ตอนที่ 1013
บทที่ 1443 : แก้แค้น
October 22, 2026
บทที่ 1443 : แก้แค้น สภาพของตี๋เสี่ยวเจินเวลานี้ดูช่างน่าสังเวชยิ่งนัก! นางหาได้เป็นนางพญาผู้สูงศักดิ์แห่งสำนักกระบี่เทียนซานเช่นเดิมอีกแล้วเวลานี้นางกำลังนักคุกเข่าหันหน้าไปทางห้องเซ่นไหว้ดวงวิญญาณของหนิงเทียนหยา ร่างของนางโค้งงอราวกับกุ้ง คอตก ผมเผ้ายุ่งเหยิง ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงแม้แต่จะขยับตัว.. ตี๋เสี่ยวเจินยังคงอยู่ในชุดหรูหราอย่างองค์หญิงในพระราชวังซึ่งปักเป็นรูปนางพญาหงส์และมีนกหลากหลายรายรอบ เป็นชุดที่นางใช้สวมใส่ในงานเลี้ยงคืนก่อน แต่เวลานี้ชุดที่สง่างามนั้นกลับเปื้อนไปด้วยโคลนตม และนางกลับกลายเป็นยาจกในชั่วข้ามคืน อีกทั้งชุดที่หรูหราสง่างามนี้ก็ได้มีรูโหว่ขนาดใหญ่บริเวณหน้าอกซึ่งเกิดจากหมัดที่หลิงหยุนชกเข้าใส่อย่างรุนแรงจากที่พบกันในคราแรก.. ด้านหน้าของนางนั้นมีศรีษะอยู่สามหัวซึ่งเป็นของตี๋เฮ่อหมิงตี๋เฮ่ออี้ และตี๋ชิงโหววางเรียงรายอยู่ เมื่อใดที่ตี๋เสี่ยวเจินลืมตาขึ้นย่อมต้องเห็นศรีษะทั้งสามอย่างแน่นอน นอกจากนั้นก็ยังมีศรีษะของสาวใช้กับสุนัขเพศผู้ของตี๋เสี่ยวเจินกองรวมกันอีกด้วยและดูเหมือนสายตาทุกคู่ของศรีษะเหล่านั้นต่างก็จับจ้องมาที่นางอย่างเครียดแค้น เพราะทุกคนล้วนต้องจบชีวิตเพราะนางทั้งสิ้น เวลานี้ตี๋เสี่ยวเจินถูกจี้จุดไว้ทั่วทั้งร่างจึงมิสามารถขยับเขยื้อนร่างกายได้ อีกทั้งซ้ายและขวายังประกบไว้ด้วยชายชุดดำสองคนที่กำลังยืนเอามือไขว้หลังไว้ โดยไม่สนใยดีว่าตี๋เสี่ยวเจินจะเป็นหรือตาย ทั้งคู่คือนักรบตระกูลฉินซึ่งถูกสั่งให้ทำหน้าที่เฝ้าตี๋เสี่ยวเจินไว้ หาไม่แล้วต่อให้นางกระโดดหน้าผาตาย พวกเขาก็คงมิอยากจะใส่ใจ หนิงหลิงยู่กระโดดออกมาจากห้องเซ่นไหว้ดวงวิญญาณของหนิงเทียนหยาและไปหยุดอยู่ตรงหน้าของตี๋เสี่ยวเจินทันที สีหน้าและแววตาของหนิงหลิงยู่เวลานี้เปี่ยมไปด้วยรังสีสังหารและอำมหิตยิ่ง “ตี๋เสี่ยวเจิน..เงยหน้าขึ้นมองดูว่าข้าคือใคร” ตี๋เสี่ยวเจินมิได้สลบไสลไปจึงรู้ว่าหนิงหลิงยู่มาถึงที่นี่แล้ว นางมิกล้าเงยหน้าขึ้นมองหนิงหลิงยู่ และร่างกายก็เริ่มสั่นสะท้านรุนแรงด้วยความหวาดกลัว เวลานี้ตี๋เสี่ยวเจินหวาดกลัวและหวาดผวายิ่งนักเมื่อเช้าเย่ซิงเฉินและไป๋เซียนเอ๋อมาพบนางที่นี่ และทั้งคู่ก็ได้ทรมานนางอย่างแสนสาหัส แม้นางจะรีบมอบแต้มหน่วยนภาของสำนักกระบี่เทียนซานให้แล้วก็ตาม แต่ถึงกระนั้นนางมารทั้งสองก็ยังทรมานนางอยู่กว่าหนึ่งชั่วโมง ทำให้นางเจ็บปวดทุกข์ทรมานจนแทบทนต่อไปไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง..เมื่อเย่ซิงเฉินใช้ไม้จิ้มฟันจุ่มธาราแดนใต้จี้เข้าที่ใบหน้าของนางถึงสิบกว่าครั้ง จากนั้นได้นำกระจกมาให้นางส่องดูสภาพที่น่าเกลียดของตนเอง คืนก่อนนั้นตี๋เสี่ยวเจินเพิ่งจะกลืนโอสถทั้งสองลงไปจนกลายเป็นหญิงสาวที่งดงามแต่เมื่อได้เห็นสภาพของตนเองในเวลานี้ ทำให้จิตใจของนางถึงกับแหลกสลายจนแทบอยากตายในทันที แต่ช่างโชคร้ายยิ่งนัก.. เพราะเวลานี้แม้แต่ความตายยังมิใช่สิ่งที่นางจะสามารถเลือกได้ด้วยตนเอง! อยู่ก็ทรมานยิ่งนักแต่ก็มิอาจตายได้! ตั้งแต่เมื่อคืนจนกระทั่งถึงเวลานี้ แม้แต่น้ำสักหยดยังมิได้ตกถึงท้องของตี๋เสี่ยวเจินเลยแม้แต่น้อย ทำให้นางได้ลิ้มรสของการอดข้าวอดน้ำได้เป็นอย่างดี.. แม้นางจะมิเคยพบเห็นหนิงหลิงยู่แต่ก็เฝ้ารอนางอยู่ทุกวันทุกคืนตลอดสิบแปดปี ตี๋เสี่ยวเจินเฝ้ารอคอยให้ถึงวันที่หนิงหลิงยู่จะต้องมาอยู่สำนักกระบี่เทียนซานตามสัญญา และเฝ้าครุ่นคิดว่าจะทรมานนางเช่นใดดี และทุกครั้งที่คิดได้นางก็จะหัวเราะออกมาเสียงดังอย่างมีความสุข.. แต่เวลานี้..ไม่เพียงหนิงหลิงยู่ที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าตน แต่ยังมีคนตระกูลหนิง และคนตระกูลฉินอยู่ด้วย ทุกคนต่างก็สาปแช่งนาง ถ่มน้ำลายลดนาง เพื่อระบายความโกรธแค้นที่มีของตน แต่นางกลับไม่กล้าแม้แต่จะปริปาก หรือแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองพวกเขาแม้แต่คนเดียวในที่สุดตี๋เสี่ยวเจินก็ได้ลิ้มรสความอัปยศความทุกข์ทรมานทั้งกายและใจ ดังเช่นที่หนิงเทียนหยาได้รับมาตลอดสิบแปดปี และดังเช่นที่ฉินจิวยื่อได้รับมาตลอดหกเดือนว่าเป็นเช่นใดแต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับตี๋เสี่ยวเจินก็คือ..นางมิรู้ว่าอีกฝ่ายจะมีวิธีทรมานตนเองเช่นใดอีก“เจ้าเงยหน้าขึ้น!”หนิงหลิงยู่ร้องตะโกนสั่งตี๋เสี่ยวเจินเสียงดัง..ก่อนจะกล่าวเย้ยหยันต่อว่า“ตี๋เสี่ยวเจิน เจ้าเฝ้ารอคอยให้ข้ามาที่นี่มิใช่รึ เวลานี้ข้าก็อยู่ตรงหน้าเจ้าแล้วนี่ไงเล่า.. เงยหน้าขึ้นมองข้าเดี๋ยวนี้!”ตี๋เสี่ยวเจินเวลานี้ถูกสะกัดจุดไว้อีกทั้งยังไร้ซึ่งเรี่ยวแรง มีหรือที่จะสามารถเงยหน้าขึ้นมองหนิงหลิงยู่ได้“ได้!!”หนิงหลิงยู่คำรามออกมาด้วยความคั่งแค้นมือเรียวงามของนางยกขึ้นตวัดไปมา และพยายามควบคุมน้ำที่อยู่ในบริเวณใกล้ๆนี้ จากนั้นมวลน้ำกลุ่มหนึ่งก็ลอยผ่านอากาศมาเป็นสาย ก่อนจะล้อมร่างของตี๋เสี่ยวเจินไว้ทันทีที่มวลน้ำขนาดใหญ่ล้อมร่างของตี๋เสี่ยวเจินไว้นางถึงกับดิ้นรนไปมาเพราะไม่สามารถหายใจได้..“กับดักธารา..”ทั้งหมดต่างก็เฝ้าดูการแก้แค้นของหนิงหลิงยู่หลิงหยุนเห็นเช่นนั้นจึงรู้ได้ทันทีว่า หนิงหลิงยู่ได้ใช้กระบวนท่ากับดักธาราจากวิชาคลื่นคงคาของนาง..จากสิ่งที่หลิงหยุนเห็นเวลานี้กับดักธาราในวิชาคลื่นคงคาของหนิงหลิงยู่นั้น มิได้ด้อยไปกว่ากรงน้ำที่หลงเทียนเฟิงขังเขาไว้เมื่อครั้งที่ประมือกันในทะเลสาบผอหยางเลย..ภายในจิตหยั่งรู้ของหลิงหยุนเวลานี้เขาเห็นภาพของตี๋เสี่ยวเจินที่กำลังดิ้นทุรนทุรายอยู่ใต้น้ำ ดวงตาเบิกโพลง เพราะขาดอากาศหายใจ และแม้แต่จะหายใจทางปากยังมิอาจทำได้ เพราะหนิงหลิงยู่เป็นผู้ควบคุมมวลน้ำทั้งหมดไว้..ผ่านไปสิบวินาที..ยี่สิบวินาที.. และสามสิบวินาที..แต่เมื่อเห็นตี๋เสี่ยวเจินตาเหลือกคล้ายกำลังจะขาดอากาศหายใจตายหนิงหลิงยู่จึงได้บังคับมวลน้ำขนาดใหญ่ให้ลอยอยู่กลางอากาศ“เฮือก..”ตี๋เสี่ยวเจินตะเกี่ยกตะกายยืดลำคอขึ้นหายใจเอาอากาศเข้าไปอย่างรวดเร็วในขณะเดียวกันร่างกายของนางก็อ่อนยวบและฟุบลงไปกับพื้นทันที หน้าอกของตี๋เสี่ยวเจินกระเพื่อมอย่างรุนแรงคล้ายกับกำลังหายใจเอาอากาศเข้าไปในปอดอย่างตะกละตะกลาม เสียงลมหายใจของนางดังราวกับเครื่องสูบลม..