ตอนที่ 1007
บทที่ 1437 : ห้าวหาญเยี่ยงสุภาพบุรุษ
October 22, 2026
บทที่ 1437 : ห้าวหาญเยี่ยงสุภาพบุรุษ ในเวลาเพียงแค่ประเดี๋ยวเดียวหลิงหยุนได้ทำการตัดศรีษะผู้คนไปถึงสามสิบสองหัว! ภายในช่วงเวลาเพียงแค่สั้นๆศรีษะนับสิบๆหัวก็ได้ร่วงหล่นลงจากร่างพร้อมๆกัน เวลานี้โลหิตสีแดงได้พวยพุ่งขึ้นกลางอากาศกว่าสองเมตร และตกลงมาราวกับน้ำพุ สภาพของหน้าผาบนเขาเทียนเฟิงราวกับมีฝนโลหิตหลั่งชะโลมอยู่.. การล้างแค้นของหลิงหยุนในครั้งนี้ผืนปฐพีล้วนเจิ่งนองไปด้วยเลือดไม่เพียงศิษย์สำนักกระบี่เทียนซานเท่านั้นที่ขนหัวลุก แม้แต่กลุ่มของหลิงหยุนเองไม่ว่าจะเป็นตี้เสี่ยวอู๋ ไป๋เซียนเอ๋อ และอีกหลายคน แม้ทั้งหมดจะเคยพบเห็นภาพการสังหารที่ดุเดือดของหลิงหยุนมาหลายต่อหลายครั้ง แต่ครั้งนี้นับว่าน่าสยดสยองและขนหัวลุกมากที่สุด! “เสี่ยวอู๋เจ้ากับศิษย์สำนักกระบี่เทียนซานช่วยกันขนร่างไร้ศรีษะพวกนี้ออกไป แล้วจัดการใช้ผงละลายศพทำลายทิ้งซะ ส่วนศรีษะของพวกมันทั้งหมด ให้นำไปกองรวมกันเพื่อเซ่นไหว้ดวงวิญญาณของท่านลุงหนิง” หลังจากที่หลิงหยุนจัดการสังหารคนทั้งหมดแล้วเขาจึงหันไปบอกกับฉินจิวยื่อด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่งราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น “ท่านแม่นี่เพียงแค่ชำระแค้นให้กับท่านลุงหนิงเท่านั้น!” “ยังเหลือความแค้นของบรรพชนตระกูลฉินที่ถูกสังหารตายเมื่อสิบแปดปีก่อนเล่า..” หลิงหยุนยกมือขึ้นชี้ไปทางเขามนุษย์พร้อมกับพูดต่อว่า“เวลานี้ คนแซ่ตี๋ทั้งหมดได้ถูกข้าทำลายวรยุทธจนสิ้นแล้ว ข้ารับปากพวกเขาจะให้ออกเดินทางในวันนี้ เพียงแต่มิรู้ว่าในกลุ่มของคนแซ่ตี๋ทั้งหมดนั้น ยังมีผู้ใดที่ร่วมกับตี๋เสี่ยวเจินบุกไปตระกูลฉินในครั้งนั้นบ้าง ท่านแม่.. ท่านต้องการไปตรวจสอบดูด้วยตัวเองหรือไม่?” คำพูดของหลิงหยุนนั้นบ่งบอกความหมายชัดเจนหากฉินจิวยื่อสำรวจพบว่า ผู้ใดร่วมกับตี๋เสี่ยวเจินถล่มตระกูลฉินเมื่อสิบแปดปีก่อน แม้จะถูกทำลายวรยุทธไปแล้ว มันผู้นั้นก็จะต้องตายตกไปตามกัน เพื่อล้างแค้นให้กับบรรพชนตระกูลฉิน “ไม่จำเป็น!” ฉินจิวยื่อส่ายหน้าปฏิเสธ“หลิงหยุน แม้ครั้งนั้นตี๋เสี่ยวเจินจะพาศิษย์สำนักกระบี่เทียนซานบุกไปตระกูลฉินนับสิบคน แต่ผู้ที่มีบทบาทมากที่สุดก็คือตี๋เสี่ยวเจินกับตี๋เฮ่ออี้ ในเมื่อเวลานี้พวกมันทั้งสองคนก็อยู่ที่นี่แล้ว อีกทั้งคนแซ่ตี๋ก็ล้วนถูกเจ้าทำลายวรยุทธหมดแล้ว เพียงแค่นี้ก็นับว่ามากพอแล้วล่ะ..” เวลานี้ร่างไร้วิญญาณของตี๋เฮ่ออี้นอนกองอยู่ด้านหลังของตี๋เสี่ยวเจินแม้ร่างของเขาจะถูกตัดขาดออกจากกัน และแม้จะผ่านมานานถึงสิบแปดปี แต่ฉินจิวยื่อก็ยังคงจดจำได้ดี อีกทั้งร่างของคนแซ่ตี๋ที่มิยินยอมทำลายวรยุทธตนเองหลายคนและได้ถูกหลิงหยุนสังหารตายนั้น ร่างไร้วิญญาณของพวกมันทั้งหมดก็ได้ถูกนำมาที่นี่ด้วยเช่นกัน ฉินจิวยื่อจดจำได้ว่าราวห้าหรือหกศพคือผู้ที่เคยบุกไปตระกูลฉินเมื่อสิบแปดปีก่อน อีกทั้งเมื่อคืนศิษย์สำนักกระบี่เทียนซานก็ได้ถูกหลิงหยุนสังหารตายไปไม่น้อย ฉินจิวยื่อจึงมิต้องการให้หลิงหยุนต้องเข่นฆ่าผู้คนมากไปกว่านี้“ลูกน้อมรับคำสั่งท่านแม่!”หลิงหยุนเองก็รู้ดีว่าตนเองได้สังหารศิษย์สำนักกระบี่เทียนซานตายไปมากมายแล้วและในเมื่อเป็นความต้องการของฉินจิวยื่อ เขาจึงไม่ต้องการเซ้าซี้อีก แต่ได้หันไปสั่งหลี่เพียวหยางแทน“หลี่เพียวหยางเจ้าจัดการตัดศรีษะของคนแซ่ตี๋ออกจากร่างทั้งหมด แล้วนำไปกองรวมกันเพื่อเซ่นไหว้ดวงวิญญาณของท่านลุงหนิง ส่วนร่างของพวกมันเจ้าก็นำออกไปจัดการ และไปรอข้าอยู่ที่ยอดเขามนุษย์”“น้อมรับคำสั่ง!”หลี่เพียวหยางและคนอื่นๆไม่ลังเลหลังจากรับคำสั่งของหลิงหยุนแล้ว ก็รีบไปจัดการตัดศรีษะ และนำศพหัวขาดทั้งหมดออกจากยอดเขาเทียนเฟิงไปทันที“ท่านแม่ข้าจะไปยังยอดเขามนุษย์สั่งการคนแซ่ตี๋ทั้งหมดก่อน แล้วจะกลับมาใหม่”“เจ้าไปเถิด!”หลังจากที่ฉินจิวยื่ออนุญาติแล้วหลิงหยุนก็เดินตรงเข้าไปหาเย่ซิงเฉิน และไป๋เซียนเอ๋อพร้อมกับขยิบตาให้ จากนั้นทั้งสามคนก็เหาะตรงไปยังเขามนุษย์พร้อมกันในทันทีเวลานี้..ฉินตงเฉวี่ยกับฉินจิวยื่อเพิ่งได้กลับมาพบหน้ากันอีกครั้ง ทั้งคู่คงมีเรื่องอีกมากมายที่ต้องพูดคุยกัน…..ณตีนเขามนุษย์หลังจากที่คนตระกูลตี๋ลงจากยอดเขามาแล้วนั้นก็ได้มารออยู่ที่ตีนเขามนุษย์ตามคำสั่งของหลิงหยุนตั้งแต่เมื่อคืน ทุกคนต่างก็กำลังรอว่าจะสามารถออกเดินทางได้เมื่อใดเอ็ดเวิร์ดพอล เจสเตอร์ เพียร์ซ และจอยซ์ แวมไพร์ทั้งห้าก็อยู่ที่นี่ด้วย เหล่าคนแซ่ตี๋ต่างก็เห็นทั้งหมดเป็นเพียงชาวต่างชาติที่มีหน้าตาหล่อเหลาเท่านั้น