ตอนที่ 998
บทที่ 1428 : เซียน?
October 22, 2026
บทที่ 1428 : เซียน? ระหว่างที่ฉินจิวยื่อตอบหลิงหยุนนั้นเขาก็ได้จ้องลึกลงไปในดวงตาของนาง ในขณะเดียวกันก็ใช้พลังจิตของตนสำรวจรับรู้สภาพจิตใจของฉินจิวยื่อไปด้วย หลิงหยุนพบว่าดวงตาของฉินจิวยื่อนั้นเปล่งประกายสดใสมากกว่าเดิมและจิตใจก็สงบนิ่งไร้คลื่นพลังแห่งอารมณ์ฟุ้งซ่าน ย่อมหมายความว่าวาจาของนางที่กล่าวกับหลิงหยุนนั้น หาใช่คำโกหกหลอกลวงไม่ เห็นเช่นนั้น..หลิงหยุนพลันรู้สึกราวกับว่า ได้ยกก้อนหินที่หนักอึ้งอยู่ในอกของตนทิ้งไปเสียที! “ท่านแม่บนยอดเขานี้ลมแรงเกินไป ข้าว่าพวกเราย้ายสถานที่สนทนาพูดคุย ไปหาที่ใหม่ที่เหมาะสมมากกว่านี้จะดีหรือไม่” หลิงหยุนเป็นฝ่ายเสนอความคิดเห็น.. แม้ว่าบนหน้าผาเวลานี้จะมีทั้งโต๊ะเก้าอี้อาหาร และของกินอีกมากมาย แต่ที่นี่คือหน้าผาโล่งไร้ซึ่งสิ่งกำบัง จึงมิใช่สถานที่ที่เหมาะแก่การจะนั่งเจรจาพูดคุยกันนานนัก เวลานี้..สำนักกระบี่เทียนซานตกอยู่ในกำมือของหลิงหยุนแล้ว หากเขาจะพาฉินจิวยื่อเข้าไปหลบลมหนาวในวังใหญ่โตนั่น ย่อมมิมีผู้ใดกล้าเอ่ยวาจาอันใดออกมาแม้แต่คำเดียวเป็นแน่ แต่ฉินจิวยื่อเพียงแค่เหลือบมองไปทางวังโอ่อ่าใหญ่โตนั้นแล้วกลับส่ายหน้าไปมา พร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า “ที่นั่นสกปรกเกินไป ข้าไม่ต้องการที่จะเข้าไปอีก” “…” หลิงหยุนย่อมเข้าใจความหมายในคำพูดของฉินจิวยื่อได้ดีนั่นเพราะตลอดการต่อสู้ที่ผ่านมาเมื่อครู่นั้น มิได้ทำให้วังโอ่อ่าบนยอดเขาเทียนเฟิงกระทบกระเทือนเสียหายเลยแม้แต่น้อย วังใหญ่โตยังคงแข็งแกร่งงดงาม และทุกอย่างภายในวังยังคงอยู่ในสภาพเรียบร้อยดังเดิม ฉินจิวยื่อจึงหมายถึงผู้คนที่อยู่ภายในวังนั้นต่างหาก.. นอกเหนือจากสาวใช้นับสิบของตี๋เสี่ยวเจินแล้วภายในวังแห่งนั้นยังมีชายหนุ่มอยู่อีกมากมายหลายสิบคน แม้พวกเขาจะหาได้เป็นผู้ฝึกวรยุทธไม่ แต่ก็มีความโดดเด่นในเรื่องใบหน้าที่หล่อเหลา และเรือนร่างกำยำ หลิงหยุนแทบมิต้องคิดว่าชายหนุ่มเหล่านั้นมีหน้าที่อันใดภายในวังพวกเขาล้วนแล้วแต่ไม่ต่างจากสัตว์เลี้ยงเพศผู้ของตี๋เสี่ยวเจินและนี่คือเหตุผลที่ฉินจิวยื่อกล่าวว่า..วังแห่งนั้นเป็นสถานที่อันสกปรกเกินไป!“เช่นนั้นแล้ว..พวกเราไปหุบเขามนุษย์ดีหรือไม่ท่านแม่”เมื่อเห็นว่าฉินจิวยื่อไม่ยอมไปยังวังโอ่อ่าใหญ่โตแน่หลิงหยุนจึงเสนอสถานที่ใหม่ให้ทันทีฉินจิวยื่อยังคงส่ายหน้าอีกครั้ง“หลิงหยุน ข้าไม่ไปไหนทั้งนั้นล่ะ นับจากนี้ไปอีกเจ็ดวันข้าจะอยู่บนหน้าผาแห่งนี้ไว้ทุกข์ให้กับท่านลุงหนิงของเจ้า หลังจากเจ็ดวันผ่านไปค่อยว่ากัน..ฉินจิวยื่อจ้องมองหลิงหยุนพร้อมกับเอ่ยด้วยวาจาหนักแน่น“ข้าต้องการอยู่ที่นี่เพื่อส่งเขากลับสู่สรวงสวรรค์เป็นครั้งสุดท้าย!”หลิงหยุนรู้ว่าฉินจิวยื่อมีใจหนักแน่นต่อหนิงเทียนหยามากเพียงใดเขาจึงได้แต่นิ่งเงียบอยู่เพียงแค่นั้น และไม่กล่าววาจาคะยั้นคะยอใดๆอีก“ท่านแม่..ลูกจะเชื่อฟังคำสั่งของท่าน!”หลังจากกล่าวจบ..หลิงหยุนจึงได้ควบคุมกระบี่เหินเงาธนู และกระบี่กังฉีของตนให้พุ่งออกไปกลางป่าบนยอดเขาเทียนเฟิง และทำการตัดต้นไม้ในทันทีชัวะ..ชัวะ.. ครืน.. ครืน..กระบี่เหินทั้งสองเล่มทำการตัดต้นไม้ใหญ่สองสามต้นจนล้มครืนลงเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งขุนเขา จากนั้นหลิงหยุนจึงใช้กระบี่เหินตัดกิ่งของต้นไม้ใหญ่ทั้งสามออก เหลือไว้เพียงแค่ลำต้นใหญ่หนาเท่านั้น แล้วจึงค่อยๆตัดลำต้นออกเป็นแผ่นไม้ขนาดต่างๆกันในระหว่างนั้นหลิงหยุนก็ได้ใช้วิชาใต้ปฐพีทำให้ผืนดินบนหน้าผาส่วนหนึ่งอ่อนยวบดั่งของเหลว แล้วจึงใช้พลังจิตของตนสร้างกำแพงบ้านใหญ่ขึ้นทั้งสี่ด้าน แต่ละด้านมีความสูงมากกว่าสามเมตร ก่อนจะตามมาด้วยหลังคา เพียงแค่เวลาไม่นานนัก หลิงหยุนก็สามารถสร้างบ้านที่แกร่งดั่งศิลาได้สำเร็จบ้านหลังใหญ่ถูกสร้างขึ้นอยู่บนหน้าผาโดยให้หันหน้าไปทางทิศใต้..ในระหว่างที่จ้องมองหลิงหยุนใช้พลังจิตสร้างบ้านอยู่นั้นแม้ฉินจิวยื่อจะตกตะลึงยิ่งนัก แต่นางก็พยายามรักษาท่าทีให้สงบนิ่ง ก่อนจะเอ่ยถามออกไปว่า