ตอนที่ 966
บทที่ 1396 : แคว้นทั้งหก
October 22, 2026
บทที่ 1396 : แคว้นทั้งหก ฉินตงเฉวี่ยตอบกลับทันที–หลิงหยุน ที่ผ่านมาข้ายังไม่มีโอกาสได้บอกกับเจ้า การไปช่วยพี่สาวของข้าครั้งนี้เกี่ยวพันถึงสามฝ่ายด้วยกัน ทั้งตระกูลฉิน สำนักกระบี่เทียนซาน และตระกูลหนิง อีกทั้งยังมีสัญญาระหว่างตระกูลฉินกับตระกูลหนิง หากให้หนิงหลิงยู่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ก่อนที่จะช่วยพี่สาวของข้าได้ เรื่องราวอาจจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ไม่คาดคิดก็เป็นได้..- –เจ้าอย่าลืมว่าการที่พี่สาวของข้าไปสำนักกระบี่เทียนซานครั้งนี้ ก็ด้วยเรื่องของหนิงเทียนหยา และจนถึงตอนนี้พวกเรายังไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาบ้าง- หลิงหยุนฉุกคิดขึ้นมาได้ทันทีและเห็นด้วยว่าความกังวลของฉินตงเฉวี่ยนั้นมีเหตุผลอย่างมาก เขาจึงพยักหน้า แล้วตอบหนิงหลิงยู่กลับไปว่า “หลิงยู่ข้ารู้ว่าเจ้าต้องการที่จะไปช่วยท่านแม่ แต่เวลานี้พวกเราต่างก็ไม่มีผู้ใดรู้ตื้นลึกหนาบางว่า เกิดอะไรขึ้นในสำนักกระบี่เทียนซานบ้าง ยังมีอีกหลายเรื่องที่ข้าต้องรอให้ได้พบกับท่านตาฉินเสียก่อน จากนั้นเจ้าจึงสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในเรื่องนี้ได้..” หลิงหยุนตอบหนิงหลิงยู่ไปตามความจริง.. “แต่พี่ใหญ่คะความแข็งแกร่งของข้าเวลานี้ สามารถไปช่วยเหลือท่านแม่พร้อมกับท่านได้โดยไม่สร้างปัญหาใดๆ!” หนิงหลิงยู่รีบอธิบายต่ออย่างร้อนใจ“พี่ใหญ่ ข้าเฝ้ารอเวลานี้มาเนิ่นนาน ให้ข้าไปกับพี่เถิดนะ ไม่ว่าจะยากลำบากเพียงใด ข้าก็จะไม่ปริปากบ่น..” หลังจากได้ฟังคำอ้อนวอนของหนิงหลิงยู่หลิงหยุนก็เริ่มรู้สึกลำบากใจ หากเป็นเมื่อก่อนเขาคงอ้างเรื่องความปลอดภัยของนางได้ แต่เวลานี้นางเข้าสู่ขั้นลิ่วเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-6) แล้ว หากจะบอกว่าเขาเป็นห่วงความปลอดภัยของนาง ก็คงจะฟังไม่ขึ้นนัก.. และเมื่อนางยืนยันที่จะไปช่วยฉินจิวยื่ออย่างหนักแน่นเช่นนี้ส่วนตัวหลิงหยุนไม่ได้รู้สึกเป็นปัญหาอะไร จึงได้แต่หันไปถามฉินตงเฉวี่ย.. –จะทำเช่นไรดี- ฉินตงเฉวี่ยไม่ตอบหลิงหยุนแต่กลับยื่นมือไปคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาพูดแทน.. “หลิงยู่ความจริงเป็นข้าที่ไม่ต้องการให้เจ้าร่วมเดินทางไปช่วยแม่ของเจ้าด้วย ยังมีหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพ่อแม่ของเจ้า รวมถึงความปลอดภัยของตระกูลฉินและตระกูลหนิง หากเจ้าไปพร้อมกับพวกเราครั้งนี้ ไม่เพียงไม่เป็นการช่วย แต่กลับจะทำให้เรื่องราวยิ่งแย่ลงยิ่งกว่าเดิม..” “เจ้าเองก็ไปอยู่ตระกูลฉินนานนับเดือนไม่ใช่รึข้าคิดว่าท่านพ่อคงจะเล่าหลายสิ่งหลายอย่างให้เจ้าฟังไม่น้อย..” ฉินตงเฉวี่ยยกหนิงเทียนหยากับฉินฉางชิงขึ้นมาอ้างซึ่งจะมีน้ำหนักมากกว่าคำพูดของหลิงหยุนหลายเท่า! “อืมม..” อารมณ์ของหนิงหลิงยู่เริ่มเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดและนางก็ตอบกลับไปว่า “ท่านตาได้เล่าหลายสิ่งหลายอย่างให้ข้าฟังจริงๆ” “ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็ควรฟังคำพูดของข้า..” ฉินตงเฉวี่ยถอนหายใจยาวก่อนจะพูดต่อว่า“แต่หากเจ้าไม่เห็นด้วย ข้าก็จะกลับไปตระกูลฉิน และให้ท่านปู่ของเจ้าเป็นผู้ตัดสินใจ หากเขาตกลงที่จะให้เจ้าเดินทางไปพร้อมกับพวกเราด้วย เจ้าก็ค่อยตามไปสมทบ เจ้าเห็นเป็นเช่นใด”“ตกลง!”หนิงหลิงยู่ตอบตกลงทันทีแต่ก็รีบเสริมขึ้นว่า “น้าหญิง.. หลังจากที่ท่านคุยกับท่านตาแล้วได้ความเช่นใด ท่านต้องส่งข้อความบอกข้า เพราะสองสามวันนี้ข้าจะเก็บโทรศัพท์มือถือไว้ในแหวนพื้นที่..”เมื่อเห็นว่าหนิงหลิงยู่ยอมตกลงฉินตงเฉวี่ยก็เหาะกลับลงไปบนพื้นดินด้วยความโล่งใจ และรีบตอบนางกลับไปทันที“เจ้าวางใจได้หลังจากข้าได้คำตอบจะรีบแจ้งให้เจ้ารู้ทันที!”“หลิงยู่เจ้ายังมีเรื่องอื่นอีกหรือไม่ หากไม่มี ก็กลับไปพักผ่อนได้แล้ว นี่ก็เกือบจะเที่ยงคืนแล้ว..”หลังจากที่ฉินตงเฉวี่ยสนทนากับหนิงหลิงยู่ต่ออีกสักครู่นางก็วางสายไป และส่งโทรศัพท์มือถือคืนให้กับหลิงหยุน แต่นางก็สังเกตเห็นว่าหลิงหยุนที่เหาะตามลงมานั้น เอาแต่จ้องมองด้วยสายตาที่ไม่อาจเข้าใจได้ จึงได้ร้องถามออกไปว่า“นี่เจ้าจ้องมองข้าทำไมกัน”“ข้าก็แค่รู้สึกว่าเหตุผลที่เจ้าไม่ต้องการให้หนิงหลิงยู่ร่วมเดินทางไปด้วยนั้นมันเป็นแค่ข้ออ้าง..”“นี่เจ้าพูดอะไรกัน!”ฉินตงเฉวี่ยร้องตะโกนออกมาด้วยความโมโห หลิงหยุนเข้าใจไม่ผิดเหตุผลที่ฉินตงเฉวี่ยไม่ต้องการให้หนิงหลิงยู่ร่วมเดินทางไปด้วยนั้น เพราะไม่ต้องการให้หนิงหลิงยู่รับรู้ความสัมพันธ์ที่แท้จริงของตนกับหลิงหยุนหลิงหยุนเงยหน้าขึ้นมองดวงจันทร์บนท้องฟ้าพร้อมกับยกมือขึ้นชี้แล้วจึงตัดสินใจพูดออกไปว่า..“ตงเฉวี่ย..เจ้าเห็นดวงจันทร์บนท้องฟ้าหรือไม่ หากเจ้าเหาะขึ้นไปบนนั้น แล้วหันกลับมองลงมาบนโลกใบนี้ เจ้าจะรู้สึกว่าความกลัวของเจ้าเวลานี้ช่างน่าขันนัก!”ฉินตงเฉวี่ยได้แต่นิ่งอึ้งไปเพราะคิดไม่ถึงว่าหลิงหยุนจะพูดถึงการเหาะไปดวงจันทร์ราวกับว่ามันเป็นเรื่องที่ง่ายดาย แต่ด้วยความแข็งแกร่งของหลิงหยุนนั้น นางเชื่อว่าเขาจะสามารถทำได้ดังที่พูด จึงได้แต่ถามขึ้นว่า“จะมีวันนั้นจริงรึ”หลิงหยุนตอบกลับยิ้มๆ“จริงสิ! วิชาดาราคุ้มกายเป็นวิชาที่จะเปลี่ยนร่างกายของเราให้สามารถท่องไปในจักรวาลได้ และเมื่อใดที่เข้าสู่ขั้นแก่นเต๋าทองคำ ก็เพียงพอที่จะท่องจักรวาลได้แล้ว..”“อีกนานเท่าใด”“หากไม่มีอะไรผิดพลาดก็ไม่เกินสามหรือห้าปี!”คำนวณจากพลังชีวิตที่ค่อนข้างขาดแคลนบนโลกใบนี้หลิงหยุนจึงไม่กล้าพูดจาโอ้อวดนัก เพราะหากอยู่ในโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่ เขาใช้เวลาฝึกฝนเพียงแค่สองปี ก็จะสามารถเหาะไปดวงจันทร์ได้แล้ว