) แล้ว อีกทั้งยังใช้เวลานานกว่าสี่ชั่วโมงในการรับทัณฑ์สวรรค์ เพียงแค่ความแข็งแกร่งนี้บวกกับกระบี่โลหิตเทวะในมือ เขาก็สามารถจัดการกับมังกรแดนใต้ได้แล้ว.. “เรื่องใหญ่ๆสามเรื่องในจิงฉูไม่ว่าจะเป็นนำหินมังกรเขียวกลับไป รักษาฉินตงเฉวี่ยและหาที่อยู่ให้มังกรทั้งสองตัว ข้าก็ได้จัดการสะสางเรียบร้อยแล้ว จะเหลือก็เพียงแค่เรื่องเล็กๆน้อยๆเท่านั้น..” ส่วนเรื่องเล็กๆน้อยๆก็เป็นเรื่องของเหล่าศิษย์อารามจิ้งซิน รวมทั้งต้องไปปรากฏตัวให้สาวๆในจิงฉูของเขาเห็นหน้า หลิงหยุนพาคนกลับมาจิงฉูด้วยมากมายเช่นนี้และทั้งตี้เสี่ยวอู๋ เหมี่ยวเสี่ยวเหมา เฉิงเม่ยเฟิง และคนอื่นๆต่างก็อยู่ในจิงฉูมานานสามวันแล้ว ทุกคนจึงต้องรู้ว่าเขากลับมาแล้วเป็นแน่ แต่จนป่านนี้เขายังไม่มีเวลาแม้แต่จะโทรหาใครสักคนเดียว และเวลานี้เขาก็กำลังปวดหัวว่าจะไปที่ไหนก่อนดี.. “ช่างเถิด..คิดไปก็ปวดหัว!” หลิงหยุนคร้านที่จะคิดอะไรต่ออีกเขารีบเหาะสูงขึ้นไปบนท้องฟ้าราวสามกิโลเมตร พร้อมกับใช้วิชาล่องหนพลางตัวไม่ให้คนเห็น แล้วจึงมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองจิงฉู และด้วยความเร็วในการเหาะของหลิงหยุนเวลานี้เขาสามารถใช้เวลาเหาะไปรอบๆเมืองจิงฉูเพียงแค่สองสามนาทีเท่านั้น ผู้บ่มเพาะตนนั้นยิ่งแข็งแกร่งขึ้นมากเท่าไหร่ สิ่งแรกที่พวกเขาจะรู้สึกคือ โลกใบนี้กลับยิ่งเล็กลงเรื่อยๆ ความรู้สึกเช่นนี้จะรุมเร้าจิตใจผู้บ่มเพาะตนมากเสียกว่าการได้รับอิสระทางการเงินเสียอีก และความรู้สึกเช่นนี้ล้วนเกิดจากความแข็งแกร่งที่เหล่าผู้บ่มเพาะตนมี.. ไม่เพียงแค่จะสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้เท่านั้นแต่หากมีจิตหยั่งรู้ที่แข็งแกร่ง และสามารถมองเห็นได้กว้างไกลครอบคลุมถึงแปดพันเมตรเช่นหลิงหยุน ผู้บ่มเพาะตนย่อมเห็นโลกแตกต่างไปจากเดิมมาก.. และเพียงไม่นานหลิงหยุนก็เหาะไปถึงชานเมืองด้านตะวันตกของจิงฉู ซึ่งเป็นที่ตั้งของอาคารหลิงหยุน และบริษัทหลิงหยุนคอร์ปอเรชั่นก็อยู่บนอาคารแห่งนี้ “อืมม..ที่นี่บรรยากาศดีถึงเพียงนี้เชียวรึ” หลิงหยุนสังเกตเห็นบรรยากาศสดชื่นที่ปกคลุมเบื้องบนของอาคารหลิงหยุนอยู่ว่าเป็นลมที่พัดผ่านมาจากภูเขาด้านหลัง และได้เห็นความอ่อนเยาว์ของคนในอาคาร ที่เวลานี้ดูเด็กลงกว่าก่อนที่เขาจะเดินทางไปปักกิ่งนับสิบเท่า ฮวงจุ้ยส่งผลต่อจิตวิญญาณของผู้คนจริงๆแต่ในขณะเดียวกัน จิตวิญญาณของมนุษย์ก็ส่งผลต่อฮวงจุ้ยด้วยเช่นกัน! เมื่อได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศรอบๆเช่นนี้หลิงหยุนจึงยิ่งมั่นใจว่า บริษัทหลิงหยุนคอร์ปอเรชั่นของเขาก็จะยิ่งเจริญรุ่งเรืองมากขึ้นไปอีกนับจากนี้.. เพราะบรรยากาศเช่นนี้ย่อมทำให้ผู้คนที่ทำงานอยู่ในอาคารหลิงหยุนมีจิตวิญญาณที่แข็งแรง และทำงานสมานสามัคคีกันดั่งเชือกที่ฟั่นเป็นเกลียว เวลานี้ทุกคนต่างก็กำลังตั้งหน้าตั้งตาช่วยกันทำงานอย่างขะมักเขม้น..“ถังเมิ่งทำได้ดีทีเดียว!”หลิงหยุนพยักหน้ายิ้มออกมาพร้อมกับพึมพำด้วยความพอใจในผลงานของถังเมิ่ง จากนั้นจึงได้เหาะไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ต่อ..ในเวลาต่อมาหลิงหยุนได้เหาะมาถึงที่คลินิกสามัญชน ซึ่งเป็นสถานที่ที่สำคัญกับเขามากกว่าอาคารหลิงหยุนเสียอีก นั่นเพราะที่นี่เป็นจุดเริ่มต้นเรื่องราวชีวิตของเขา..คลินิกสามัญชนยังคงเหมือนเดิมก่อนที่เขาจะไปปักกิ่ง..“เหยาลู่..”หลิงหยุนได้แต่แอบคิดว่าหากเหยาลู่รู้ว่าเขากลับมาจิงฉู นางจะมีความสุขมากเพียงใด จากนั้นหลิงหยุนก็ได้เหาะไปยังบ้านเลขที่-1ของตนเอง ซึ่งอยู่ห่างจากคลินิกไปเพียงแค่สองสามกิโลเมตรเท่านั้น“ฮ่าๆๆข้าคิดแล้วว่าทุกคนจะต้องอยู่ที่นี่!”เวลานี้หลิงหยุนเหาะอยู่บนท้องฟ้าเหนือบ้านเลขที่-1ขึ้นไปสี่กิโลเมตรและได้เปิดจิตหยั่งรู้ของตนเองออกสำรวจภายในบ้าน และเวลานี้ทุกคนต่างก็มารวมตัวกันอยู่ที่บ้านหลังนี้..ตี้เสี่ยวอู๋กำลังฝึกฝนวิชาอย่างเอาเป็นเอาตายส่วนโม่วู๋เตาก็ยังคงนอนหลับอุตุเป็นปกติ ส่วนจินเหยีวย เหมี่ยวเสี่ยวเหมา เสี่ยวเม่ยหนิง และคนอื่นๆ ต่างก็กำลังพักผ่อนเช่นกัน“เฮ้อ..หนิงน้อยคงต้องโกรธข้ามากเป็นแน่!”นั่นเพราะเวลานี้แม้เสี่ยวเม่ยหนิงจะนอนหลับอยู่แต่นางกลับดูกระสับกระส่าย และดูเหมือนว่าดวงตาทั้งสองข้างจะบวมเพราะร้องไห้อีกด้วยนอกเหนือจากคนอื่นๆในบ้านแล้วหลิงหยุนก็ยังเห็นแวมไพร์ทั้งห้าของเขารวมตัวกันอยู่ที่ด้านหลัง และทำหน้าที่เฝ้าตี๋ยั่วถังแห่งสำนักกระบี่เทียนซานไว้..เวลานี้พลังของตี๋ยั่วถังได้ตกลงต่ำกว่าขั้นเซียงเทียนแล้วแต่ก็ไม่ได้ถูกทรมาน จึงยังคงมีหน้าตาสดใส แม้จะดูผอมแห้งไปจากเดิมบ้าง..“ตี๋ยั่วถังข้าจะปล่อยให้เข้ามีความสุขไปอีกสักพักก่อน อีกสองสามวันค่อยออกเดินทาง..”หลิงหยุนพึมพำออกมาเบาๆแล้วก็ไม่สนใจใยดีอีกเลย แต่แล้วจู่ๆ ตี้เสี่ยวอู๋ซึ่งนั่งฝึกฝนวิชาอยู่ที่สวนด้านนอกนั้น จู่ๆก็ลืมตาขึ้นมองไปบนท้องฟ้าที่มืดมิด..“นี่เสี่ยวอู๋สามารถรับรู้ว่าข้ามางั้นรึ!”เวลานี้หลิงหยุนอยู่เหนือพื้นดินไปราวสี่กิโลเมตรและยังคงใช้วิชาล่องหนหายตัว ตี้เสี่ยวอู๋จึงไม่น่าจะรับรู้ถึงการมาของตนได้ แต่เมื่อครู่ที่พบตี๋ยั่วถัง หลิงหยุนเผลอตัวปลดปล่อยรังสีสังหารออกมา จึงทำให้หลิงหยุนสามารถสัมผัสได้ทันที“เสี่ยวอู๋..นับวันเจ้ายิ่งก้าวหน้าขึ้นมากสินะ!”ความสามารถของตี้เสี่ยวอู๋นั้นทำให้หลิงหยุนพอใจยิ่งนักและในเมื่อถูกตี้เสี่ยวอู๋จับได้แล้ว เขาจึงได้สื่อสารบอกตี้เสี่ยวอู๋ผ่านทางกระแสจิต–เสี่ยวอู๋นี่ข้าเอง!-ตี้เสี่ยวอู๋ถึงกับมีสีหน้างุนงงแววตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ เพราะเขารู้ว่าเวลานี้หลิงหยุนอยู่เหนือศรีษะของตนเอง แต่เขากลับมองไม่เห็น..