ตอนที่ 1011
บทที่ 1441 : ข่าวคราวของหนิงหลิงยู่
October 22, 2026
บทที่ 1441 : ข่าวคราวของหนิงหลิงยู่ “ซิงเฉินเซี่ยนเอ๋อ พวกเจ้าสองคนไปที่ยอดเขาเทียนเฟิง หาทางบีบบังคับให้ตี๋เสี่ยวเจินโอนแต้มหน่วยนภาของสำนักกระบี่เทียนซานออกมาให้หมด!” จากทรัพยากรในการฝึกฝนมากมายของสำนักกระบี่เทียนซานที่อยู่ในโกดังบ่งบอกได้ถึงแต้มหน่วยนภาจำนวนมากมายที่อยู่ในมือของตี๋เสี่ยวเจิน ในเมื่อสำนักกระบี่เทียนซานสิ้นชื่อแล้ว และตี๋เสี่ยวเจินก็น่าจะมีชีวิตได้อีกเพียงแค่เจ็ดวัน หลิงหยุนจึงมิต้องการให้แต้มหน่วยนภาจำนวนมากมายนี้ต้องถูกฝังไปอย่างไร้ประโยชน์ พร้อมกับร่างไร้วิญญาณของนางด้วย เย่ซิงเฉินเป็นถึงธิดาพรรคมารและดูแลองค์กรนักฆ่าอยู่ในเวลานี้ ย่อมต้องมีวิธีทรมานที่หลากหลาย.. เช่นเดียวกับไป๋เซียนเอ๋อซึ่งเวลานี้หางที่สี่ได้งอกออกมาแล้ววิชาลวงตาของนางจึงย่อมแข็งแกร่ง ถึงขั้นสามารถสร้างภาพลวงตาให้แก่ผู้บ่มเพาะในขั้นพลังชี่ระดับเริ่มต้นได้เลยทีเดียว หากทั้งคู่ร่วมมือกันบีบคั้นรีดเค้นตี๋เสี่ยวเจินแล้วล่ะก็ยากนักที่นางจะปากแข็งได้.. “เรื่องนั้นเจ้ามิต้องกังวลปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกเราสองคน ข้าเองก็ต้องการจัดการกับนางมานานแล้วเช่นกัน!” เย่ซิงเฉินตอบยิ้มๆพร้อมกับเหลือบมองไปทางยอดเขาเทียนเฟิง“ส่งเครื่องมือสื่อสารของเจ้ามาให้ข้า!’ “ไม่จำเป็น” หลิงหยุนส่ายหน้าปฏิเสธ“ให้นางโอนเข้าบัญชีของเจ้า เจ้าเป็นภรรยาของข้า มีเจ้าจัดการเรื่องนี้ให้ ข้ายังต้องกังวลสิ่งใดอีก!” เย่ซิงเฉินหน้าแดงและตอบโต้หลิงหยุนกลับไปทันที“เพ้อเจ้อ.. แต้มของหน่วยนภาหาได้มีความสำคัญกับข้าไม่ เอาล่ะ.. ไว้ข้าจะโอนคืนให้กับเจ้า!” หลังจากพูดจบเย่ซิงเฉินยังคงแบมืออยู่เช่นนั้นจนหลิงหยุนต้องถามกลับไปว่า “เจ้ายังต้องการสิ่งใดอีก” “จะอะไรอีกเล่า..ก็ธาราแดนใต้น่ะสิ!” เย่ซิงเฉินทำสายตาค้อนใส่หลิงหยุนพร้อมพูดต่อทันที“เจ้าคงไม่คิดที่จะปล่อยให้นังหญิงชั่วช้าผู้นั้นอยู่อย่างสบายไปตลอดเจ็ดวันหรอกนะ!” หลิงหยุนได้แต่คิดในใจว่าดูเหมือนเย่ซิงเฉินจะโกรธแค้นตี๋เสี่ยวเจินยิ่งนัก ถึงกับคิดที่จะใช้ธาราแดนใต้กับนางเลยทีเดียว เพราะแม้แต่หลิงหยุนเอง ตั้งแต่ที่ได้มาเขายังมิเคยคิดที่จะใช้มันสักครั้งด้วยซ้ำไป.. “ตกลง..แต่เจ้าใช้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นนะ อย่าให้นางตายเร็วนัก!” แม้ปากหลิงหยุนจะบอกกับเย่ซิงเฉินเช่นนั้นแต่เขากลับไม่รอช้า และรีบเรียกธาราแดนใต้ขวดใหญ่ออกมาแบ่งใส่ขวดเล็กให้กับเย่ซิงเฉินทันที หลิงหยุนเทจนเต็มขวดแล้วจึงมอบให้กับนางพร้อมกับเอ่ยเตือน “เจ้าต้องระมัดระวังให้มาก อย่าให้โดนตัวเองเข้าล่ะ!”“ข้ารู้!”จากนั้นเย่ซิงเฉินก็หันไปพยักหน้าให้กับไป๋เซียนเอ๋อ“น้องเซียนเอ๋อ พวกเราไปกันดีกว่า!”ร่างงดงามทั้งสองร่างในชุดขาวและชุดดำทะยานพุ่งขึ้นสู่ท้องนภา และมุ่งตรงไปยังยอดเขาเทียนเฟิงอย่างรวดเร็ว“เฮ้อ..ในโลกใบนี้คงมิมีพิษใดที่ร้ายกาจไปกว่าจิตใจของหญิงสาวอีกแล้ว..” หลิงหยุนพึมพำออกมา ในระหว่างที่จ้องมองร่างของหญิงสาวทั้งสองที่เหาะหายไปกลางอากาศ“พี่หยุน..ระวังปากจะนำปัญหามาให้พี่นะ!” ตี้เสี่ยวอู๋รีบร้องเตือนทันที“…”หลิงหยุนถึงกับพูดไม่ออกแต่แล้วก็ไปทางตี้เสี่ยวอู๋พร้อมกับทำสีหน้าขึงขัง “นี่เจ้าคิดว่าคนอย่างพี่หยุนของเจ้ากลัวเมียหรือยังไงกัน”ตี้เสี่ยวอู๋ได้แต่ยกมือขึ้นเกาศรีษะพร้อมกับตอบไปว่า“ก็ถ้าพี่ไม่กลัว ก็ลองพูดดังๆดูสิ!”“นี่ๆๆมาคุยกันเรื่องส่งคนไปตระกูลหนิงกันต่อได้แล้ว!”“เสี่ยวอู๋..เจ้าไปหาหลี่เพียวหยางที่ยอดเขามนุษย์ บอกกับเขาว่าข้าสั่งให้จัดหาคนที่ไว้ใจได้สองคน เดินทางไปที่ตระกูลหนิงแจ้งข่าวที่เกิดขึ้นที่นี่ให้พวกเขารู้”“ครับพี่หยุน!”หลังจากที่รับปากหลิงหยุนแล้วตี้เสี่ยวอู๋ก็รีบหนีออกไปในทันที เพราะเกรงว่าหลิงหยุนจะจัดการเรื่องที่ตนพูดเมื่อครู่“วิชามังกรพรางร่างของเจ้าเด็กนี่นับวันยิ่งก้าวหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งยังเหาะเหินได้รวดเร็วไม่น้อยทีเดียว..”หลิงหยุนได้แต่พึมพำออกมาและอดที่จะชื่นชมตี้เสี่ยวอู๋ไม่ได้หลังจากที่ตี้เสี่ยวอู๋เข้าสู่ระดับกลางขั้นอู่เฉิงชี่(ขั้นพลังชี่-5) ได้แล้ว เขาก็สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ เพียงแต่ที่ผ่านมาหลิงหยุนยังมิได้มีเวลาสอนตี้เสี่ยวอู๋มากนัก เขาจึงเหาะไปตามความเข้าใจของตนเอง แต่ถึงอย่างนั้นก็รวดเร็วไม่น้อยทีเดียว..การที่ตี้เสี่ยวอู๋หยอกล้อตนเช่นนั้นหลิงหยุนหาได้ถือสาไม่ เพราะนั่นเป็นการสร้างความสนิทสนมระหว่างพี่น้อง