ตอนที่ 1012
บทที่ 1442 : เดือดดาล!
October 22, 2026
บทที่ 1442 : เดือดดาล! แม้หลิงหยุนจะกำลังฝึกฝนวิชาอยู่แต่ปกตินิสัยของเขาก็จักต้องเปิดจิตหยั่งรู้ออกสำรวจด้านนอกไปด้วยเสมอ ทำให้สามารถล่วงรู้สถานการณ์ด้านนอกได้ตลอดเวลา ฉะนั้นแล้วไม่ว่าจะเป็นการมาถึงของคนตระกูลฉิน หรือคนตระกูลหลิง หลิงหยุนล้วนรู้เห็นแล้วทั้งสิ้น แต่เขาก็ยังคงฝึกฝนวิชาต่อไป นั่นเพราะเวลานี้มีทั้งฉินตงเฉวี่ยและฉินจิวยื่อ จึงมิจำเป็นที่เขาจะต้องออกหน้า เวลานี้มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่หลิงหยุนกำลังรอคอยอยู่..ซึ่งก็คือหนิงหลิงยู่! และทันทีที่หนิงหลิงยู่มาถึงหลิงหยนุก็หยุดฝึกวิชา และรีบเหาะตรงไปหานางอย่างรวดเร็ว.. ภายใต้จิตหยั่งรู้ของหลิงหยุนนั้นคือภาพของหนิงหลิงยู่ในชุดกระโปรงสีขาวที่กำลังเหาะตรงเข้ามา ผมที่ยาวสลวยปลิวสะบัด ชายกระโปรงสีขาวพริ้วไสวงดงาม อยู่ท่ามกลางกลุ่มเมฆสีขาวสว่าง.. “หลิงยู่!” “พี่ใหญ่!” เวลานี้จิตหยั่งรู้ของหนิงหลิงยู่มีรัศมีครอบคลุมกว่าเจ็ดกิโลเมตรเมื่อได้พบเห็นหลิงหยุนเหาะตรงเข้ามาหา นางจึงรีบชะลอความเร็วลง และพุ่งตรงเข้าหาอ้อมกอดของเขาในทันที ดวงตาทั้สองข้างของหนิงหลิงยู่แดงก่ำน้ำเสียงที่เอ่ยเรียกหลิงหยุนนั้นเจือสะอื้น.. “หลิงยู่..ไม่ต้องร้องไห้!” หลิงหยุนโอบกอดหนิงหลิงยู่ไว้พร้อมกับตบไหล่นางเป็นการปลอบประโลม“นี่เจ้าเข้าสู่ระดับเริ่มต้นขั้นลิ่วเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-6) แล้วรึ” ความจริงแล้วเวลานี้หลิงหยุนยังอยู่เพียงแค่ระดับสูงสุดขั้นอู่เฉิงชี่(ขั้นพลังชี่-5) เท่านั้น จึงยังไม่ล่วงรู้ขอบเขตจิตหยั่งรู้และรู้เห็นจุดตันเถียนของหนิงหลิงยู่ได้ เขาเพียงแค่คาดเดาเอาจากพลังที่พวยพุ่งออกจากร่างของนางเท่านั้น “ใช่แล้วพี่ใหญ่!ข้าเข้าสู่ระดับเริ่มต้นขั้นลิ่วเฉิงชี่แล้วจริงๆ!” หนิงหลิงยู่เองก็ไม่ปกปิดหลิงหยุนเช่นกัน“ข้าต้องใช้เวลาถึงสามวันในการทะลวงเข้าสู่ขั้นลิ่วเฉิงชี่!” “นั่นนับว่าเร็วมากแล้วนี่เจ้าก้าวหน้ากว่าข้าแล้วรู้หรือไม่ เวลานี้ข้าเพิ่งจะเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นอู่เฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-5) เท่านั้น!” หลิงหยุนเอ่ยชมหนิงหลิงยู่แต่แล้วก็เอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง “หลิงยู่.. การฝึกบ่มเพาะสำคัญยิ่งคือขั้นพลังที่เสถียรมั่นคง แม้จะมีพรสวรรค์ล้ำเลิศเพียงใด ก็ต้องระมัดระวังเรื่องนี้ให้มากเช่นกัน!” “พี่ใหญ่..ท่านย้ำเรื่องนี้กับข้ากี่รอบแล้วรู้ตัวบ้างหรือไม่”หนิงหลิงยู่ถอนตัวออกจากอ้อมกอดของหลิงหยุพร้อมกับก้าวเดินถอยหลังออกมาเล็กน้อย ก่อนจะจ้องมองหลิงหยุนแน่นิ่ง.. “ก็เจ้าก้าวหน้ารวดเร็วเช่นนี้ข้าอดที่จะคอยเตือนไม่ได้น่ะสิ!”จากนั้นหลิงหยุนจึงกระซิบกับหนิงหลิงยู่“หลิงยู่ เวลานี้ท่านแม่ปลอดภัยดี ส่วนท่านพ่อของเจ้าก็อยู่ในห้องเซ่นไหว้ทางโน้น เวลานี้คนตระกูลหนิงอยู่ที่นั่นกันหลายคน จิตใจของเจ้าพร้อมที่จะพบเจอพวกเขาหรือยัง”ฉินชุนเฟิงเป็นพี่ชายของฉินจิวยื่อแน่นอนว่าช่วงที่หนิงหลิงยู่ไปอยู่ที่ตระกูลฉินนั้น ย่อมต้องได้พบเจอคนตระกูลฉินรวมทั้งฉินชุนเฟิงอยู่แล้ว จึงคุ้นเคยมากกว่า..แต่คนตระกูลหนิงนั้นหนิงหลิงยู่มิเคยพบพานผู้ใดมาก่อนเลย นี่จึงเป็นครั้งแรกที่นางจะต้องพบเจอ อีกทั้งหนิงเทียนหยาก็เพิ่งเสียชีวิต หลิงหยุนจึงได้แต่ถามออกไปด้วยความห่วงใยหนิงหลิงยู่พยักหน้า“พี่ใหญ่.. เรื่องนี้ท่านปู่ได้บอกเล่าให้ข้าฟังก่อนแล้ว!”หลิงหยุนจ้องมองหนิงหลิงยู่และพบแววตาที่เศร้าโศกเสียใจอยู่ในดวงตาของนางเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ แต่แล้วก็พลันหายไปในเวลาอันรวดเร็ว หลิงหยุนจึงรู้สึกคลายกังวลขึ้นมาก..หลิงหยุนเฝ้าสังเกตดูหนิงหลิงยู่อย่างละเอียดตั้งแต่พบเห็นหน้าและพบว่านางทำตัวเป็นปกติเหมือนเช่นเคย มิได้มีสิ่งใดผิดปกติเลยแม้แต่น้อย ทำให้ความกังวลใจของหลิงหยุนก่อนหน้าได้มลายหายไปในทันที“ถ้าเช่นนั้นข้าจะพาเจ้าไปยอดเขาเทียนเฟิงเดี๋ยวนี้เลย!”หลิงหยุนจับมือนวลเนียนราวหยกของหนิงหลิงยู่ไว้และพาเหาะตรงไปยังหน้าผาบนยอดเขาเทียนเฟิงในทันทีเพียงแค่ประเดี๋ยวเดียวทั้งคู่ก็ไปถึงที่นั่นแล้ว..ฉินจิวยื่อฉินตงเฉวี่ย เย่ซิงเฉิน ไป๋เซียนเอ๋อ ตี้เสี่ยวอู๋ ฉินชุนเฟิง ฉินเหว่ย และคนสำคัญอีกหลายคนของตระกูลหนิง ต่างก็กำลังยืนอยู่ด้านนอกของห้องเซ่นไหว้ดวงวิญญาณหนิงเทียนหยา “ท่านแม่!”หนิงหลิงยู่กระโดดลงบนหน้าผาพร้อมกับโผเข้าหาฉินจิวยื่อในทันที“ท่านแม่.. ท่านบาดเจ็บที่ใดบ้างหรือไม่”จากนั้น..น้ำตามากมายก็ได้ไหลพร่างพรูอาบแก้มของนางทันที หนิงหลิงยู่ร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ครู่ใหญ่“หลิงยู่..ไม่ต้องร้องไห้!”ฉินจิวยื่อลูบไล้แผ่นหลังของหนิงหลิงยู่อย่างอ่อนโยนก่อนจะใช้มือทั้งสองข้างผลักไหล่ของนางขึ้น พร้อมกับเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“หลิงยู่..แม่ได้เห็นพวกเจ้าสองพี่น้องเปลี่ยนแปลงไปมากมายถึงเพียงนี้ แม่รู้สึกดีใจยิ่งนัก!”“แต่น่าเสียดายที่พ่อของเจ้าเขา.. เขาไม่มีโอกาสได้เห็น!”