ตอนที่ 961
บทที่ 1391 : พบเหลียงเฟิงอี้
October 22, 2026
บทที่ 1391 : พบเหลียงเฟิงอี้ ท่านหมอเสี่ยวซาบซึ้งในน้ำใจของหลิงหยุนยิ่งนักเพราะสิ่งที่หลิงหยุนทำให้กับเขาและเหมี่ยวเฟิงหวงนั้นยิ่งใหญ่มากเหลือเกิน เพราะต่างฝ่ายต่างก็ลดอายุลงไปได้อีกหลายสิบปี นั่นไม่เท่ากับว่าได้กลับไปใช้ชีวิตในช่วงวัยกลางคนอีกครั้งหรอกหรือ แต่แล้วจู่ๆท่านหมอเสี่ยวก็ลุกขึ้นยืนและทำการรินชาใส่แก้ว ก่อนถือถ้วยชาหันไปทางหลิงหยุนพร้อมกับพูดขึ้นว่า “หลิงหยุนเสี่ยวเจิ้งจี๋ขอใช้ชาถ้วยนี้แสดงความขอบคุณต่อเจ้า..” หลิงหยุนถึงกับต้องผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างรวดเร็วพร้อมกับปฏิเสธเสียงดัง “ท่านปู่เสี่ยว ได้โปรดอย่าทำเช่นนี้ ข้าจะกล้าดื่มชาถ้วยนี้ได้อย่างไรกัน พวกเราต่างก็เป็นครอบครัวเดียวกัน..” ท่านหมอเสี่ยวรีบตอบกลับไปทันที“เพราะเราต่างก็เป็นคนในครอบครัวน่ะสิข้าจึงใช้เพียงชาถ้วยนี้แสดงความขอบคุณต่อเจ้า หาไม่แล้วข้าคงจะต้องคุกเข่าคาราวะเจ้าแทน..” เหมี่ยวเสี่ยวเหมาเห็นเช่นนั้นจึงรีบพูดแทนเสี่ยวเจิ้งจี๋ทันที“หลิงหยุน ท่านปู่ไม่รู้จะหาวิธีใดแสดงความซาบซึ้งในน้ำใจของเจ้า เจ้าก็รับไปดื่มเถิด..” “จริงด้วยพี่หลิงหยุนท่านปู่ถือถ้วยชาไว้ตั้งนานแล้ว ถ้าพี่ไม่ดื่ม ท่านปู่ต้องเสียหน้าแย่เลย..” เสี่ยวเม่ยหนิงช่วยคะยั้นคะยอ “หลิงหยุนในเมื่อท่านหมอเสี่ยวมีใจเช่นนี้ เจ้าก็ควรต้องดื่ม..” จินเหยียวเห็นว่าท่านหมอเสี่ยวดูเหมือนจะไม่ยอมเลิกล้มความตั้งใจแน่ จึงหันไปกดดันหลิงหยุนแทน “ได้ๆข้าดื่มแล้ว!” จากนั้นหลิงหยุนก็รีบเอื้อมมือออกไปรับถ้วยชาจากท่านหมอเสี่ยว และรีบยกกระดกเข้าปากทันที ระหว่างที่นั่งสนทนากันอยู่นั้นหลิงหยุนได้หันไปมองรอบๆสวนของท่านหมอเสี่ยว พร้อมกับบ่นพึมพำว่า ดินภายในบ้านของเขานั้นมีคุณภาพที่ไม่ดีนัก จากนั้นหลิงหยุนจึงได้ใช้เปลวไฟห้าธาตุหยิน–หยางทำการเผาหน้าดินให้ เนื่องด้วยเปลวไฟห้าธาตุนั้นอุดมไปด้วยพลังชีวิตธาตุทอง ธาตุไม้ ธาตุดิน ธาตุไฟ และธาตุน้ำ มันจึงไม่เพียงให้แร่ธาตุกับดิน แต่ยังทำให้ดินบริเวณนั้นกลายเป็นดินที่อุดมไปด้วยพลังชีวิตด้วย หากนำไม้พรรณทั่วไปมาปลูกในดินที่อุดมด้วยพลังชีวิตนนี้ ไม้พรรณธรรมดาๆ ก็จะกลายเป็นต้นไม้พลังชีวิตด้วย.. หลิงหยุนสังเกตเห็นท่านหมอเสี่ยวที่กำลังหยิบดินขึ้นมาดูเวลานี้สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างมากมาย จากนั้นจึงถามหลิงหยุนด้วยน้ำเสียงจริงจัง “หลิงหยุนเมื่อครู่มันคือไฟอะไรกันรึ” “เปลวไฟห้าธาตุหยิน–หยาง..มีอะไรรึท่านปู่เสี่ยว” หลังจากที่หลิงหยุนตอบกลับไปเขาก็สังเกตเห็นว่าท่านหมอเสี่ยวนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นว่า “หลิงหยุนเจ้าเคยได้ยินเรื่องเจ้าแม่หนี่วาหรือไม่ ตามตำนานเล่าขานกันว่า เจ้าแม่หนี่วาเป็นผู้นำศิลาห้าสีไปอุดรอยแยกของท้องฟ้า เพื่อให้ประชาชนพ้นจากความเหน็บหนาว เป็นไปได้หรือไม่ว่า…” หลิงหยุนถึงกับใจสั่นในขณะที่เป็นฝ่ายพูดขึ้นว่า“ท่านปู่เสี่ยว นี่ท่านกำลังจะบอกว่า ศิลาห้าสีที่เจ้าแม่หนี่วาใช้อุดรอยรั่วของท้องฟ้า ทำมาจากเปลวไฟห้าธาตุหยิน–หยางงั้นรึ!” ท่านหมอเสี่ยวพยักหน้าพร้อมตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น“แม้เรื่องเล่าขานของเกี่ยวกับเจ้าแม่หนี่วาจะเป็นเพียงแค่ตำนาน แต่ศิลาห้าสีนั่นก็ดูเหมือนจะสามารถเชื่อมโยงได้กับเปลวไฟห้าธาตุหยิน–หยางของเจ้า…” ท่านหมอเสี่ยวพูดเพียงแค่นั้นแล้วก็นิ่งเงียบไปเขาได้แต่คาดเดาว่า หากเป็นดังที่ตนเองสันนิษฐาน ย่อมหมายความว่าหลิงหยุนก็อาจสามารถสร้างศิลาห้าสีขึ้นมาได้เช่นกัน ในเมื่อเวลานี้หลิงหยุนก็สามารถสร้างดินพลังชีวิตได้แล้ว หากวันหน้าขั้นพลังของเขาแข็งแกร่งกว่านี้ การจะสร้างศิลาห้าสีก็ย่อมเป็นไปได้เช่นกัน.. และเวลานี้หลิงหยุนก็กำลังอ้าปากกว้าง.. “ยังมีอีกหนึ่งตำนานที่ดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้…”แววตาของท่านหมอเสี่ยวเป็นประกายขึ้นมาทันที “หลิงหยุนเจ้าเคยได้ยินเรื่องดินวิเศษที่พระเจ้าอวี่ใช้แก้ปัญหาน้ำท่วมบ้างหรือไม่”“ตามตำนานเล่าว่าดินก้อนเมื่อน้ำท่วมขึ้นสูงหนึ่งฟุต ดินวิเศษก้อนนี้ก็จะสูงขึ้นอีกหนึ่งฟุต และพระเจ้าอวี่ก็ใช้ดินก้อนนี้แก้ปัญหาน้ำท่วมให้กับชาวบ้าน ดินวิเศษที่ว่านี้ก็คือดินห้าธาตุเช่นกัน..”คราวนี้..หลิงหยุนอ้าปากกว้างยิ่งกว่าเดิม เพราะจากความหมายในคำพูดของท่านหมอเสี่ยว ด้วยเปลวไฟห้าธาตุหยิน–หยางนี้ ในวันข้างหน้าเขาก็จะสามารถสร้างดินห้าธาตุได้เช่นกัน..ส่วนหญิงสาวทั้งสามที่นั่งฟังกันนิ่งเงียบนั้นก็ได้แต่คิดอยู่ในใจว่า ในวันข้างหน้าพวกนางก็อาจมีโอกาสได้เห็นตำนานลี้ลับที่เล่าขานกันมาแต่โบร่ำโบราณ เกิดขึ้นตรงหน้าพวกนางก็เป็นได้..“เอาล่ะๆอย่าพูดถึงเรื่องพวกนี้กันดีกว่า..”จากนั้นท่านหมอเสี่ยวก็หันไปมองหลิงหยุนพร้อมกับพูดขึ้นว่า“ดูเหมือนตำนานลี้ลับที่เล่าขานกันมานับพันๆปีนั้น จะเป็นเรื่องจริง..”ท่านหมอเสี่ยวกำลังนึกถึงตำนานเรื่องเล่าของพู่กันจักรพรรดิแห่งมวลมนุษย์และสมุดจักรพรรดิแห่งผืนแผ่นดิน และเวลานี้เขาก็มั่นใจอย่างยิ่งว่า ผู้ที่ครอบครองของวิเศษทั้งสองชิ้นนี้จะเป็นผู้ใดไปไม่ได้นอกจากหลิงหยุน!“เอาล่ะๆอาหารที่ข้าสั่งให้คนจัดเตรียมน่าจะเสร็จแล้ว พวกเราเข้าไปกินข้าวเย็นด้วยกันดีกว่า..” และหลังจากรับประทานอาหารเย็นกันจนอิ่มหนำสำราญแล้วหลิงหยุนจึงได้ขอตัวกลับ..……หลิงหยุนจินเหยียว เหมี่ยวเสี่ยวเหมา และเสี่ยวเม่ยหนิง ออกจากบ้านของท่านหมอเสี่ยวในเวลาสองทุ่มตรง และในระหว่างทางที่เดินกลับไปยังบ้านเลขที่-1 นั้น ก็ได้มีสมาชิกใหม่ตามกลับมาด้วย“เสี่ยวเหมา..เจ้าดูแลทองอ้วนให้ดีด้วย! มันบินวนรบกวนข้าอยู่ตลอดเวลา หากเจ้าไม่ดูแลข้าจะตบมันให้ตายคามือเลยทีเดียว..”เจ้าทองอ้วนได้ยินเช่นนั้นดวงตากลมโตของมันก็ถึงกับปิดเปิดด้วยความตระหนกตกใจ และรีบบินหนีขึ้นฟ้าไปอย่างรวดเร็ว“เจ้ากล้าเหรอ!ถ้าเจ้ากล้าทำร้ายทองอ้วน ข้าจะไปถล่มตึกหลิงหยุนของเจ้า!”“…”และระหว่างทางที่เดินกลับนั้นเหมี่ยวเสี่ยวเหมาก็ได้ขอให้หลิงหยุนช่วยใช้เปลวไฟห้าธาตุบ่มเพาะร่างของเจ้าทองอ้วน เพื่อให้มันแข็งแกร่งมากขึ้น แลกเปลี่ยนกับการที่เหมี่ยวเสี่ยวเหมาได้ทำให้กิจการของคลินิกสามัญชนมีรายได้พุ่งสูงขึ้นถึงสิบล้านต่อวัน..ส่วนโรงพยาบาลที่เขาซื้อไว้และมีเหลียงเฟิงอี้เป็นผู้อำนวยการนั้น ก็สามารถทำรายได้สูงอย่างมากเช่นกันจนกระทั่งเวลาสองทุ่มครึ่งทั้งสี่คนจึงกลับถึงบ้าน..“พี่หลิงหยุนกลับมาแล้วเหรอคะ”ฉีเสี่ยวหงส่งเสียงทักทาย และดูเหมือนเธอจะมีความสุขอย่างมากเวลานี้ฉีเสี่ยวหงกับแม่ของเธอได้อาศัยอยู่ที่บ้านของเกาเฉินเฉินซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านของหลิงหยุนัก ฉีเสี่ยวหงจึงมักมาเล่นที่บ้านของเขาอยู่บ่อยๆ และด้วยนิสัยที่ดื้อรั้นเหมือนกับเสี่ยวเม่ยหนิง ทั้งคู่จึงเข้าคู่กันได้ดีประหนึ่งพี่สาวกับน้องสาวเลยทีเดียวหลิงหยุนเรียกขวดหยกสีเขียวที่บรรจุโอสถโฉมสะคราญและโอสถเยาว์วัยออกมาส่งให้ฉีเสี่ยวหง พร้อมกับสั่งว่า“หงเอ๋อ..เจ้ากลับไปบ้านเอาขวดโอสถนี้ไปให้กับแม่ของเจ้านะ บอกนางว่าให้กินโอสถสีม่วงก่อน จากนั้นค่อยกินโอสถสีขาว เจ้าเข้าใจหรือไม่”จากนั้นหลิงหยุนก็ได้หันไปสั่งโม่วู๋เตาให้ตามหงเอ๋อไปที่บ้าน และรอจนกว่าแม่ของนางจะกินโอสถทั้งสองเม็ดก่อนแล้วจึงค่อยกลับมาหลังจากนั้นหลิงหยุนก็ได้เดินไปหาตี้เสี่ยวอู๋ที่กำลังฝึกวิชาอยูในสวน หลังจากถามไถ่ทุกข์สุขของแม่เขาแล้ว หลิงหยุนก็พูดขึ้นว่า