ตอนที่ 1000
บทที่ 1430 : ชี้นิ้วสั่ง
October 22, 2026
บทที่ 1430 : ชี้นิ้วสั่ง คนตระกูลตี๋ทั้งหมดก้าวเดินออกไปโดยมิได้หันกลับไปมองศิษย์สำนักกระบี่เทียนซานอีกร้อยห้าสิบกว่าคนเลย อาจเป็นเพราะความผิดหวังในตัวคนเหล่านั้น หรือไม่ก็อาจเป็นเพราะความรู้สึกเสียใจ จู่ๆสำนักกระบี่เทียนซานก็ตกไปอยู่ในเงื้อมือของหลิงหยุนเช่นนี้ ด้วยความแข็งแกร่งของหลิงหยุน มีหรือที่พวกเขาจะสามารถปกป้องคนตระกูลตี๋ไว้ได้ อีกทั้งพวกเขาทั้งร้อยห้าสิบกว่าคนก็หาได้มีสายเลือดเดียวกับคนตระกูลตี๋ไม่ ศิษย์สำนักกระบี่เทียนซานทั้งหนึ่งร้อยห้าสิบกว่าคนนั้นได้แต่เฝ้ามองคนตระกูลตี๋ทำลายวรยุทธของตนเองและจากไป โดยที่ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยปากถาม หรือร้องขอความเมตตาแทนเลยแม้แต่คนเดียว พวกเขาทั้งหมดเวลานี้ก็ไม่ต่างจากลูกแกะที่รอเวลาถูกฆ่าเช่นกัน.. และเวลานี้ชีวิตของพวกเขาก็ล้วนแล้วแต่อยู่ในกำมือของหลิงหยุนทั้งสิ้น! ทุกคนได้รับรู้รสชาติของความพ่ายแพ้ว่ามันช่างขมขื่นใจมากเพียงใด! “หลิงหยุนเจ้าจะปล่อยพวกมันไปเช่นนั้นจริงรึ” เย่ซิงเฉินเห็นหลิงหยุนปล่อยคนตระกูลตี๋ไปเช่นนั้นจริงๆจึงรีบร้องถามขึ้นทันที.. หลิงหยุนตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ“ข้าจะทำเช่นใดได้อีกเล่า จะให้ข้าสังหารพวกเขาหมดทุกคนเลยเชียวรึ?” “แต่เจ้าอย่าลืมว่าพวกมันยังจดจำวรยุทธบ่มเพาะของสำนักกระบี่เทียนซานได้หากในวันข้างหน้าพวกมันมีทายาทที่มีพรสวรรค์ และถ่ายทอดวิชาเหล่านั้นให้ เช่นนั้นแล้ว..” เย่ซิงเฉินเอ่ยออกไปด้วยความกังวลใจ “ซิงเฉินคิดไม่ถึงว่าเจ้าจะพูดออกมาเช่นนี้..” หลิงหยุนเอ่ยตอบยิ้มๆ“หากเป็นดังเช่นที่เจ้ากังวล ก็คงต้องใช้เวลาอีกกว่ายี่สิบปี ถึงเวลานั้นเจ้าคิดว่าเรายังต้องหวาดกลัวว่าตระกูลตี๋จะกลับมาล้างแค้นอีกงั้นรึ”หลิงหยุนหันไปมองเย่ซิงเฉินด้วยสีหน้ามั่นอกมั่นใจ“อย่าหาว่ากล่าววาจาโอ้อวดเลย.. เมื่อเวลานั้นมาถึง ลูกของเราก็คงจะสิบขวบแล้ว ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเขาจัดการไม่ดีกว่ารึ!”เย่ซิงเฉินถึงกับหน้าแดงก่ำพร้อมกับร้องตะโกนตอบกลับไปว่า“เจ้าอย่าได้ฝันไปเลย ใครจะมีลูกกับเจ้ากัน!”“ฮ่าๆๆๆ”หลิงหยุนถึงกับหัวเราะร่วนออกมาทันทีเขาหันไปทางหลี่เพียวหยางพร้อมกับถามขึ้นว่า “หลี่เพียวหยาง นอกจากพวกเขาแล้วยังมีคนตระกูลตี๋หลงเหลืออยู่ที่ใดอีกบ้างหรือไม่ อย่าได้คิดโกหกเชียว.. เจ้าคงเห็นพวกเขาเป็นตัวอย่างแล้ว”หลี่เพียวหยางตอบกลับด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้าน“ข้าไม่กล้าแน่.. เวลานี้ยังเหลือตี๋ยั่วถังที่อยู่หน่วยนภาอีกหนึ่งคน..” เมื่อได้ยินหลี่เพียวหยางตอบกลับมาเช่นนั้นหลิงหยุนรู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที เขาแสยะยิ้มและตอบกลับไปว่า“งั้นรึ!อีกไม่นานตี๋ยั่วถังก็น่าจะมาถึงที่นี่แล้วล่ะ..”หลิงหยุนคำนวณเวลาอยู่ในใจและคิดว่าอีกไม่นานฉินตงเฉวี่ย ไป๋เซียนเอ๋อ ตี้เสี่ยวอู๋ และคนอื่นๆคงจะมาถึงที่นี่ราวตีห้าเป็นแน่หลิงหยุนกวาดสายตามองไปยังศิษย์สำนักกระบี่เทียนซานทั้งหนึ่งร้อยห้าสิบกว่าคนที่อยู่ตรงหน้าพร้อมกับสั่งว่า“พวกเจ้าทั้งหมดจงฟังผู้ใดที่เข้าสู่ขั้นพลังชี่แล้ว จงก้าวออกมาด้านหน้า!”ยอดฝีมือไม่ถึงสามสิบคนก้าวเดินออกมาจากกลุ่มซึ่งมีตั้งแต่ขั้นปฐมชี่ไปจนถึงขั้นอู่เฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-5) ทั้งหมดกระโดดออกมายืนอยู่เรียงแถวอยู่ด้านหน้า ต่างคนต่างก็รู้สึกขนหัวลุกชั้น เพราะไม่รู้ว่าหลิงหยุนจะจัดการกับพวกตนเช่นใด “พวกเจ้าอย่าได้กังวลใจไปตราบใดที่พวกเจ้าเชื่อฟังคำสั่งของข้า ข้าจะไม่ทำอันตรายพวกเจ้า!”หลิงหยุนเห็นทุกคนต่างก็มีอาการหวาดผวาจึงรีบร้องบอกให้คลายความตื่นตระหนก และค่อยๆสงบสติอารมณ์ของตนเองลง“กัวผิง..เจ้านำศิษย์ในระดับเริ่มต้นขั้นพลังชี่ลงเขาไปจัดการเก็บซากศพ และทำความสะอาดทุกที่ที่มีการต่อสู้ จากนั้นไปเก็บกวาดภายในสำนักกระบี่เทียนซานให้เรียบร้อย”