ตอนที่ 965
บทที่ 1395 : เป็นฝีมือของผู้ใด?
October 22, 2026
บทที่ 1395 : เป็นฝีมือของผู้ใด? หลังจากที่หลิงหยุนสั่งการเหล่ากุ่ยเรียบร้อยแล้วเขาก็จัดการเก็บเครื่องมือสื่อสาร และเงยหน้าขึ้นมองท้องนภาที่มืดมิด สายตาจับจ้องอยู่ที่รูปพระจันทร์เสี้ยว ในขณะเดียวกันก็ครุ่นคิดบางสิ่งบางอย่างอยู่เงียบๆ.. ระหว่างนั้นเรือนร่างสมส่วนไร้ที่ติของหลิงหยุนก็กำลังยืนดูดซับเอาพลังจันทราเข้าไปด้วย และเวลานี้แสงจันทราก็ได้สาดส่องลงจากท้องฟ้าสู่ร่างของหลิงหยุนราวกับแม่น้ำสายใหญ่ และค่อยๆพัฒนากายเนื้อของเขาให้แข็งแกร่งขึ้นยิ่งกว่าเดิม ภาพของหลิงหยุนเวลานี้หากเขามิได้สวมชุดดำ แต่เป็นเสื้อคลุมยาวแบบที่นักบ่มเพาะสวมใส่กันแล้วล่ะก็ เมื่อมีคนธรรมดาทั่วไปผ่านมาพบเห็นเข้า คงต้องคิดว่าเขาเป็นเทพจากสรวงสวรรค์อย่างแน่นอน! แต่สำหรับหลิงหยุนเวลานี้เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็ไม่ต่างจากเนื้อหนังที่ห่อหุ้มร่างกายเท่านั้น.. หลิงหยุนกำลังทบทวนความทรงจำต่างๆเกี่ยวกับหนิงหลิงยู่.. หลังจากที่เขามาจุติบนโลกใบนี้เขาพบหนิงหลิงยู่ครั้งแรกที่โรงเรียนมัธยมจิงฉู และได้พบว่าร่างกายของนางนั้นเป็นกายทิพย์ ซึ่งแม้แต่ในโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่ก็ยังนับเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่ง สักหนึ่งหมื่นปีจะสามารถพบได้สักคนกระมัง.. ในความเห็นของหลิงหยุนต่อให้ทั้งพ่อและแม่เป็นเซียนทั้งคู่ โอกาสที่จะให้กำเนิดเด็กที่มีกายทิพย์นั้นก็เป็นสิ่งเกิดขึ้นได้น้อยนัก หลิงหยุนจำได้ว่าครั้งนั้นเขารู้สึกสุขใจเป็นอย่างมาก.. และในคืนที่เขาไปช่วยเฉิงเม่ยเฟิงที่คฤหาสน์ตระกูลเฉิงนั้นเขาได้ฉกฉวยเอาพลังอมตะจากพู่กันจักรพรรดิแห่งมวลมนุษย์ ทำการชำระล้างร่างกายให้หนิงหลิงยู่ และใช้พลังอมตะนี้เปลี่ยนกายทิพย์ของนางให้เป็นกายอัปสรแทน สำหรับหนิงหลิงยู่แล้วนางเป็นคนที่หลิงหยุนสนิทสนมรักใคร่มากที่สุด ซึ่งเหนือกว่าตี้เสี่ยวอู๋ ถังเมิ่ง และคนอื่นๆในชีวิตของเขามาก ด้วยเหตุนี้หลิงหยุนจึงนำหนิงหลิงยู่เข้าสู่เส้นทางของบ่มเพาะตน ถ่ายทอดวิชาดาราคุ้มกายให้กับนาง รวมถึงวิชาคลื่นคงคา และวิชาอื่นๆอย่างมังกรพรางร่างด้วย.. ก่อนที่จะออกเดินทางจากจิงฉูเป็นครั้งแรกนั้นหลิงหยุนกับมู่หลงเฟยจื่อได้เดินทางไปที่อารามหลิงเจวี๋ย และที่นั่นเขาได้พบกับหลวงจีนเฉวียนจื้อ ทำให้เขาได้รู้ฐานะที่แท้จริงของตนเองจากปากหลวงจีนผู้นี้ ในค่ำคืนวันหนึ่งเมื่อสิบแปดปีก่อนนั้นคนธรรมดาทั่วไปจะจดจำเพียงแค่ว่า เป็นคืนที่ฝนตกลงมาอย่างหนักอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่สำหรับหลิงหยุนแล้ว คืนนั้นเป็นคืนที่เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กับคนใกล้ชิดรอบตัวเขา จินเหยียวและซือกงถูร่วงตกลงจากหน้าผาสูงพร้อมกัน.. หลวงจีนเฉวียนหมิงแห่งอารามหลิงเจวี๋ยได้รับบาดเจ็บสาหัสจนเสียชีวิต.. หนิงหลิงยู่ซึ่งยังเป็นเพียงทารกนั้นป่วยหนักไร้หนทางรักษาเป็นเหตุให้ฉินจิวยื่อต้องขึ้นเขาไปกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อารามหลิงเจวี๋ย และที่นั่นนางก็ได้พบกับหลิงหยุน.. หลวงจีนเฉวียนหมิงได้บอกเล่าฐานะของหลิงหยุนให้กับฉินจิวยื่อรู้ก่อนที่จะสิ้นลมและได้อ้อนวอนให้นางนำหลิงหยุนกลับไปเลี้ยงดู..หลังจากนั้นฉินจิวยื่อก็รีบพาหลิงหยุนกลับลงเขาโดยที่ยังไม่ทันได้กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อขอพร แต่เมื่อกลับมาถึงบ้านกลับพบว่าหนิงหลิงยู่หายจากอาการป่วยอย่างน่าอัศจรรย์!และนับตั้งแต่นั้นมาฉินจิวยื่อก็ได้เลี้ยงหลิงหยุนมา ให้หนิงหลิงยู่เรียกเขาว่าพี่ชายมาโดยตลอดแม้ว่าหลิงหยุนกับหนิงหลิงยู่จะต่างบิดามารดากันแต่หลิงหยุนก็เพิ่งจะมารู้จากข้อมูลที่ได้จากจินเหยียวว่า ทั้งหนิงหลิงยู่และเขาต่างก็เกิดในวันเดียวกัน เดือนเดียวกัน และปีเดียวกัน!เด็กน้อยทั้งสองคนรักใคร่กันดั่งพี่น้องมานับตั้งแต่นั้น..แต่ช่วงเวลาที่งดงามของเด็กน้อยทั้งสองก็เป็นเพียงแค่เวลาช่วงสั้นๆแปดปีเท่านั้นเพราะหลังจากอายุแปดขวบไปจนถึงสิบสองปี ทั้งคู่ต่างก็ค่อยๆเหินห่างกัน และช่องว่างของความห่างเหินนี้ก็ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และร้าวลึกลงไปเรื่อยๆเหตุผลก็คือ..เส้นลมปราณหยางเจวี๋ยของหลิงหยุนถูกคนทำลายตั้งแต่ยังเป็นทารก ทำให้สามารถมีชีวิตอยู่ได้อีกเพียงแค่ยี่สิบปีเท่านั้น และก็ไม่มีผู้ใดสามารถรักษาได้ ทำให้เขาอยู่อย่างท้อแท้สิ้นหวังในขณะที่หนิงหลิงยู่นั้นกลับเป็นเด็กสาวที่สดใสงดงามไม่ว่าจะไปที่ใดก็ล้วนแล้วแต่ได้รับคำชื่นชมจากผู้คน ช่องว่างนี้ยิ่งร้าวลึกขึ้นเมื่อทั้งคู่เข้าสู่วัยสิบสองปีแม้แต่ฉินจิวยื่อก็ไม่อาจช่วยลดช่องว่างของเด็กทั้งสองได้ ตลอดเวลาสามปีในวัยมัธยมต้น และอีกสามปีในวัยมัธยมปลาย แม้ทั้งคู่จะเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกัน แต่กลับห่างเหินกันอย่างมากจนกระทั่งหลิงหยุนเปลี่ยนเป็นคนเด็กหนุ่มที่เก่งกาจและกล้าหาญ ทั้งคู่จึงได้กลับกลายมาเป็นพี่ชายกับน้องสาวที่รักใคร่กันดังเดิมอีกครั้ง..หนิงหลิงยู่คิดอะไรบ้างในช่วงระยะเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมานั้นหลิงหยุนที่เพิ่งมาจุติในร่างเดิมนี้ไม่อาจล่วงรู้ได้ จนกระทั่งในคืนที่ที่เขาหลับไหลและฝันไป ความฝันอันยาวนานนั้นได้หลอมรวมหลิงหยุนจากโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่ ให้เข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับหลิงหยุนในโลกนี้ และในที่สุดเขาก็สามารถจดจำทุกอย่างได้แต่หลังจากนั้นหนิงหลิงยู่ก็ต้องเดินทางกลับไปตระกูลฉิน และอีกยี่สิบกว่าวันหลังจากนั้น สองพี่น้องจึงมีโอกาสได้พบกันอีกครั้งที่ปักกิ่งในคืนที่หนิงหลิงยู่เข้าสู่ด่านกลางขั้นพลังชี่และรับทัณฑ์สวรรค์สำเร็จนั้นมีสิ่งหนึ่งที่หลิงหยุนไม่อยากจะนึกถึง แต่ก็ใช่ว่าเขาจะลืมเลือนไม่..แม้คำพูดนั้นจะไม่ได้สลักสำคัญอะไรแต่น้ำเสียงของหนิงหลิงยู่นั้นกลับเย็นชาจนผิดสังเกต แต่ครั้งนั้นเขามัวแต่ตื่นเต้นกับการเก็บเกี่ยวรางวัลจากการรับทัณฑ์สวรรค์ของหนิงหลิงยู่ จึงไม่ทันได้คิดอะไรมากแต่ครั้งนี้..น้ำเสียงที่เขาได้ยินจากคลิปนั้น กลับเย็นชากว่าครั้งนั้นนับสิบเท่า!สิ่งที่หลิงหยุนไม่อาจลืมได้อีกอย่างในคืนนั้นก็คือสายเทวะสายสุดท้ายที่ฟาดลงมาจากหลุมดำบนท้องฟ้า ในเวลานั้นหากไม่มีพู่กันจักรพรรดิและสมุดจักรพรรดิที่คอยปกป้องไว้แล้วล่ะก็ สายฟ้าเทวะนั่นย่อมสามารถสังหารหลิงหยุนได้อย่างง่ายดายราวกับมดปลวก..คำถามคือ..เป็นฝีมือของผู้ใด ความจริงหลิงหยุนเคยถามดวงจิตในพู่กันจักรพรรดิแห่งมวลมนุษย์แล้วแต่เขาก็ได้แต่นิ่งเงียบ และเลี่ยงที่จะตอบคำถาม..และในคืนนั้นพู่กันจักรพรรดิก็ได้บอกกับเขาว่า เขาคือคนผู้นั้น!ส่วนในคืนที่เขารับทัณฑ์สวรรค์ที่ทะเลจีนตะวันออกนักพรตอาวุโสเล่ยถิงก็บอกกับเขาว่า ปีศาจที่ยิ่งใหญ่มักจุติมาพร้อมกับเทพเจ้า..แม้หลิงหยุนจะไม่ประกาศตนแต่ภายในใจของเขานั้นรู้ดีว่าตนเองก็คือคนผู้นั้น!��