ตอนที่ 1008
บทที่ 1438 : สำนักกระบี่หลิงหยุน
October 22, 2026
บทที่ 1438 : สำนักกระบี่หลิงหยุน หาใช่หลิงหยุนโหดร้ายแต่เป็นเพราะตี๋ยั่วถังจักต้องตายไม่ต่างจากศิษย์สำนักกระบี่เทียนซานคนอื่นๆต่างหากเล่า.. ตี๋ยั่วถังไม่เพียงแซ่ตี๋แต่ยังเป็นลูกพี่ลูกน้องของตี๋เสี่ยวเจิน หลายปีที่ได้เข้าร่วมในหน่วยนภานั้น ได้ติดต่อกับยอดฝีมือมากมาย และเฝ้าจับตามองตระกูลหลิงอยู่นานนับเดือน! สิ่งต่างๆเหล่านี้ทำให้ตี๋ยั่วถังโดดเด่นกว่าคนตระกูลตี๋หลายชีวิตที่รอดออกไปต่อให้หลิงหยุนทำลายวรยุทธของมันทิ้งไป แต่คนเช่นตี๋ยั่วถังนั้น ไม่นานนักก็จักหาโอกาสก่อคลื่นความไม่พอใจในยุทธภพขึ้น และสร้างปัญหาให้กับหลิงหยุนอย่างแน่นอน! แม้หลิงหยุนมิต้องการเข่นฆ่าผู้คนมากไปกว่านี้แต่การปล่อยตี๋ยั่วถังไปหาใช่แสดงถึงความใจกว้าง แต่เป็นการแสดงถึงความโง่เขลาต่างหากเล่า ฉะนั้นแล้วไม่ว่าอย่างไรตี๋ยั่วถังก็ต้องตายอยู่ดี! อีกอย่าง..ความจริงแล้วตี๋ยั่วถังก็สมควรต้องตายมาตั้งนานแล้วด้วย และการที่อาวุโสตระกูลตี๋มิกล้าเอ่ยปากร้องของก่อนที่จะจากไปนั้นเพราะเขาเองก็เล็งเห็นจุดจบของตี๋ยั่วถังด้วยเช่นกัน! ฟิ้ว..ฟิ้ว.. ฟิ้ว.. หลิงหยุนเย่ซิงเฉิน และไป๋เซียนเอ๋อ ทั้งสามคนต่างก็เหาะกลับขึ้นไปยังยอดเขามนุษย์ ซึ่งเวลานี้เหล่าศิษย์สำนักกระบี่เทียนซานที่รอดชีวิตมาได้ ต่างก็มารวมตัวกันอยู่ที่นี่แล้ว หากนับรวมหลี่เพียวหยาง กัวผิง และเจิ้งซิ่วยี่แล้ว ก็มีอยู่ทั้งหมดหนึ่งร้อยสี่สิบเจ็ดชีวิต ผู้คนนับร้อยรวมตัวกันอยู่ที่นี่แต่กลับมิมีเสียงดังหนวกหูเลยแม้แต่น้อย ภายใต้การดูแลของหลี่เพียวหยางและอีกสองคน ศิษย์สำนักกระบี่เทียนซานต่างก็ยืนเรียงแถวกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ที่นี่หามีคนโง่เขลาไม่ทุกคนต่างก็รู้ว่าตนเองเสมือนลูกแกะที่พร้อมจะถูกเชือดเมื่อใดก็ได้ และชะตะกรรมของพวกเขาต่างก็อยู่ในกำมือของหลิงหยุน สำนักกระบี่เทียนซานถูกทำลายล้างสิ้นแล้วศิษย์ทุกคนในที่นี้ต่างก็ใช้เวลาตลอดคืนในการยอมรับความจริงที่โหดร้ายนี้ อีกทั้งหลิงหยุนมิได้คุมขังพวกเขา ปล่อยให้ทุกคนมีอิสระมาตลอดทั้งคืน ด้วยเหตุนี้ หลังจากที่ได้สนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันแล้ว ทั้งหมดจึงค่อยๆทำใจยอมรับฐานะใหม่ของตนเองได้ในที่สุด การกระทำและการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยวของหลิงหยุนนั้นศิษย์สำนักกระบี่เทียนซานทุกคนต่างก็ได้เห็นกันอย่างแจ่มชัด จึงมิมีผู้ใดกล้าคิดกบฏหรือหาทางหนีอีก จึงได้แต่นิ่งคอยหลิงหยุนซึ่งเป็นผู้ที่จะกำหนดชะตากรรมของพวกตนอยู่อย่างเงียบๆ แต่ถึงกระนั้นทุกคนก็ยังหาได้ท้อแท้สิ้นหวังไม่ เพราะดูจากที่หลิงหยุนยอมไว้ชีวิตคนตระกูลตี๋ และสังหารเฉพาะผู้ที่คิดแข็งข้อกับตนเท่านั้น ทุกคนจึงเชื่อมั่นว่าหลิงหยุนหาใช่ผู้ที่กระหายความตาย อย่างมากก็คงจะทำลายวรยุทธของพวกตน แล้วก็ปล่อยตัวไปเมื่อเห็นหลิงหยุนกับพวกทั้งสามคนปรากฏตัวขึ้นศิษย์สำนักกระบี่สวรรค์ทั้งหมดจึงรีบลุกขึ้นยืนพร้อมกันทันที ทั้งหมดแทบมิกล้าแม้แต่จะหายใจ แววตาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและตึงเครียดอย่างไม่อาจบรรยายนั่นเพราะทุกคนต่างก็รู้ว่า..เวลานี้หลิงหยุนกำลังจะทำการประกาศชะตากรรมของพวกเขาทุกคน!“…”หลี่เพียวหยางกัวผิง และเจิ้งซิ่วยี่ซึ่งยืนอยู่ด้านหน้าสุด เมื่อเห็นหลิงหยุนปรากฏตัวก็ได้แต่ลังเล มิรู้ว่าจะเรียกขานหลิงหยุนว่าอย่างไรดี แม้ทั้งสามจะปรึกษากันอยู่นานก่อนหลิงหยุนจะมาถึง แต่ท้ายที่สุดก็มิได้คำตอบอยู่ดี..หากจะเรียกชื่อ‘หลิงหยุน’ เฉยๆ ก็เกรงว่าจะไม่เหมาะสม แต่ก็มิรู้ว่าควรจักเรียกเขาว่า คุณชาย.. อาวุโส.. หรือว่าท่านหัวหน้าดีแต่ในเมื่อหลิงหยุนยังไม่ประกาศชะตากรรมของพวกตนออกมาอย่างชัดเจนทั้งสามจึงเห็นว่าการเงียบน่าจะเป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุดในเวลานี้!หลิงหยุนกวาดสายตามองศิษย์สำนักกระบี่เทียนซานทั้งร้อยสี่สิบกว่าคนพร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ“เอาล่ะทุกคน..ข้ามีเรื่องที่จะต้องเจรจากับพวกเจ้า!”“กว่าจะฝึกฝนมาได้จนถึงตอนนี้หาใช่เรื่องง่ายไม่..”หลิงหยุนใช้มังกรคำรามพูดกับทุกคนแม้น้ำเสียงของเขาจะมิได้ดังมากมายนัก แต่ทุกคำพูดกลับแทงทะลุเข้าไปในแก้วหูของทุกคนในที่นั้นอย่างชัดเจน“ก่อนหน้านั้นทั้งข้ากับพวกเจ้าล้วนแล้วแต่มิเคยรู้จัก หรือแม้แต่จะเห็นหน้าค่าตากันมาก่อนด้วยซ้ำ จึงย่อมมิเคยมีเรื่องบาดหมางใจกันมาก่อนเป็นแน่..”“ที่ข้าบุกมาสำนักกระบี่เทียนซานในครั้งนี้จุดประสงค์ก็เพื่อมาช่วยท่านแม่ของข้า และแก้แค้นให้กับตระกูลฉินเท่านั้น แต่เป็นเพราะพวกเจ้าล้วนเป็นศิษย์ที่ฝึกฝนวิชาอยู่ในสำนักกระบี่เทียนซานแห่งนี้ พวกเราจึงต้องกลายเป็นศัตรูไปชั่วขณะ..”“แต่นับจากนี้..จะมิมีชื่อสำนักกระบี่เทียนซานอีกแล้ว!”