ตอนที่ 962
บทที่ 1392 : หนิงหลิงยู่แปลกไป
October 22, 2026
บทที่ 1392 : หนิงหลิงยู่แปลกไป หลังจากเหาะออกมาจากโรงพยาบาลแล้วหลิงหยุนก็ไปหากงเสี่ยวลู่กับซูปิงหยานที่บ้าน แต่กลับไม่พบทั้งสองคน และดูเหมือนทั้งคู่จงใจที่จะหลบหน้าหลิงหยุน “เฮ้อ..นี่พวกเจ้าสองคนจงใจหลบหน้าข้างั้นรึ!” หลิงหยุนตั้งใจที่จะนำโอสถทั้งสองเม็ดมาให้หญิงสาวทั้งสองคนคนหนึ่งสอนหนังสือเขามาสามปี ส่วนอีกคนก็เคยเป็นเจ้านายหลิงหยุน และที่สำคัญ หญิงสาวทั้งสองล้วนรักใคร่เขาอย่างมาก.. หลิงหยุนจึงได้แต่เหาะไปที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งหญิงสาวทั้งสองคนอาจจะหลบหน้าหลบตาเขา แต่มีหนึ่งคนที่กำลังรอคอยเขาอยู่อย่างเงียบๆ ซึ่งก็คือเหยาลู่.. เวลาสี่ทุ่มตรงอาจดูเหมือนเหยาลู่กำลังเดินอยู่ในสวนภายในบ้าน แต่ความจริงแล้วนางกำลังฝึกฝนวิชาใต้ปฐพีอยู่ ระหว่างที่เดินอยู่นั้น ผืนดินใต้ฝ่าเท้าของนางก็ได้เคลื่อนขึ้นเคลื่อนลงราวกับเกลียวคลื่น หากคนธรรมดาทั่วไปมาพบเห็นเข้า คงจะต้องตกใจเป็นอย่างมาก แต่นั่นเป็นเพียงแค่การเริ่มต้นเท่านั้น… เพราะหลังจากนั้นไม่นานคลื่นธุลีก็ก่อตัวขึ้นราวกับพายุหมุน และค่อยๆรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ผืนดินด้านล่างเกิดรอยแยก และในที่สุดก็บดบังร่างของเหยาลู่ไว้จนมิดชิด ผืนดินที่แข็งกระด้างกลับกลายเป็นผืนดินที่อ่อนนุ่ม และเคลื่อนไหวได้ราวกับสายน้ำ.. พรึบ.. ท่ามกลางดินโคลนจู่ๆกระบี่สามเล่มที่ก่อตัวขึ้นจากผืนดินก็ได้ปรากฏขึ้น แม้มันจะทำจากดิน แต่ก็มีความคมกริบอย่างที่กระบี่ใดก็ยากที่จะต้านทานได้! จากนั้นกระบี่พสุธาก็ลอยขึ้นขนานกับพื้นดินปลายกระบี่ทั้งสามชี้ไปทางเสาไม้ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของสวน.. “จัดการ..” กระบี่ปฐพีทั้งสามก็พุ่งเข้าตัดเสาไม้ทั้งเก้าต้นขาดออกจากกันทันทีก่อนจะร่วงลงไปกองกับพื้นทันที “กลับมา!” เหยาลู่หลับตาและยังคงใช้ตวัดมือบังคับกระบี่ทั้งสามเล่มให้กลับมา ในขณะที่ฝ่าเท้ายังคงกระแทกกับผืนดินที่กำลังสั่นสะเทือนอยู่ตลอดเวลา และภายใต้การควบคุมของเหยาลู่ ดินเหล่านั้นก็ได้ก่อนตัวขึ้นราวกับพายุหมุน และล้อมร่างของเหยาลู่ไว้จนมิดชิดอีกครั้ง และนี่คือพายุปฐี! พายุปฐพียังคงหมุนเร็วขึ้นเรื่อยๆและค่อยๆลอยสูงขึ้นจนกระทั่งลอยอยู่เหนือกำแพงบ้าน แล้วจึงหยุดนิ่งอยู่เช่นนั้น จากนั้นพายุปฐีก็ค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และกลายเป็นเสาทรงกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางกว่าครึ่งเมตร และยาวกว่าสามเมตร “สลายตั” ระหว่างนั้นเหยาลู่ก็นั่งลงขัดสมาธิกับเพื้น และกำลังสั่งให้พายุปฐีขยาย และย่อส่วนตามแต่ใจต้องการ ก่อนจะร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน และสลายตัวรวมกับผืนดินดังเดิม แต่ผืนดินบริเวณนั้นยังคงกลายเป็นโคลนเหลว และเป็นคลื่นราวกับน้ำในทะเลสาบ เหยาลู่จ้องมองผืนดินที่กระเพื่อมขึ้นกระเพื่อนลงแน่นิ่งและกำลังลังเลว่าจะกระโดดลงไปในคลื่นโคลนตรงหน้าดีหรือไม่ ระหว่างที่เหยาลู่กำลังลังเลอยู่นั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น..“เหตุใดไม่ลองลงไปดูเล่า”เหยาลู่ย่อมจำได้ว่านี่คือเสียงของหลิงหยุนแต่เพราะเขาได้ใช้วิชาล่องหนพรางตัวไว้ และได้เห็นภาพการฝึกวิชาใต้ปฐพีของเหยาลู่ ทำให้เขานึกอัศจรรย์ใจยิ่งนัก! เวลานี้เหยาลู่อยู่ในระดับสูงสุดขั้นซานฉางชี่(ขั้นพลังชี่-3) และฝึกวิชาใต้ปฐพีถึงขั้นปฐพีธาราแล้ว ในขั้นนี้ผู้ฝึกจะสามารถทำให้ผืนดินอ่อนนุ่มราวกับน้ำได้“ดินได้กลายเป็นโคลนนุ่มแล้วเหตุใดไม่ลองลงไปดูเล่า”หลิงหยุนเผยตัวแต่ยังคงเหาะอยู่กลางอากาศพร้อมกับเอ่ยแนะนำเหยาลู่..“อืมม..”เหยาลู่เงยหน้ามองหลิงหยุนพร้อมกับพยักหน้าจากนั้นจึงลุกขึ้นยืน และก้าวลงไปในโคลนทีอ่อนยวบยาบนั้นร่างของนางจมลงไปในดินครึ่งตัวทันทีและด้วยความตกใจกลัวว่าร่างของตนจะถูกฝังลงไปใต้ผืนดิน นางจึงทำท่าจะกระโดดออกมา“เจ้าไม่ต้องกลัวลงไป! ข้าเฝ้าดูอยู่..”เหยาลู่ดำลงไปใต้ดินในขณะที่หลิงหยุนก็เปิดจิตหยั่งรู้ของตนเองออก และพบว่าเวลานี้เหยาลู่กำลังดำอยู่ใต้ผืนดินราวกับว่ากำลังดำอยู่ในน้ำ นางดำลึกลงไปกว่าหนึ่งเมตร..“เหยาลู่เจ้าลองเดินดู เหมือนกับที่เจ้าเดินอยู่บนพื้นดิน..”หลิงหยุนยังคงคอยชี้แนะอยู่เบื้องบนเพื่อให้นางค่อยๆปรับตัวเข้ากับผืนดินเบื้องล่าง“เหยาลู่..เจ้ายังสามารถพูดได้..”ภายใต้จิตหยั่งรู้ของตนหลิงหยุนเห็นเหยาลู่เอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาเดิน แต่กลับปิดปากสนิท จึงได้แต่ร้องบอกพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างนึกขัน“งั้นรึ!”เหยาลู่เอ่ยถามออกไปและเมื่อรู้ว่าตนเองสามารถพูดได้ นางก็ถึงกับประหลาดใจ และดีใจอย่างมาก“เอาล่ะ..พอแค่นี้ก่อน เจ้าขึ้นมาได้แล้ว!”ร่างของเหยาลู่ค่อยๆโผล่ขึ้นมาจากพื้นดินและดินที่เหลวเป็นโคลนใต้ฝ่าเท้าก็ค่อยๆกลับแข็งขึ้นดังเดิม ร่างของเหยาลู่ที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าหลิงหยุนนั้น ยังคงสะอาดปราศจากคราบดินแปดเปื้อน..และทันทีที่ขึ้นจากใต้พื้นดินนางก็พุ่งตัวเข้าสู่อ้อมกอดของหลิงหยุนทันที!“เหยาลู่..คืนนี้ข้าจะไม่ไปไหน แต่จะอยู่กับเจ้าทั้งคืน!”จากนั้นหลิงหยุนก็เดินโอบร่างของเหยาลู่เข้าไปในบ้านและคืนนั้นทั้งคืน หลิงหยุนกับเหยาลู่ก็ใช้เวลาอยู่ร่วมกันอย่างคุ้มค่า จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปกว่าสามชั่วโมง เสียงร้องภายในห้องจึงสงบลง..หลังจากที่ทั้งคู่เสร็จภารกิจแล้วเหยาลู่ก็เริ่มเล่าเรื่องต่างๆให้หลิงหยุนฟัง..