ตอนที่ 1010
บทที่ 1440 : เหตุผลสามข้อ
October 22, 2026
บทที่ 1440 : เหตุผลสามข้อ “เอาล่ะเฉิงซิ่วยี่เจ้ากลับไปรวมกับหลี่เพียวหยางและกัวผิงก่อน หากข้าต้องการสิ่งใดเพิ่มเติมจะเรียกเจ้าเอง..” หลิงหยุนร้องสั่งเจิ้งซิ่วยี่หลังจากที่จัดการสำรวจสมบัติและทรัพยากรต่างๆภายในโกดังแล้ว.. เจิ้งซิ่วยี่ถามขึ้นด้วยท่าทางเคารพนบนอบ“ท่านเจ้าสำนัก แล้วโกดังบนยอดเขาเทียนเฟิงกับมนุษย์เล่า ท่านมิต้องการไปดูด้วยหรอกรึ” “ไม่จำเป็น!”หลิงหยุนปฏิเสธทันที นั่นเพราะหลิงหยุนได้ใช้จิตหยั่งรู้ของตนเองสำรวจดูแล้วและพบว่าหาได้มีทรัพยากรในการฝึกฝนมากมายเท่ากับโกดังบนยอดเขาปฐพี แม้โกดังทั้งสองจะใหญ่โตกว่าที่นี่ แต่ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นของใช้ประจำวันอย่างข้าวสาร เนื้อ บะหมี่ แล้วก็พวกเสื้อผ้า และอีกมากมายหลายอย่าง นอกเหนือจากนั้นก็มียุทธภัณฑ์ต่างๆอย่างเช่นกระบี่เป็นต้นหาได้มีสิ่งใดน่าสนใจสำหรับหลิงหยุนอีก.. หลิงหยุนมิต้องการเสียเวลาไปกับการสำรวจสิ่งเหล่านี้เขาจึงได้ปฏิเสธเจิ้งซิ่วยี่ไป.. อีกทั้งฉินจิวยื่อยังต้องอยู่บนยอดเขาเทียนเฟิงกว่าเจ็ดวันเขายังมีเวลาอีกมากมายที่จะค่อยๆสำรวจไป จึงมิได้รีบร้อนที่จะทำให้เสร็จสิ้นภายในวันนี้ หลังจากเจิ้งซิ่วยี่จากไปแล้วหลิงหยุน เย่ซิงเฉิน และไป๋เซียนเอ๋อก็ได้เดินสำรวจบนยอดเขาปฐพีไปเรื่อย “หลิงหยุนดูท่าเมื่อคืนนี้เจ้าคงจะสร้างความหวาดผวาให้ศิษย์สำนักกระบี่เทียนซานอย่างมากทีเดียว ดูเหมือนมิมีผู้ใดกล้าขี้เกียจสันหลังยาวแม้แต่คนเดียว เพียงแค่ชั่วข้ามคืนทุกคนต่างเก็บกวาดจนสะอาดสะอ้านถึงเพียงนี้” หลังจากเดินสำรวจไปรอบๆแล้วเย่ซิงเฉินก็อดที่จะพูดขึ้นมาไม่ได้ เมื่อคืนนี้ยอดเขาปฐพีนับเป็นสนามรบใหญ่ เพราะมีการต่อสู้ที่ดุเดือดอย่างมากในบริเวณนี้ ไม่เพียงหลายสิ่งหลายอย่างบริเวณนี้ถูกทำลายเสียหาย แต่ยังมีซากศพและคราบเลือดเกลื่อนกลาดไปทั่วทั้งบริเวณ เริ่มจากเย่ซิงเฉินที่ทำลายค่ายกลขุนเขาบุกเข้ามาตามมาด้วยหลิงหยุนที่ฝ่าค่ายกลกระบี่สวรรค์เข้ามาจนสามารถควบคุมดวงคาค่ายกลไว้ได้ จากนั้นทั้งจ้าวหมิงถังและตี๋เฮ่ออี้ก็ตามมาสู้กับเขาที่นี่เช่นกัน และการที่กระบี่สวรรค์โปรยปรายลงดั่งห่าฝนเมื่อคืนนี้ได้ทำลายอาคารบ้านช่องบนยอดเขาปฐพีเสียหายไปมากมาย แต่เวลานี้ไม่เพียงซากศพและคราบเลือดทั้งหมดจะไม่ปรากฏแล้ว เศษหินดินทรายที่เกิดจากการพังทลายของอาคารต่างๆ ก็ถูกเก็บกวาดไปหมดแล้วเช่นกัน มิหนำซ้ำเวลานี้ยังมีการนำดินใหม่มาถมไว้อย่างเรียบร้อยอีกด้วย“เจ้าอย่าลืมว่าพวกเขาทั้งหนึ่งร้อยสี่สิบกว่าคนนั้นล้วนแล้วแต่เป็นผู้ฝึกบ่มเพาะทั้งสิ้น เรื่องเช่นนี้จึงหาใช่เรื่องยากเย็นอันใดสำหรับพวกเขาไม่”หลิงหยุนตอบกลับด้วยสีหน้าที่บ่งบอกถึงกความผ่อนคลายอย่างมากในขณะที่กำลังยืนอยู่บริเวณที่เคยเป็นหอควบคุมค่ายกลกระบี่สวรรค์นั้น เขาก็กำลังครุ่นคิดอยู่ว่า จักซ่อมแซมค่ายกลนี้กลับคืนดังเดิมดีหรือไม่แต่แล้วจู่ๆกระบี่สีเขียวเข้มซึ่งเคยถูกใช้เป็นดวงตาค่ายกลกระบี่สวรรค์ ก็ปรากฏขึ้นในมือของหลิงหยุน เขายกมันขึ้นส่องกับแสงอาทิตย์ที่เจิดจ้าพร้อมกับพึมพำออกมา“ช่างเป็นกระบี่ที่ล้ำเลิศยิ่งนัก!”หลิงหยุนเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“กระบี่เล่มนี้คือดวงตาของค่ายกลกระบี่สวรรค์..”“หากเมื่อคืนผู้ที่ควบคุมค่ายกลกระบี่สวรรค์เป็นศิษย์ทั้งสี่ของคุนหลุนหรือเป็นตี๋เฮ่อหมิง หรือว่าตี๋เฮ่ออี้แล้วล่ะก็ รับรองได้ว่าข้าเองก็คงยากที่จะเอาชนะพวกเขาได้..” ต่อหน้าเย่ซิงเฉินและไป๋เซียนเอ๋อหลิงหยุนมิจำเป็นต้องปกปิดความจริง“พลังของค่ายกลนี้ช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก!!เพียงแต่ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้ควบคุมเท่านั้น!”เย่ซิงเฉินจ้องมองกระบี่สีเขียวเข้มพร้อมกับถามขึ้นว่า“นี่เจ้าต้องการจะซ่อมแซมค่ายกลที่เสียหายทั้งสอง เพื่อปกป้องขุนเขาแห่งนี้ไว้หรือไม่”“อาจจะไม่..”หลิงหยุนตัดสินใจที่จะไม่ซ่อมแซมค่ายกลขุนเขาและค่ายกลกระบี่สวรรค์ที่เสีย “การที่ข้าไว้ชีวิตศิษย์สำนักกระบี่เทียนซานที่เหลือ ก็ด้วยเหตุผลสามประการ..”“ประการแรก..ทั้งหนึ่งร้อยสี่สิบเจ็ดคนนั้น นอกเหนือจากหลี่เพียวหยาง กัวผิง และเจิ้งซิ่วยี่แล้ว ยังมีศิษย์คนอื่นที่สามารถบ่มเพาะพลังเข้าสู่ด่านกลางขั้นพลังชี่ได้แล้วถึงสิบสองคน และด่านแรกขั้นพลังชี่อีกราวสิบห้าคน นอกเหนือจากนั้นก็อยู่ในขั้นเซียงเทียนลดหลั่นกันไป..”“ฉะนั้นแล้วพวกเขาทั้งหมดจึงนับเป็นขุมกำลังที่มิได้ด้อยไปกว่าสำนักต่างๆ และตระกูลเก่าแก่อื่นๆเลย หากจะฆ่าพวกเขาทิ้งจนหมดก็น่าเสียดาย แต่หากพวกเขายอมภักดีต่อข้า ก็จะกลายเป็นประโยชน์อย่างมากมายมหาศาล..”“ประการที่สอง..ที่นี่อยู่สุดเขตดินแดนด้านตะวันตกเฉียงเหนือของจีน จึงนับว่าอยู่ห่างจากหูตาของรัฐบาลมาก อีกทั้งที่นี่ยังอยู่บนยอดเขาสูงซึ่งนับว่าลี้ลับยิ่งนัก จึงเหมาะอย่างยิ่งที่จะใช้เป็นฐานบัญชาการของข้าในวันข้างหน้า..”แววตาของหลิงหยุนเป็นประกายขึ้นมาทันทีเมื่อพูดถึงเรื่องนี้นั่นเพราะเวลานี้เมืองจิงฉูเองก็ได้กลายเป็นฐานทัพของเขาไปหนึ่งแห่งแล้ว อิทธิพลของเขาได้ครอบคลุมไปทั่วทั้งเมือง ในขณะที่ปักกิ่งก็มีตระกูลหลิง แม้จะมีอีกสองตระกูลเย่ และตระกูลหลงค้ำยันกันอยู่ก็ตาม นอกเหนือจากนั้นก็ยังมีพื้นที่ในเขตอิทธิพลของตระกูลฉินอีกทั้งหลังจากการล่มสลายของสำนักกระบี่เทียนซาน ยอดเขาทั้งสามแห่งนี้ก็กำลังจะตกอยู่ในการครอบครองของหลิงหยุนอีกเช่นกัน