ตอนที่ 960
บทที่ 1390 : สะสางภารกิจอื่นๆ
October 22, 2026
บทที่ 1390 : สะสางภารกิจอื่นๆ “แล้วเรื่องศิษย์อารามจิ้งซินเล่าเจ้าจัดการเช่นใด” หลังจากพูดคุยเรื่องธุรกิจจบลงแล้วหลิงหยุนก็ไม่ลืมที่จะถามถึงเหล่าศิษย์ของอารามจิ้งซิน เฉิงเม่ยเฟิงยิ้มพร้อมตอบกลับไปว่า“พอดีโม่วู๋เตาบอกข้าว่าเจ้ามีกิจการโรงแรมเป็นของตนเองแล้ว ข้าก็เลยให้พวกนางไปพักที่โรงแรมไคเฉวียนของเจ้าก่อน..” “ปล่อยให้พวกนางค่อยๆปรับตัวให้เข้ากับโลกภายนอกสักพักเพราะพวกนางล้วนแล้วแต่เป็นแม่ชีอยู่ในอารามจิ้งซินมานาน หลังจากที่พวกนางคุ้นเคยกับโลกภายนอกแล้ว ค่อยให้พวกนางตัดสินใจชีวิตของพวกนางเอง..” เฉิงเม่ยเฟิงอธิบายให้หลิงหยุนฟังเพื่อไม่ให้เขาต้องเป็นกังวลใจ เพราะศิษย์ทั้งยี่สิบเอ็ดคนของอารามจิ้งซินนั้น มีทั้งคนสูงอายุ วัยกลางคน และเด็กสาว บางคนก็ใช้เวลาอยู่ในอารามจิ้งซินกว่าครึ่งชีวิต เด็กสาวบางคนก็ถูกนำไปเลี้ยงในสำนักตั้งแต่เด็กเลยก็มี.. บางคนต้องการไปบวชในวัดใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบก็มี บางคนก็ถูกแสงสีในเมืองดึงดูด และต้องการใช้ชีวิตในเมือง หางานทำและแต่งงานมีครอบครัว แต่ที่เหมือนกันทุกคนคือ.. พวกนางต้องการฟื้นฟูกำลังภายในของตน และฝึกฝนวรยุทธอีกครั้ง.. และนี่คือสิ่งที่หลิงหยุนต้องการให้เป็นทุกคนควรมีสิทธิ์ที่จะเลือกเส้นทางชีวิตของตนด้วยตัวเอง! “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ข้าก็จะยังไม่ไปพบพวกนางในเวลานี้ แต่เจ้าช่วยไปบอกกับพวกนางแทนข้าด้วยว่า สิ่งใดที่ข้ารับปากแล้ว ข้าย่อมรักษาคำพูด หลังจากที่พวกนางปรับตัวและใคร่ครวญรอบคอบแล้ว หากทุกคนยังยืนยันที่จะกลับมาฝึกวรยุทธอีกครั้ง ข้าหลิงหยุนจะทำการรักษาจุดตันเถียนและเส้นลมปราณที่เสียหายให้กับพวกนางเอง และจะถ่ายทอดวิชาที่เหนือกว่าวิชาไร้ใจของอารามจิ้งซินให้ด้วย! หลิงหยุนไม่ต้องการให้ศิษย์อารามจิ้งซินเข้าใจว่าเขาทอดทิ้งพวกนาน และไม่รักษาคำพูดที่ให้ไว้! …. หลิงหยุนออกแยกจากเฉิงเม่ยเฟิงเพื่อกลับไปยังบ้านเลขที่-1ของตน แต่ก่อนไปเขาได้มอบศิลากลั่นวิญญาณให้กับนาง เพื่อให้นางใช้ในยามฝึกฝนวิชา “ข้ากลับมาแล้ว!” หลิงหยุนมาถึงบ้านเลขที่-1ราวบ่ายสองโมงครึ่ง และเมื่อมาถึงก็ได้ใช้มังกรคำรามร้องตะโกนบอกทุกคนที่อยู่ภายในบ้าน จากนั้นเสียงคนวิ่งกรูกันออกมาจากบ้านก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงร้อยตะโกนด้วยความดีอกดีใจ.. มีเพียงเสี่ยวเม่ยหนิงเท่านั้นที่ได้ยินเสียงหลิงหยุนแล้ววิ่งออกมาคนแรกแต่กลับยืนนิ่งไม่พูดไม่จา และขอบตาทั้งสองข้างก็เริ่มแดงก่ำ หลิงหยุนหันไปมองด้วยความรู้สึกสงสารจับใจและรีบเดินเข้าไปทักทาย “หนิงน้อย.. เจ้าคงคิดถึงข้ามากสินะ” เสี่ยวเม่ยหนิงโผเข้ากอดหลิงหยุนพร้อมกับร้องห่มร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่หยุดจนไหล่ของเขาเปียกไปด้วยน้ำตา หลิงหยุนปลดปล่อยโล่ห์ลมปราณครอบคลุมร่างของตนกับเสี่ยวเม่ยหนิงไว้จากนั้นจึงใช้วิชาล่องหนพาเสี่ยวเม่ยหนิงเหาะขึ้นไปบนฟ้าหลายกิโลเมตรทันที.. เสี่ยวเม่ยหนิงตกใจจนต้องกรีดร้องออกมาเมื่อพบว่าตนเองอยู่เหนือพื้นดินไปหลายกิโลเมตรเช่นนี้แต่กลับไม่มีเสียงดังรอดออกมา เพราะเวลานี้ริมฝีปากของนางได้ถูกริมฝีปากของหลิงหยุนประกบไว้แนบแน่น จนกระทั่งผ่านไปครู่ใหญ่หลิงหยุนจึงพูดขึ้นว่า.. “หนิงน้อยใช่ว่าข้าไม่ต้องการที่จะติดต่อหาเจ้า แต่ข้าอยู่ปักกิ่งมีภารกิจมากมายที่ต้องทำ อีกทั้งเมื่อว่างจากงานก็ต้องฝึกฝน จึงไม่ได้สนใจโทรศัพท์มือถือเลยแม้แต่น้อย..”เสี่ยวเม่ยหนิงพยักหน้ารับรู้ระหว่างที่นางอยู่จิงฉูนั้น นอกเหนือจากการเรียนในโรงเรียนแล้ว นางก็หมั่นฝึกวิชาอยู่ที่บ้าน และเวลานี้ก็เข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นโฮ่วเทียน-9 แล้ว“พี่หลิงหยุนฉันไม่อยากไปโรงเรียนแล้ว ฉันอยากจะฝึกแต่วรยุทธอย่างเดียวจะได้มั๊ย”“ไม่ได้เด็ดขาด!”หลิงหยุนตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นพร้อมกับยกมือขึ้นบีบจมูกเล็กๆนั้น“ทำไมล่ะในเมื่อพี่เองก็ไม่ไปเรียน พี่ใหญ่ก็ไม่ไปเรียน แล้ว..” เสี่ยวเม่ยหนิงตอบโต้ทันที“ฉะนั้นเจ้าถึงต้องไปโรงเรียนอย่างไรเล่า!”หลิงหยุนตอบกลับทันทีเช่นกัน“เจ้าไม่เพียงต้องไปโรงเรียน แต่ยังต้องตั้งใจเรียนให้มากด้วย อย่าทำให้ปู่กับพ่อแม่ของเจ้าผิดหวังรู้หมือไม่”“อีกอย่างการเรียนจะทำให้เจ้ามีความรู้กว้างไกล และจะเป็นประโยชน์ต่อการฝึกวิชาของเจ้ามาก!”หลิงหยุนรู้ว่าที่ผ่านมาท่านหมอเสี่ยวไม่ยอมสอนวรยุทธให้กับเสี่ยวเม่ยหนิงนั้น เพราะไม่ต้องการให้นางหยุดการเรียนไว้เพียงแค่นี้!เสี่ยวเม่ยหนิงทำตาโตพร้อมกับเอ่ยถามด้วยความสงสัย“การเรียนช่วยเรื่องการฝึกฝนด้วยเหรอพี่หลิงหยุน”“เจ้าไม่เชื่อข้าแล้วรึ!”“อีกอย่างต่อให้เจ้าไม่เรียนหนังสือ ก็ใช่ว่าจะสามารถติดตามข้าไปไหนต่อไหนทุกวันได้!”หลิงหยุนรู้ดีว่าที่เสี่ยวเม่ยหนิงไม่ต้องการเรียนหนังสือนั้นเพราะต้องการที่จะติดตามเขาไปด้วยทุกหนทุกแห่งนั่นเอง“ค่ะพี่หลิงหยุน!” หลังจากหลิงหยุนพาเสี่ยวเม่ยหนิงเหาะเล่นจนพอใจแล้วทั้งคู่ก็เหาะกลับลงมาที่สวนบ้านเลขที่-1ดังเดิม“พี่หลิงหยุน..นี่พี่มีวิชาล่องหนด้วยเหรอคะ!”ฉีเสี่ยวหงวิ่งเข้ามาหาหลิงหยุนพร้อมกับร้องตะโกนถามด้วยความตื่นเต้น..“เจ้าช่างเฉลียวฉลาดยิ่งนัก!ถูกต้องแล้วมันคือวิชาล่องหน!”หลังจากตอบฉีเสี่ยวหงแล้วหลิงหยุนก็แสดงให้ทุกคนดูอีกครั้ง พร้อมกับถามขึ้นว่า “เอาล่ะ ตอนนี้มีใครเห็นข้าบ้าง”“…”ไม่เพียงฉีเสี่ยวหงที่ยืนนิ่งด้วยความตกตะลึงแม้แต่จินเหยียว โม่วู๋เตา และคนอื่นๆต่างก็ยืนตกตะลึงด้วยเช่นกัน!“เจ้านักพรตบ้านี่!”“เจ้าเป็นนักพรตจากสำนักเหมาซานจริงรึนี่!ความคิดแต่ละอย่างของเจ้า..” หลิงหยุนส่ายหน้าพร้อมกับถอนหายใจออกมา