ตอนที่ 964
บทที่ 1394 : ยังคลางแคลงใจ
October 22, 2026
บทที่ 1394 : ยังคลางแคลงใจ ครั้งนี้หลิงหยุนรีบกดรับสายทันที! “พี่หยุนนี่พี่กำลังทำอะไรอยู่ หลิงยู่โทรไปแล้วพี่ไม่รับสาย เธอก็เลยโทรมาหาฉัน!” ถังเมิ่งร้องตะโกนถามมาจากปลายสายทันที “อ่อ..งั้นรึ” หลิงหยุนถึงกับยิ้มออกมาและตอบกลับไปทันที“ข้าเพิ่งจะออกไปคุยงานนอกบ้าน จึงไม่ได้หยิบโทรศัพท์ออกมา หลิงยู่โทรหาเจ้าทำไมรึ” “หลิงยู่บอกให้พี่รีบโทรกลับหาเธอด้วยฉันวางสายก่อนล่ะ พี่จะได้รีบโทรหาเธอ!” ทันทีที่พูดจบ ถังเมิ่งก็กดตัดสายทิ้งไป หลังจากถังเมิ่งวางสายไปแล้วหลิงหยุนจึงหันไปพูดกับฉินตงเฉวี่ยด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “เจ้าเลิกกังวลใจได้แล้ว ดูเหมือนหลิงยู่จะสบายดี!” และในจังหวะนั้นโทรศัพท์มือถือของฉินตงเฉวี่ยก็ดังขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นสัญญาณข้อความเข้าในแอพ WeChat และเมื่อเปิดดูจึงพบว่าเป็นข้อความเสียงจากหนิงหลิงยู่ฉินตงเฉวี่ยไม่ลังเล และรีบเปิดข้อความเสียงฟังทันที “น้าหญิงท่านกำลังทำอะไรอยู่ เหตุใดท่านจึงไม่รับสายข้า? พี่ใหญ่ก็เช่นกัน? ข้ากังวลแทบแย่แล้ว!” ครั้งนี้น้ำเสียงของหนิงหลิงยู่เต็มไปด้วยความกังวลใจและความเป็นห่วงเป็นใย และนี่ต่างหากที่ควรเป็นน้ำเสียงของหนิงหลิงยู่ที่พูดกับฉินตงเฉวี่ยอยู่เป็นประจำ หลังจากได้ฟังข้อความเสียงจากหนิงหลิงยู่แล้วหลิงหยุนจึงรีบกดโทรศัพท์โทรหานางทันที และหนิงหลิงยู่ก็กดรับตั้งแต่ครั้งแรกที่เสียงเรียกเข้าดังขึ้น แล้วคำถามมากมายก็พร่างพรูออกมาจากปากของนาง “พี่ใหญ่เหตุใดพี่จึงไม่รับสายข้า พี่ทำอะไรอยู่กันแน่? แล้วเหตุใดเพิ่งจะโทรหาข้า?” “ข้ากับน้าหญิงสนทนากันอยู่นอกบ้านจึงไม่ได้นำโทรศัพท์ติดตัวมาด้วย ว่าแต่เจ้าโทรมามีอะไรงั้นรึ” หลิงหยุนตอบกลับไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “พี่ใหญ่พอดีวันนี้เพิ่งจะเสร็จจากเข้าค่ายฝึกของทหารเสร็จ แล้วพรุ่งนี้ก็จะต้องไปมหาวิทยาลัยอีกแล้ว แต่.. ข้าไม่อยากไปเรียน ข้าอยากไปช่วยท่านแม่พร้อมกับพี่ใหญ่!” หลิงหยุนเพิ่งจะนึกได้ว่าช่วงสองอาทิตย์ที่ผ่านมา นักศึกษาใหม่ของมหาวิทยาลัยหยานจิง จะต้องเข้าค่ายอบรมของทหาร และวันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายพอดี “เจ้ารู้ได้อย่างไรกันว่าพรุ่งนี้ข้าจะออกเดินทางไปช่วยท่านแม่”หลิงหยุนเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ถังเมิ่งบอกข้าข้าเพิ่งจะโทรหาเขาก่อนหน้าที่พี่จะโทรมา..” หนิงหลิงยู่ตอบกลับทันที “หลิงยู่ข้าเพิ่งจะคุยกับน้าหญิง นางบอกข้าว่า สี่ห้าวันที่ผ่านมาเจ้าไม่ติดต่อนางเลย เกิดอะไรขึ้นงั้นรึ อีกทั้งโทรศัพท์ของเจ้าก็ติดต่อไม่ได้ตลอดเวลา..” หนิงหลิงยู่ได้แต่บ่นกระปอดกระแปดอยู่ปลายสาย“พี่ใหญ่.. กลางวันข้าก็ต้องเข้าค่าย กลางคืนก็ต้องไปอยู่ตามป่าเขาเพื่อฝึกฝนวิชา จึงได้แต่เก็บโทรศัพท์มือถือไว้ในแหวนพื้นที่..” “พี่ใหญ่แหวนพื้นที่สะดวกสบายก็จริง แต่ก็ทำให้โทรศัพท์มือถือใช้งานไม่ได้ พวกเราก็เลยขาดการติดต่อกันยังไงล่ะ..”หลิงหยุนฟังไปก็พยักหน้าไป“แล้วเวลานี้เจ้าอยู่ที่ไหน”“ตอนนี้ข้าอยู่บนเขาหยุนเหมิงด้านชานเมืองของปักกิ่งทุกคืนข้ามักจะมาฝึกฝนวิชาที่นี่ พี่ใหญ่คะ ข้ามีอะไรจะบอกพี่ด้วย!”“เวลานี้ข้าสามารถเข้าสู่ขั้นลิ่วเฉิงชี่(ขั้นพลังชี่-6)ได้แล้ว ข้าสามารถบินได้เร็วมากกว่าหนึ่งพันเมตรต่อวินาทีเชียวล่ะ จากปักกิ่งไปจิงฉู ข้าใช้เวลาเพียงแค่ครึ่งชั่วก็เหาะไปถึงแล้ว!” “…”หลิงหยุนถึงกับพูดอะไรไม่ออกเขาไม่ได้ประหลาดใจกับความก้าวหน้าในการฝึกที่รวดเร็วอย่างน่ากลัวของนาง แต่เขานึกอัศรรย์ใจกับความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับขั้นพลังใหม่ของนางต่างหาก!โลกใบนี้ค่อยๆเล็กลง..ไม่เพียงเกิดขึ้นกับหลิงหยุน แต่ยังเกิดขึ้นกับหนิงหลิงยู่ที่เพิ่งเข้าสู่ขั้นลิ่วเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-6) ด้วยสำหรับตัวเขาเองนั้นเขาคือผู้ที่อยู่ในขั้นอมตะกลับมาเกิด การเข้าสู่ด่านกลางขั้นพลังชี่ได้ จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าตกใจนัก แต่กับหนิงหลิงยู่ นางเพิ่งจะผ่านการรับทัณฑ์สวรรค์ซื่อจิ่วไปได้ไม่นาน ไม่เพียงสามารถก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว แต่ยังปรับตัวเข้ากับขั้นพลังใหม่ได้อย่างรวดเร็วจนน่าอัศจรรย์!หลิงหยุนนึกอะไรขึ้นมาได้จึงรีบร้องถามออกไปทันที “หลิงยู่.. แล้ววิชาดาราคุ้มกายเล่า เจ้าก้าวหน้าไปมากเพียงใดแล้ว”หนิงหลิงยู่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจทันที“พี่ใหญ่ พี่เคยบอกข้าว่าคืนวันพระจันทร์เต็มดวงเป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการฝึกดาราคุ้มกาย ในคืนนั้นข้าก็เลยตั้งใจฝึกฝนดาราคุ้มกายโดยเฉพาะ เวลานี้ข้าเข้าสู่ระดับที่ห้าของด่านที่สามแล้ว!”“อืมมระดับเดียวกับข้า..”หลิงหยุนพยักหน้าและได้แต่คิดว่ากายอัปสรของหนิงหลิงยู่นั้น สามารถฝึกบ่มเพาะพลังก้าวหน้าได้รวดเร็วกว่าที่เขาคิดมากนัก!จากนั้นหลิงหยุนก็เปลี่ยนมาเปิดให้เสียงของหนิงหลิงยู่ดังออกลำโพงเพื่อให้ฉินตงเฉวี่ยสามารถได้ยินด้วย เพราะเขากำลังจะถามถึงเรื่องข้อความเสียงที่เป็นปัญหา ซึ่งหนิงหลิงยู่ส่งมาให้ฉินตงเฉวี่ยในคืนนั้น“หลิงยู่..ในคืนนั้นน้าหญิงบอกข้าว่าเจ้าส่งข้อความเสียงมาให้นาง แต่นางรู้สึกว่าน้ำเสียงของเจ้าฟังดูห่างเหินผิดปกติ คืนนั้นเกิดอะไรขึ้นงั้นรึ”ระหว่างที่คุยกับหนิงหลิงยู่นั้นหลิงหยุนก็จับสังเกตมาโดยตลอด และไม่พบความผิดปกติใดๆเกิดขึ้นเลย เขาจึงเริ่มถามถึงเรื่องคลิปเสียงนั่น“ห๊ะ!เสียงของข้าทำให้น้าหญิงตกใจกลัวงั้นรึ?!”หนิงหลิงยู่ถึงกับร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความขบขัน “ฮ่าๆๆ พี่ใหญ่ คืนนั้น ก่อนที่จะไปฝึกดาราคุ้มกาย ข้าเข้าเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ ก่อนที่อาจารย์จะเริ่มสอน ได้เอาหนังเกี่ยวกับการต่อสู้ในจักรวาลมาให้นักศึกษาดู ระหว่างนั้นอาจารย์ก็บอกกับนักศึกษาว่า เขาเชื่อเรื่องเอเลียนส์มากๆ และเชื่อว่าในจักรวาลนี้จะต้องมีมนุษย์ต่างดาวอยู่จริงๆ แต่อยู่ในมิติที่ทับซ้อนกันกับโลกของเรา..”“และประโยคที่ข้าพูดออกไปนั้นข้าก็แค่เลียนเสียงพูดของเอเลียนส์…”หลิงหยุนกับฉินตงเฉวี่ยได้ฟังคำอธิบาของหนิงหลิงยู่ก็ถึงกับหันไปมองหน้ากันด้วยความงุนงง..แล้วทั้งคู่ก็โมโหเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมาพร้อมกันทั้งคู่ไม่สังเกตเห็นความผิดปกติใดๆในคำอธิบายของหนิงหลิงยู่ ในความโล่งใจนั้นกลับแฝงไว้ด้วยความโกรธในการหยอกเย้าครั้งนี้ของหนิงหลิงยู่!“หลิงยู่ข้าว่าครั้งนี้เจ้าคงต้องชะตาขาดแล้ว เจ้าเตรียมรับระเบิดอารมณ์ของน้าหญิงได้เลย!”