ตอนที่ 1006
บทที่ 1436 : ชำระหนี้เลือด
October 22, 2026
บทที่ 1436 : ชำระหนี้เลือด สิ้นคำสั่งของหลิงหยุน.. เหล่าศิษย์สำนักกระบี่เทียนซานซึ่งอยู่ในด่านกลางขั้นพลังชี่ต่างก็เหาะมาหอบร่างของนักโทษทั้งหมด มุ่งหน้าไปยังหน้าผาบนยอดเขาเทียนเฟิงในทันที ในขณะที่หลี่เพียวหยางกัวผิง และเจิ้งซิ่วยี่ ต่างก็เหาะนำไปก่อน และได้ช่วยกันนำร่างที่หายใจรวยรินของตี๋เสี่ยวเจิน และร่างไร้วิญญาณของตี๋เฮ่ออี้ ตี๋เฮ่อหมิง กับตี๋ชิงโหว ซึ่งเป็นศัตรูคนสำคัญของหลิงหยุนไปด้วย “พวกเราก็ไปกันได้แล้ว!” หลังจากนั้นหลิงหยุนก็ได้โบกมือพร้อมกับร้องบอกพรรคพวกของตนให้ตามไปในทันทีเช่นกัน จากนั้นทั้งหมดก็เหาะตรงไปยังยอดเขาเทียนเฟิง ….. ภายในห้องเซ่นไหว้บนหน้าผาของยอดเขาเทียนเฟิง.. ฉินจิวยื่อนั่งอยู่ในห้องนี้ตลอดทั้งคืนและมิมีผู้ใดเข้ามารบกวนตามที่นางร้องขอ เวลานี้สีหน้าท่าทางของนางจึงดูสงบยิ่งนัก “ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง!ท่านพี่.. ท่านกับข้าพบกันเมื่อยี่สิบปีก่อน พวกเรารักใคร่กันตั้งแต่แรกที่พบเห็นหน้า ต่างสาบานว่าจะอยู่ด้วยกันไปจนแก่จนเฒ่า แต่คิดไม่ถึงว่าสวรรค์จะมิยินยอม และชะตากรรมก็ได้แยกพวกเราสองคนออกจากกัน..” “แต่ครั้งนั้นข้าก็หาได้ตำหนิหรือโกรธแค้นผู้ใดไม่ข้าเฝ้าแต่โทษโชคชะตาของตนเอง ที่ทำให้เราทั้งสองต้องพลัดพรากจากกันในครั้งนั้น แต่อย่างน้อยเราสองคนก็ยังมีลูกสาวด้วยกัน.. นางก็คือหลิงยู่” “ตลอดเวลาสิบแปดปีมานี้ข้ารู้ว่าท่านยังมีข้าอยู่ในใจเสมอมา ข้าเองก็ซาบซึ้งใจยิ่งนัก แต่หลังจากที่ท่านแต่งงานไปกับหญิงอื่น ข้าเองก็ได้แต่สิ้นหวัง และเฝ้าก้มหน้าก้มตาเลี้ยงลูกของเราให้ดีที่สุด หวังเพียงแค่ว่านางเติบใหญ่ขึ้นมาเมื่อใด จะมีชีวิตที่ดีกว่าพวกเราทั้งสองคน..” “แต่ข้ากลับคิดไม่ถึงเลยว่าตี๋เสี่ยวเจินจะคลุ้มคลั่งเสียสติได้ถึงเพียงนี้ นางไม่เพียงโกรธแค้นข้า แต่ยังทรมานท่านทั้งกายและใจมาตลอดหลายปี นางให้ท่านมีชีวิตอยู่เพื่อที่จะใช้เวลาที่เหลือทำร้ายและทรมานท่าน..” “ความผิดในส่วนของข้านั้นข้ายอมรับ และได้ชดใช้ให้กับนางไปแล้ว!”“แต่ความแค้นของท่าน..ข้าจะเป็นผู้สะสางให้ท่านเอง!”“ต่อให้ท่านจากโลกนี้ไปแล้วแต่ข้าก็เชื่อว่าดวงวิญญาณของท่านบนสรวงสวรรค์ จะต้องมองลงมายังเบื้องล่างนี้เป็นแน่ ท่านรอดูเถิด.. ข้าจะทรมานผู้ที่มันข่มเหงรังแกพวกเราทั้งสองคนแทนท่านเอง และจะส่งพวกมันไปลงนรกสะสางหนี้แค้นให้กับท่าน!”หลังจากที่กล่าวจบแล้ว..ฉินจิวยื่อก็โขกศรีษะลงคำนับร่างไร้วิญญาณของหนิงเทียนหยาสามครั้ง จากนั้นนางจึงกระโดดออกมาจากห้องเซ่นไหว้ยอดเขาเทียนเฟิงห่างจากยอดเขามนุษย์ราวสิบกิโลเมตรหลี่เพียวหยาง กัวผิง เจิ้งซิ่วยี่ และคนอื่นๆที่มาถึงก่อน ได้พากันนำร่างของนักโทษทั้งหมด รวมทั้งร่างไร้วิญญาณของศัตรู โยนกองลงไปที่พื้นอย่างไร้ปราณีจากนั้น..หลิงหยุน เย่ซิงเฉิน ไป๋เซียนเอ๋อ และคนอื่นๆ ต่างก็ตามมาถึงหน้าผาบนยอดเขาเทียนเฟิงเช่นกัน และเวลานี้ทุกคนก็กำลังยืนอยู่ต่อหน้าฉินจิวยื่อ“พี่ใหญ่!”ฉินตงเฉวี่ยกระโดดลงจากกระบี่เหินของตนและตรงเข้าโผกอดฉินจิวยื่อไว้ทันที น้ำตาของนางเอ่อล้นดวงตาก่อนจะไหลออกมาเป็นสาย“ตงเฉวี่ย!!”ผ่านไปกว่าครึ่งปี..ในที่สุดสองพี่น้องก็ได้พบหน้ากันอีกครั้ง ทั้งคู่ต่างก็โผเข้ากอดกันร้องห่มไห้สะอึกสะอื้น หลังจากที่ได้รับรู้ว่าอีกฝ่ายต้องพบเจอสิ่งใดบ้างตลอดหกเดือนที่ผ่านมานี้แต่เวลานี้หาใช่เวลาที่จะมานั่งคร่ำครวญเสียใจกับอดีตไม่ทั้งคู่ต่างก็หยุดร้องไห้อย่างรวดเร็ว ฉินตงเฉวี่ยถอยหลังออกมาเล็กน้อย เพื่อที่จะพินิจพิศมองฉินจิวยื่อให้ชัดมากขึ้น แต่หลังจากที่เห็นสภาพร่างกายที่ผ่ายผอมของนาง ฉินตงเฉวี่ยก็ถึงกับตกตะลึงพร้อมกับร้องตะโกนออกมาเสียงดัง“พี่ใหญ่..คิดไม่ถึงว่าระยะเวลาเพียงแค่หกเดือน นังหญิงชั่วช้าตี๋เสี่ยวเจินจะทรมานท่านจนมีสภาพเยี่ยงนี้! ข้าจะสับนางเป็นชิ้นๆ!”เวลานี้ฉินตงเฉวี่ยได้เปลี่ยนไปจากเดิมมากหลังจากได้รับอิทธิพลจากหลิงหยุน นางกลายเป็นผู้ที่มิเคยปราณีต่อศัตรูอีก และยังตัดสินใจได้รวดเร็วเด็ดขาดยิ่งนักอีกทั้งที่ผ่านมาตี๋เสี่ยวเจินก็สังหารคนตระกูลฉินตายไปตั้งมากมายแค้นเก่ายังมิได้สะสาง แต่กลับต้องมาเห็นพี่สาวของตนในสภาพเช่นนี้ นางย่อมต้องคิดบัญชีย้อนหลังและทบต้นกับตี๋เสี่ยวเจินเป็นแน่!“ท่านแม่..เวลานี้ศัตรูของท่านถูกนำตัวมาที่นี่ทั้งหมดแล้ว ท่านจะจัดการกับพวกมันเช่นใดได้โปรดบอกข้ามา จากนั้นข้าจะเป็นผู้ลงมือเอง อย่าให้มือของท่านแม่ต้องแปดเปื้อนเพราะคนชั่วช้าเหล่านี้!”