ตอนที่ 999
บทที่ 1429 : ล่มสลายอย่างสมบูรณ์
October 22, 2026
บทที่ 1429 : ล่มสลายอย่างสมบูรณ์ หลิงหยุนพยักหน้าด้วยความพึงพอใจสายตาของเขากวาดไปยังกลุ่มศิษย์สำนักกระบี่เทียนซานที่อยู่แถวหน้า เขาจ้องมองไปยังอาวุโสผู้หนึ่งพร้อมกับสั่งว่า “เอ่ยนามของเจ้ามา!” อาวุโสผู้นี้เป็นผู้อารักขาเพียงคนเดียวของสำนักกระบี่เทียนซานที่เหลืออยู่ที่คางของเขามีหนวดเครายาวเหมือนแพะ ดวงตาคมกริบ อยู่ในระดับสูงสุดขั้นลิ่วเฉิงชี่ (พลังชี่-6) ทันทีที่ได้ยินคำสั่งของหลิงหยุนเขาก็รีบก้าวเท้าเดินตรงขึ้นมาด้านหน้า พร้อมกับร้องตะโกนออกไปทันที “ข้านามว่าหลี่เพียวหยางแห่งสำนักกระบี่เทียนซาน!” “ในบรรดาศิษย์สำนักกระบี่เทียนซานทั้งหมดเวลานี้เจ้าคือผู้ที่มีพลังบ่มเพาะอยู่ในขั้นสูงที่สุดใช่หรือไม่” หลี่เพียวหยางผงกหัวหงึกๆพร้อมกับตอบไปว่า “ถูกต้องแล้ว.. เวลานี้ข้าอยู่ในระดับสูงสุดขั้นพลังชี่!” “แล้วสองคนนั้นเล่า” หลิงหยุนเอ่ยถามพร้อมกับชี้ไปทางยอดฝีมืออีกสองคนที่อยู่ด้านหลังหลี่เพียวหยาง.. “คนผู้นี้นามว่ากัวผิงส่วนอีกคนนามว่าเจิ้งซิ่วยี่ ทั้งคู่อยู่ในระดับสูงสุดขั้นอู่เฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-5)” หลี่เพียงหยางไม่รอให้หลิงหยุนถามต่อเขาจัดแจงรายงานทั้งชื่อ และขั้นพลังบ่มเพาะของคนทั้งคู่อย่างละเอียด “เช่นนั้นย่อมหมายความว่าเวลานี้.. ในสำนักกระบี่เทียนซาน มิมีผู้ใดที่มีขั้นพลังบ่มเพาะเหนือไปกว่าพวกเจ้าทั้งสามคนแล้วสินะ” “ถูกต้องแล้ว!”ทั้งสามคนเอ่ยตอบหลิงหยุนอย่างพร้อมเพรียงกัน.. “ดีมาก..ตราบใดที่พวกเจ้าสามคนมิได้แซ่ตี๋ย่อมเป็นเรื่องที่ดี” จากนั้นหลิงหยุนจึงร้องตะโกนสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นชาและดุดัน “พวกเจ้าทั้งหมด.. ผู้ใดมิได้แซ่ตี๋ให้ก้าวแยกออกไปด้านข้าง” สิ้นคำสั่งของหลิงหยุนกลุ่มศิษย์สำนักกระบี่เทียนซานกว่าสองร้อยคนก็เริ่มขยับเคลื่อนย้ายทันที และเวลานี้ทั้งหมดก็แยกออกจากกันเป็นสองกลุ่ม และยืนห่างกันราวห้าฟุตหลิงหยุนพบว่ากลุ่มคนที่แยกออกไปนั้นมีมากกว่าหนึ่งร้อยห้าสิบคนส่วนที่ยืนนิ่งนั้นมีอยู่เพียงแค่เจ็ดสิบกว่าคนเท่านั้น และเวลานี้ทั้งเจ็ดสิบกว่าคนล้วนมีใบหน้าที่ซีดขาวราวไก่ต้ม“มีมากมายถึงเจ็ดสิบกว่าคนเลยเชียวรึมิน่าสำนักกระบี่เทียนซานจึงได้กลายเป็นโลกของตระกูลตี๋ไปเช่นนี้!”หลิงหยุนหันไปมองคนตระกูลตี๋ทั้งเจ็ดสิบกว่าคนพร้อมกับกล่าวยิ้มๆ“เมื่อครู่ข้าบอกไปแล้วว่าจะไม่เข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ ฉะนั้นพวกเจ้ามิต้องหวาดกลัวไป!”“เพียงแต่…” “ข้าเองก็หาใช่ผู้ที่ชอบทิ้งปัญหาให้กับตนเองเสียด้วย..”นั่นเพราะหลิงหยุนได้สังหารตี๋เฮ่อหมิงและทำลายวรยุทธของตี๋เสี่ยวเจิน อีกทั้งยังได้สะบั้นร่างของตี๋เฮ่ออี้จนขาดออกจากกัน แน่นอนว่าการกระทำของเขาย่อมต้องสร้างความโกรธแค้นให้กับคนตระกูลตี๋ไม่น้อย จึงยากที่เขาจะปล่อยคนตระกูลตี๋ไว้ได้หลิงหยุนมองเห็นว่ายอดฝีมือตระกูลตี๋ทั้งเจ็ดสิบกว่าคนนี้ล้วนแล้วแต่แข็งแกร่งกว่าศิษย์สำนักกระบี่เทียนซานทั้งร้อยห้าสิบกว่าคนนี้เสียอีกพูดง่ายๆก็คือว่าหากคนตระกูลตี๋ทั้งเจ็ดสิบกว่าคนต้องการที่จะแก้แค้นหลิงหยุนแล้วล่ะก็ ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเขาทั้งเจ็ดสิบกว่าคนนั้น ย่อมสามารถทำอันตรายคนตระกูลหลิงได้ไม่ยาก ซึ่งหลิงหยุนไม่อาจปล่อยให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นได้ไม่เพียงตระกูลหลิงยังมีตระกูลฉินอีกที่จะต้องตกอยู่ในอันตรายเช่นกัน! “เว้นเสียแต่..พวกเจ้าทั้งหมดต้องทำลายวรยุทธของตนเอง!” หลิงหยุนเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเย็นชา“หลิงหยุน..เจ้า.. เจ้าทำเกินไปแล้ว!”คนตระกูลตี๋ทั้งหมดต่างก็รู้ดีว่าต่อให้พวกตนร่วมมือกัน ก็ยังหาใช่คู่ต่อสู้ของหลิงหยุนไม่ อีกทั้งเวลานี้พวกเขาหลายคนก็ยังบาดเจ็บอยู่ไม่น้อย เมื่อได้ยินว่าหลิงหยุนจะให้ทำลายวรยุทธ ก็อดที่จะร้องตะโกนออกมาด้วยความโมโหไม่ได้“ข้าทำเกินไปงั้นรึ”หลิงหยุนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน“ข้าไม่จำเป็นต้องเปลืองน้ำลายอธิบายให้พวกเจ้าฟังหรอกนะ ต้องโทษที่พวกเจ้าแซ่ตี๋ต่างหากเล่า!”“หากพวกเจ้าทำตามที่ข้าสั่งอย่างน้อยพวกเจ้าก็จะมีชีวิตรอด..”