ตอนที่ 975
บทที่ 1405 : กลั่นแกล้งสารพัด
October 22, 2026
บทที่ 1405 : กลั่นแกล้งสารพัด ตี๋เสี่ยวเจินเป็นหญิงสาวที่ถือดียะโส และจองหองมาตั้งแต่เมื่อครั้งยังอยู่ในวัยแค่สิบสามปี นางประกาศกับพ่อของตนว่า การหมั้นหมายของนางนั้นสามารถทำได้ แต่เมื่อถึงเวลาแต่งงาน ก็ต้องดูว่านางพอใจที่จะแต่งหรือไม่ แต่การหมั้นหมายของคนทั้งคู่นั้นมีเพียงตี๋เสี่ยวเจินที่รู้เรื่อง ส่วนหนิงเทียนหยานั้นหาได้รู้ด้วยไม่! หลังจากผ่านไปสี่ปีตี๋เสี่ยวเจินก็อายุครบสิบเจ็ดปีพอดี ในเวลานั้นนางได้เข้าสู่ขั้นซานฉางชี่ (ขั้นพลังชี่-3) แล้ว นางตัดสินใจว่าหลังจากที่เข้าสู่ขั้นซื่อเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-4) และรับทัณฑ์สวรรค์สำเร็จเมื่อใด นางจึงจะไปพบหน้าหนิงเทียนหยา และตัดสินใจด้วยตนเองว่าจะแต่งงานกับเขาหรือไม่ ผู้คนในสำนักกระบี่เทียนซานต่างก็รู้จักนิสัยของตี๋เสี่ยวเจินดีว่าเป็นคนเอาแต่ใจมาตั้งแต่เล็กนางไม่ต้องการจะไปอยู่ที่อื่นแม้ว่าจะแต่งงานแล้ว หลังจากแต่งงานกับหนิงเทียนหยา นางต้องการให้เขามาอยู่ที่สำนักกกระบี่เทียนซานกับตน แต่หากจะพูดให้ถูกก็คือ นางต้องการให้หนิงเทียนหยาเป็นฝ่ายแต่งเข้าตระกูลตี๋ และเข้าเป็นคนของสำนักกระบี่เทียนซานนั่นเอง! ด้วยเหตุนี้นางจึงได้เสนอให้พ่อของนางยกวังบนเขาเทียนเฟิงทั้งหมดนี้ให้เป็นที่อยู่ของตน และเป็นเรือนหอของนางแทน ตี๋เฮ่อหมิงเองก็เห็นด้วยจึงตอบตกลงทันทีอีกทั้งในเวลานั้น เขาก็ได้กวาดล้างสังหารคนในสำนักกระบี่เทียนซานที่เป็นปฏิปักษ์กับตนจนหมดสิ้นแล้ว เรียกได้ว่าเวลานั้นอำนาจจัดการภายในสำนักทั้งหมดล้วนอยู่ในมือของตระกูลตี๋.. ในปีต่อมาคุนหลุนก็ได้ออกประกาศเป็นครั้งที่สาม สั่งให้สำนักกระบี่คุนหลุนนำเหล่าชาวยุทธไปบุกถล่มตระกูลหลิง! ตลอดเวลากว่ายี่สิบปีมานั้นนับว่าตระกูลหลิงอยู่มาอย่างยากลำบาก และในปีเดียวกัน หนิงเทียนหยาชายหนุ่มในวัยยี่สิบปีก็ได้ฝึกฝนวิชาสำเร็จ ระหว่างทางที่ลงเขามานั้น ก็ได้พบเจอกับฉินจิวยื่อแห่งตระกูลฉิน ทั้งคู่ต่างก็เป็นรักแรกพบของกันและกัน หนิงเทียนหยาจึงพาฉินจิวยื่อกลับไปที่ตระกูลหนิงด้วย แล้วโศกนาฏกรรมของตระกูลฉินก็เริ่มต้นขึ้นนับตั้งแต่นั้น.. ความจริงแล้วตี๋เสี่ยวเจินก็มิได้ต้องการที่จะแต่งงานกับหนิงเทียนหยาในทันทีแต่เมื่อได้ยินข่าวว่าหนิงเทียนหยาพาฉินจิวยื่อกลับไปตระกูลหนิงด้วย นางก็ถึงกับโกรธมาก และได้พาคนของสำนักกระบี่เทียนซานบุกไปที่ตระกูลหนิง หลังจากทำร้ายฉินจิวยื่อจนได้รับบาดเจ็บสาหัสแล้ว นางก็บังคับให้หนิงเทียนหยาแต่งงานกับนางทันที สำนักกระบี่เทียนซานแข็งแกร่งยิ่งนักส่วนตี๋เสี่ยวเจินก็มีฝีมือสูงส่ง นางถูกเลี้ยงดูอย่างตามใจมาตั้งแต่เล็ก ไม่ว่าดาวหรือเดือน หากนางต้องการย่อมต้องทำทุกวิถีทางให้ได้มา และหากนางต้องการหนิงเทียนหยา ผู้ใดเล่าจะสามารถขัดขวางนางได้! ตั้งแต่เล็กจนโตคนของสำนักกระบี่เทียนซานต่างก็เฝ้าชื่นชมตี๋เสี่ยวเจินว่าเป็นหญิงสาวที่งดงามที่สุดในเทียนซาน แต่เมื่อได้พบฉินจิวยื่อที่งดงามยิ่งกว่าตนมากนัก จึงแทบไม่ต้องคิดว่านางจะโกรธเกรี้ยวมากเพียงใด.. ในปีนั้นหนิงเทียนหยาอายุยี่สิบปีฉินจิวยื่อสิบเก้าปี ส่วนตี๋เสี่ยวเจินนั้นสิบแปดปี.. นับตั้งแต่นั้นมาชะตากรรมของคนทั้งสามก็เปลี่ยนแปลงอย่างพลิกผันหนิงเทียนหยาต้องแต่งงานกับตี๋เสี่ยวเจิน และย้ายเข้าไปอยู่ในสำนักกระบี่เทียนซาน ส่วนฉินจิวยื่อก็กลับไปอยู่ตระกูลฉิน แต่หลังจากนั้นด้วยแรงบีบคั้นอย่างหนักจากตี๋เสี่ยวเจิน ฉินจิวยื่อจึงต้องระเห็ดออกจากตระกูลฉิน และไปหลบซ่อนตัวอยู่จิงฉู จนกระทั่งให้กำเนิดหนิงหลิงยู่ และได้พบกับหลิงหยุนและในครั้งนั้นตี๋เสี่ยวเจินก็ได้เสนอสัญญาสิบแปดปีนี้ขึ้นมาเพื่อแก้แค้นเพราะคนที่หนิงเทียนหยารักสุดใจนั้นกลับไม่ใช่นาง แต่เป็นฉินจิวยื่อ..ฉะนั้นแล้วการแต่งงานจึงนับเป็นความล้มเหลวเพียงอย่างเดียวในชีวิตของตี๋เสี่ยวเจิน จึงทำให้นางโกรธแค้นอย่างมากมาจนถึงทุกวันนี้!นางไม่ได้รักหนิงเทียนหยาอีกแล้วแต่ต้องการเก็บเขาไว้เพื่อทำให้เขาได้รับความอัปยศอดสูมากที่สุด แม้กระทั่งให้กำเนิดตี๋ชิงโหวซึ่งเป็นสายเลือดของหนิงเทียนหยาแล้ว ตี๋เสี่ยวเจินก็ยังไม่ยอมให้ลูกชายใช้แซ่หนิง แต่ให้ใช่แซ่ตี๋แทน!หลังจากที่ตี๋ชิงโหวอายุได้หนึ่งขวบตี๋เสี่ยวเจินกลับร้ายกาจยิ่งกว่าเดิม นางทำตัวไม่ต่างจากพระนางบูเช็คเทียน ภายในวังมีชายล้อมรอบกายมากมาย และอยากจะกระทำสิ่งใดก็ทำโดยมิได้สนใจใยดีผู้ใดในขณะที่ฉินจิวยื่อก็หลบซ่อนตัวอยู่อย่างลำบากในเมืองจิงฉูมณฑลเจียงหนานนานถึงสิบแปดปี! ส่วนหนิงเทียนหยาก็ต้องทนรับความอัปยศอยู่ในสำนักกระบี่เทียนซานนานถึงสิบแปดปีเช่นกันแม้แต่ลูกชายในไส้ของตน ยังไม่เคยเรียกเขาว่าพ่อ..แต่เพื่อฉินจิวยื่อและลูกในท้องของนางเพื่อตระกูลฉินและตระกูลหนิง หนิงเทียนหยาจึงได้แต่กล้ำกลืนฝืนทนอย่างไม่มีทางเลือก นั่นเพราะความแข็งแกร่งของทั้งสองฝ่ายนั้นห่างกันมากเหลือเกิน หากหนิงเทียนหยาไม่อดทนอยู่ในสำนักกระบี่เทียนซาน ไม่เพียงตระกูลหนิงจะเป็นภัย แต่ยังจะมีอันตรายไปถึงตระกูลฉินอีกด้วยอีกทั้งในช่วงเวลานั้นสำนักกระบี่เทียนซานเองก็สามารถสร้างสัมพันธ์กับสำนักกระบี่คุนหลุนได้สำเร็จ อีกทั้งยังคุ้นเคยกับจางคุนหลุนและหลี่คุนหลุนด้วย..….มุมเล็กๆแห่งหนึ่งของวังอันกว้างใหญ่บนยอดเขาเทียนเฟิงมีกระท่อมเล็กๆธรรมดาๆหลังหนึ่งตั้งอยู่ห่างไกลออกไปจากตัววัง หากเทียบกับวังที่กว้างขวางใหญ่โตมโหฬารแห่งนี้ กระท่อมเล็กๆหลังนี้กลับตั้งอยู่ห่างไกลและโดดเดี่ยวแต่ถึงอย่างนั้นกลับสะดุดตาผู้ที่ได้พบเห็นยิ่งนักนั่นเพราะกระท่อมเล็กๆหลังนี้ไม่มีสิ่งใดเทียบได้กับวังที่สวยงามใหญ่โตแห่งนี้เลย เรียกได้ว่ากลับทำลายทัศนียภาพที่งดงามของวังแห่งนี้เสียมากกว่าและกระท่อมเล็กๆหลังนี้ก็คือที่ที่ฉินจิวยื่อกับหนิงเทียนหยาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันมานานหลายเดือน..กระท่อมเล็กๆหลังนี้ฉินจิวยื่อเป็นผู้ลงมือสร้างด้วยตนเองเมื่อห้าเดือนก่อนหลังจากที่มาถึงสำนักกระบี่เทียนซานแต่ทันทีที่มาถึงที่นี่ตี๋เสี่ยวเจินก็ได้ทำการสะกัดจุดของฉินจิวยื่อไว้ทันที ทำให้นางไม่สามารถใช้พลังปราณในร่างได้ ด้วยเหตุนี้ฉินจิวยื่อจึงต้องใชเ้วลาในการสร้างกระท่อมเล็กๆหลังนี้ร่วมเดือนเลยทีเดียว..ตี๋เสี่ยวเจินไม่ยอมให้ฉินจิวยื่อตัดต้นไม้หรือต้นหญ้าแม้แต่ต้นเดียวบนยอดเขาเทียนเฟิงนางจึงต้องเดินลงเขาไปตัดไม้ และค่อยๆนำขึ้นมาสร้างทีละเล็กทีละน้อยจนกระทั่งในที่สุดก็ได้เป็นกระท่อมหลังเล็กนี้ขึ้นมา