ตอนที่ 977
บทที่ 1407 : หนิงเทียนหยา
October 22, 2026
บทที่ 1407 : หนิงเทียนหยา หลังจากที่ประณามตี๋เสี่ยวเจินไปแล้วหนิงเทียนหยาจึงพูดต่อว่า “เรื่องการหมั้นหมายระหว่างเจ้ากับข้านั้น ข้าเองก็ไม่เคยล่วงรู้มาก่อน..” “ดังคำโบราณว่าไว้ผู้ไม่รู้ย่อมไม่ผิด ความจริงข้อนี้ เจ้าไม่เข้าใจบ้างหรืออย่างไร” “หลังจากที่ข้าฝึกฝนวิชาสำเร็จแล้วจึงได้ลงจากเขาและระหว่างทางที่ลงมานั้น ข้าก็บังเอิญได้พบกับจิวยื่อเข้า พวกเราสองคนต่างก็ตกหลุมรักซึ่งกันและกันตั้งแต่แรกพบ ข้าจึงได้พานางกลับไปตระกูลหนิงด้วย และเมื่อไปถึงข้าจึงได้รู้เรื่องการหมั้นหมายระหว่างเราสองคน แต่เมื่อเจ้าไปถึงตระกูลหนิง กลับไม่สอบถามต้นสายปลายเหตุ ตรงเข้าทำร้ายจิวยื่อจนนางได้รับบาดเจ็บสาหัส และบีบบังคับให้ข้าแต่งงานกับเจ้า เท่านั้นยังไม่พอ เจ้ายังต้องการให้ข้ามาอยู่ที่สำนักกระบี่เทียนซานกับเจ้า ซึ่งข้า – หนิงเทียนหยาก็ยินยอม..” “แต่หลังจากนั้นทั้งที่เจ้าเองก็รู้ว่าจิวยื่อกำลังตั้งท้อง แต่กลับนำคนลงเขาไปจัดการจนเกือบสังหารคนตระกูลฉินทั้งหมด หลังจากนั้นเป็นต้นมา ความแค้นในใจเจ้ากลับยิ่งเพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณ และตลอดสิบแปดปีมานี้เจ้าเองก็ได้สร้างความอัปยศอดสูให้กับข้ามาโดยตลอด..” “และหลังจากที่ข้าลมปราณแตกซ่านเจ้าเองก็ใช้ข้าเป็นเครื่องมือหลอกจิวยื่อมาที่นี่ และข่มเหงเย้ยหยันนางต่างๆนานามาตลอดเวลากว่าครึ่งปี..” “ต่อให้ในใจของเจ้าจะมีความโกรธแค้นมากเพียงใดแต่ความตายก็น่าจะเป็นการสะสางความแค้นภายในใจของเจ้าได้แล้วมิใช่รึ” เมื่อพูดมาถึงตรงนี้น้ำเสียงของหนิงเทียนหยาก็สั่นสะท้านมากยิ่งกว่าเดิม ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำ และน้ำตาก็รินไหลออกมาเป็นสองสาย ทำให้ใบหน้าของเขาเวลานี้ยิ่งดูน่าสมเพชมากกว่าเดิม “หากหลังจากข้าตายไปเจ้ายังคิดจะข่มเหงจิวยื่ออีกล่ะก็ ต่อให้ข้าต้องตกนรกหมกไหม้ กลายเป็นวิญญาณเร่ร่อน ข้าก็จะไม่มีทางปล่อยเจ้าแน่!” “เจ้ามีปัญญารึ!” ตี๋เสี่ยวเจินทำเสียงเย้ยหยันหลังจากที่อดทนฟังหนิงเทียนหยาพูดจนจบแล้ว ตี๋เสี่ยวเจินจึงพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงที่โกรธเกรี้ยวยิ่งกว่าเดิม “คนไร้ค่าไร้ความสามารถเช่นเจ้าจะมีปัญญาทำอะไรข้าได้ หึ.. ช่างกล้าโอ้อวดนัก!” “ดูสภาพของเจ้าเวลานี้สิ!ไม่ต่างจากภูติผีวิญญาณเลยแม้แต่น้อย..” ตี๋เสี่ยวเจินตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เย็นชายิ่งกว่าเดิมและจ้องมองหนิงเทียนหยาด้วยแววตาเคียดแค้นมากกว่าเก่า “ข้า– ตี๋เสี่ยวเจินไม่เคยต้องรู้สึกผิดกับสิ่งใดมาตั้งแต่ยังเล็ก!” “หากเจ้าเบิกตาดูให้ดีหลายปีที่เจ้าอยู่ในสำนักกระบี่เทียนซาน เจ้าเคยเห็นผู้ใดกล้าตำหนิติเตียนข้าบ้าง” “เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดข้าจึงต้องทรมานเจ้าเหตุใดข้าจึงต้องสร้างความอัปยศอดสูให้แก่เจ้า? ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นเพราะเจ้าคนเดียว.. หนิงเทียนหยา!” “หลังจากที่ข้าได้พบหน้าเจ้าและเห็นว่าเจ้าหน้าตาหล่อเหลายิ่งนัก ข้าจึงยอมแต่งงานกับเจ้า อีกทั้งยังยอมมีโฮ่วเอ๋อกับเจ้า แต่ตลอดเวลาในใจของเจ้ากลับไม่เคยมีข้าเลย ในใจของเจ้ามีเพียงแค่นางแพศยาผู้นี้คนเดียวเท่านั้น!” ตี๋เสี่ยวเจินหันไปชี้หน้าฉินจิวยื่อพร้อมกับร้องตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด “ครั้งนั้นข้าจะสังหารนาง เจ้าก็จะฆ่าตัวตาย เมื่อข้าจะทำลายตระกูลฉินให้สิ้นซาก เจ้าก็ยังจะฆ่าตัวตายอีก..” “เทียนหยา..ยิ่งเจ้ารักและเป็นห่วงนางมากเท่าไหร่ ข้าก็ยิ่งโกรธแค้นนางมากท่านั้น!” “และที่ข้ายื่นเงื่อนไขสิบแปดปีให้ตระกูลฉินนั้นก็เท่ากับยอมให้นางแพศยานี่มีชีวิตได้อีกสิบแปดปีเท่านั้น ปีนี้จะเป็นปีที่ครบสัญญาพอดี แต่กลับกลายเป็นว่าเจ้าไปแอบฝึกวิชาเพื่อนาง..”ตี๋เสี่ยวเจินพูดต่อด้วยน้ำเสียงเหยียดหยันมากกว่าเดิม“ที่เจ้าอยากจะรีบฝึกฝนวิชาให้แข็งแกร่งโดยเร็วนั้น ก็คงเพราะต้องการที่จะสังหารข้า และทำลายสำนักกระบี่เทียนซานของข้า เพื่อที่จะได้กลับไปอยู่กับคนรักของเจ้าสินะ”สายตาของตี๋เสี่ยวเจินที่จ้องมองหนิงเทียนหยาและฉินจิวยื่อนั้นเปลี่ยนเป็นน่ากลัวยิ่งกว่าเก่ามาก “หนิงเทียนหยา เจ้าไม่คิดบ้างหรือว่า เจ้าอยู่บนยอดเขาเจงิชโชกูซูซึ่งสูงที่สุดในเทียนซานเช่นนี้ จู่ๆจะพบเจอภัมภีร์ล้ำเลิศเช่นนั้นได้อย่างไรกัน”หนิงเทียนหยาถึงกับหน้าเปลี่ยนสี..ร่างของหนิงเทียนหยาสั่นสะท้านรุนแรงเขาจ้องมองตี๋เสี่ยวเจินราวกับกำลังพบเห็นปีศาจร้าย ก่อนจะร้องตะโกนออกไปด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโมโหคั่งแค้น“ที่..ที่แท้ก็เป็นเจ้า ทั้งหมดนี้.. ล้วนเป็นแผนการของเจ้างั้นรึ!”ฉินจิวยื่อบีบมือหนิงเทียนหยาด้วยความอ่อนโยนนางถอนหายใจเล็กน้อย และจ้องมองตี๋เสี่ยวเจินด้วยแววตาสมเพชและเย้ยหยัน“ตี๋เสี่ยวเจินอย่างน้อยๆเทียนหยาก็เป็นพ่อของลูกชายเจ้า เหตุใดเจ้าจึงได้กล้าทำเรื่องที่เลวร้ายกับเขามากถึงเพียงนี้”“หุบปากของเจ้าเดี๋ยวนี้!”ตี๋ชิงโหวที่ยืนอยู่ข้างๆตี๋เสี่ยวเจินเป็นผู้ร้องตะโกนออกมาเขาจ้องมองหนิงเทียนหยาด้วยแววตาเหยียดหยันในขณะที่เอ่ยออกไปว่า“หนิงเทียนหยาแซ่หนิงส่วนข้าแซ่ตี๋ เขาไม่ใช่พ่อของข้า และไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นได้ด้วย!” “โฮ่วเอ๋อเจ้าพูดได้ดีมาก!”ตี๋เสียวเจินพยักหน้ายิ้มๆพร้อมกับเอ่ยชมก่อนจะยื่นมือไปลูบไล้ศรีษะของตี๋ชิงโหวด้วยความอ่อนโยน“ตระกูลหนิงในสายตาของสำนักกระบี่เทียนซานเราไม่ต่างจากมดปลวกตัวหนึ่งเท่านั้น ไฉนเลยคนผู้นี้จะมีคุณสมบัติเป็นพ่อของเจ้าได้เล่า..”จากนั้นตี๋เสี่ยวเจินก็หันไปพูดกับฉินจิวยื่อว่า“ฉินจิวยื่อ หากไม่ใช่เพราะเจ้า ข้าคงไม่หมดรักหนิงเทียนหยา และเวลานี้ข้าไม่หลงเหลือแม้แต่ความชื่นชอบให้กับเขา เช่นนั้นแล้วเขาก็สมควรตายได้.. แต่สำหรับเจ้า ไม่ว่าอย่างไรข้าก็ไม่ยอมให้เจ้าตายตามเขาไปแน่!”“นับจากวันนี้ไปเจ้าจะต้องมาเป็นบ่าวรับใช้ข้า ไม่เพียงเจ้าเท่านั้น แต่หนิงหลิงยู่ลูกสาวของเจ้าด้วย อีกไม่นานข้าจะไปจับตัวนางมาไว้ที่สำนักกระบี่เทียนซาน และจะให้นางได้อยู่อย่างอัปยศอดสูที่สุด จะอยู่ก็ทุกข์ทรมานยิ่งนัก จะตายก็ไม่สามารถทำได้! ฮ่าๆๆๆ”ตี๋เสี่ยวเจินกัดฟันกรอดพร้อมกับหันไปมองหนิงเทียนหยา“เอาล่ะหนิงเทียหยา.. ไหนๆเจ้าก็ยังไม่ตาย ข้าจะให้เจ้าได้รับรู้แผนการต่อไปของข้า!“หลังจากที่เจ้าตายแล้วข้าก็จะส่งคนไปตระกูลหนิง และจะสังหารทุกคนในตระกูลของเจ้า และจัดการถอนรากถอนโคนตระกูลหนิงไม่ให้หลงเหลือ ในเมื่อตระกูลหนิงของเจ้าไม่มีประโยชน์อันใดต่อสำนักกระบี่เทียนซานของข้าแล้ว ข้าก็จะใช้ชีวิตของคนตระกูลหนิงชดเชยความแค้นให้กับข้า..”“จากนั้นข้าก็จะนำคนของสำนักกระบี่เทียนซานบุกไปตระกูลฉินด้วยตัวเอง หลังจากนั้นข้าจะทำลายตระกูลฉินให้สิ้นซาก เหมือนกับที่ข้าต้องการจะทำตั้งแต่เมื่อสิบแปดปีก่อน..”