ตอนที่ 973
บทที่ 1403 : มุ่งหน้าสู่เทียนซาน
October 22, 2026
บทที่ 1403 : มุ่งหน้าสู่เทียนซาน โม่วู๋เตาไม่เพียงไม่สามารถทำนายดวงชะตาของฉินจิวยื่อได้สำเร็จอีกทั้งยังต้องมานอนหมดสติอยู่เช่นนี้ ภายในใจของทุกคนจึงเริ่มรู้สึกกังวล.. “หลิงหยุนในเมื่อไม่สามารถทำนายดวงชะตาของจิวยื่อออกมาได้เช่นนี้ พวกเราจะทำเช่นใดต่อไปดี” หลังจากที่ตี้เสี่ยวอู๋ออกไปแล้วฉินฉางชิงจึงหันไปถามหลิงหยุนเสียงเบา ใบหน้าของเขาเศร้าหมอง และดูกังวลใจอย่างมาก.. หลิงหยุนส่ายหน้าไปมาพร้อมตอบกลับไปว่า“ท่านตาฉิน ครั้งนี้หาใช่โม่วู๋เต๋าเสียแรงเปล่าไม่ แม้เขาจะไม่สามารถตื่นขึ้นมาให้รายละเอียดในคำทำนายได้ แต่อย่างน้อยก็ทำให้พวกเราได้รู้ผลลัพธ์..” “ห๊ะ!” ฉินฉงชิงได้ฟังคำพูดของหลิงหยุนถึงกับร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจในขณะที่คนอื่นๆในห้องต่างก็จ้องมองหลิงหยุนด้วยแววตาอยากรู้อยากเห็น “อย่างน้อยเขาก็ทำให้ข้าก็ได้รู้ว่าท่านแม่ยังมีชีวิตอยู่!” “ชะตาชีวิตของมนุษย์นั้นจะมีความหมายก็ต่อเมื่อคนผู้นั้นยังมีชีวิตอยู่อนาคตจึงเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอน แต่เมื่อสิ้นลมแล้ว ชะตาชีวิตยังจะสำคัญเช่นใดกันอีกเล่า..” และเมื่อเหรียญทองแดงทั้งสามยังกลิ้งไปกลิ้งมานั้นย่อมหมายความว่าฉินจิวยื่อยังคงมีชีวิตอยู่.. เมื่อได้ยินคำพูดของหลิงหยุนทุกคนต่างก็มีสีหน้าโล่งใจขึ้นมาทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉินฉางชิงกับฉินตงเฉวี่ยดที่เวลานี้สีหน้าได้เปลี่ยนเป็นโล่งใจอย่างเห็นได้ชัด “แต่หลังจากที่เหรียญทองแดงทั้งสามหายไปนั้นย่อมหมายความว่าท่านแม่กำลังเผชิญหน้าอยู่กับความเป็นความตาย ซึ่งไม่อาจล่วงรู้ชะตากรรมได้..” หลิงหยุนยังคงมีสีหน้าที่สงบนิ่งอย่างที่สุดในระหว่างที่อธิบาย“แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่สายเกินไป! ท่านตาฉิน.. นับจากนี้ไปพวกเราต้องเร่งรีบ และใช้ทุกวินาทีให้เป็นประโยชน์ ท่านตารีบไปจัดการยกเลิกพิธีต้อนรับต่างๆให้หมด!” หลิงหยุนรู้ว่าฉินฉางชิงให้ความสำคัญกับการมาตระกูลฉินของเขาในครั้งนี้มากไม่เพียงเตรียมการต้อนรับไว้ล่วงหน้า แต่ยังเตรียมที่จะปรึกษาเรื่องของตระกูลฉินกับเขาด้วย แต่เวลานี้ สิ่งอื่นๆควรต้องยับยั้งไว้ก่อน และเรื่องสำคัญที่สุดคือต้องรีบช่วยนางฉินจิวยื่อแม่ของเขาออกมาให้ได้โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เรื่องนี้ไม่สามารถที่จะรอช้าได้อีกแล้ว.. ฉินฉางชิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงตอบกลับไปว่า “ได้ๆ ข้าจะทำตามคำแนะนำของเจ้าทุกอย่าง เจ้าสั่งมาได้เลยว่าข้าต้องทำอะไรบ้าง” “ก่อนอื่น..ข้าต้องรบกวนให้ท่านตาประสานงานกับสนามบินนานาชาติเสียนหยางโดเร็ว คืนนี้พวกเราจะต้องบินไปเทียนซาน..” “และหากไม่มีสิ่งใดผิดพลาดคืนนี้ตี้เสี่ยวอู๋จะสามารถพัฒนาเข้าสู่ขั้นซื่อเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-4)ได้ และจะต้องรับทัณฑ์สวรรค์ ถึงเวลานั้นคงจะเกิดปรากฏการณ์ที่น่าอัศจรรย์ขึ้น ข้าต้องขอให้ท่านตาช่วยประสานงานกับทุกฝ่ายในเมืองนี้ล่วงหน้า เพื่อมิให้เกิดการแตกตื่น..” “หลังจากที่ตี้เสี่ยวอู๋รับทัณฑ์สวรรค์สำเร็จแล้วข้าและซิงเฉินก็จะเดินทางไปเทียนซานล่วงหน้า..!” หลิงหยุนบอกแผนการทั้งสามขั้นตอนของเขาให้ฉินฉางชิงได้ล่วงรู้ในคราวเดียวฉินฉางชิงพยักหน้า แต่ก็อดที่จะถามขึ้นมาไม่ได้..“หลิงหยุน..แล้วเจ้ากับแม่นางซิงเฉินจะไปเทียนด้วยวิธีใด”“พวกเราสองคนก็จะเหาะไปน่ะสิ!”หลิงหยุนอธิบายต่อทันที“ข้าได้ตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว จากที่นี่ไปถึงเทียนซานนั้นมีระยะทางยาว 2,200 กิโลเมตร หากเดินทางโดยเครื่องบิน ก็จะต้องใช้เวลาราวสามชั่วโมงกว่า แต่นั่นยังไม่รวมเวลาเช็คอินและเช็คเอาท์ที่สนามบิน เพราะถ้าหากนับรวมแล้วก็น่าจะใช้เวลานานถึงห้าชั่วโมงเลยทีเดียว..”เมื่อพูดมาถึงตรงนี้หลิงหยุนก็หันไปมองเย่ซิงเฉินพร้อมกับพูดยิ้มๆ “แต่หากพวกข้าสองคนเหาะไปเอง ด้วยระยะทาง 2,200 กิโลเมตรนี้ ก็จะใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำไป!”ฉินฉางชิงมีสีหน้าตกอกตกใจ“นี่.. พวกเจ้าเหาะได้เร็วถึงเพียงนี้เชียวรึ!”เขาคำนวณความเร็วในการเหาะอยู่ในใจเงียบๆ“นี่ไม่เท่ากับว่าพวกเจ้าสามารถเหาะไปได้วินาทีละหนึ่งกิโลเมตรหรอกรึ! มันไม่อันตรายเกินไปหรือ?!”หลิงหยุนพยักหน้ายิ้มๆ“ท่านตาฉิน.. ท่านอย่าได้กังวลใจไป ด้วยขั้นของข้ากับซิงเฉินนั้น พวกเราสามารถเหาะไปได้อย่างปลอดภัยแน่!” การเหาะไปด้วยความเร็วและระยะทางเท่านี้หลิงหยุนจำเป็นต้องใช้เสินหยวนอย่างน้อยสองหมื่นหยดขึ้นไป แต่ด้วยความสามารถของเขาเวลานี้ มันไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย..เย่ซิงเฉินเข้าสู่ขั้นอู่เฉิงชี่(ขั้นพลังชี่-5) ย่อมต้องสามารถทำได้เช่นเดียวกัน แต่อาจไม่ง่ายดายเช่นเดียวกับหลิงหยุนนักฉินตงเฉวี่ยได้ยินว่าหลิงหยุนจะเดินทางไปเทียนซานพร้อมเย่ซิงเฉินในใจรู้สึกกังวล และต้องการจะเอ่ยปากพูดบางสิ่งบางอย่างออกมา แต่แล้วก็เลือกที่จะเงียบไป..–ตงเฉวี่ย..ครั้งนี้สถานการณ์ค่อนข้างเร่งด่วน คงจะไม่สามารถพาหลิงยู่ไปด้วยได้แล้ว!-หลิงหยุนรู้ว่าฉินตงเฉวี่ยต้องการที่จะพูดอะไรจึงได้แต่บอกนางผ่านทางกระแสจิต –เรื่องด่วนในเวลานี้คือต้องช่วยท่านแม่ออกมาให้ได้โดยเร็วที่สุด!-–ข้าเข้าใจเรื่องนั้นแต่พวกเจ้าไปกันตามลำพังเพียงแค่สองคนเช่นนี้..– ฉินตงเฉวี่ยเป็นห่วงความปลอดภัยของหลิงหยุน–เจ้าอย่าได้กังวลใจไปข้าล่วงหน้าไปสำนักกระบี่เทียนซานครั้งนี้ จะยังไม่ลงมือใดๆ ข้าต้องการเพียงแค่ค่อยแอบคุ้มครองท่านแม่อยู่เงียบๆเท่านั้น และจะยังไม่ลงมือใดๆทั้งสิ้น!-หลิงหยุนบอกกับฉินตงเฉวี่ยให้นางคลายความกังวลใจ..ในเวลานั้นก็ใกล้จะห้าโมงเย็นแล้ว หลิงหยุนจึงหันไปบอกกับฉินฉางชิงว่า “ท่านตาฉิน ข้าคงอยู่ทานอาหารเย็นกับท่านไม่แล้ว ข้าจะไปพบหวังชงเซียวกับคนอื่นๆที่โรงแรมเพื่อเตรียมการ!”“ได้ๆๆ”ฉินฉางชิงพยักหน้ารับและรู้ว่าครั้งนี้หลิงหยุนพายอดฝีมือที่จะไปช่วยแม่ของเขามาด้วยมากมาย และความแข็งแกร่งของแต่ละคนนั้นก็เหนือคนตระกูลฉินทั้งสิ้น เขาจึงไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมาก และรับผิดชอบหน้าที่ที่หลิงหยุนมอบหมายให้ดีที่สุดเท่านั้น!