ตอนที่ 1016
บทที่ 1446 : ยอมรับ
October 22, 2026
บทที่ 1446 : ยอมรับ “ไม่ว่าอย่างไรนางก็เป็นน้องสาวของเจ้า..” เย่ซิงเฉินจงใจเน้นย้ำคำว่า‘น้องสาวของเจ้า’ อย่างชัดเจน ในบรรดาหญิงสาวรอบกายหลิงหยุนนั้นมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ทำให้เย่ซิงเฉินรู้สึกตะขิดตะขวงใจได้ และคนที่มาเป็นอันดับหนึ่งก็คือหนิงหลิงยู่! หลิงหยุนได้แต่ยิ้มขื่นนั่นเพราะถึงแม้เย่ซิงเฉินจะยอมรับข้อเสนอของเขา แต่น้ำเสียงและคำพูดของนางนั้น ก็บ่งบอกว่านางคงมองหนิงหลิงยู่เป็นศัตรูไปอีกนาน หญิงสาวทั้งคู่นั้นหากมิโคจรมาพบกัน ต่างคนต่างก็เดินในเส้นทางของตนก็คงมิมีปัญหาอันใด แต่หากวันใดที่บังเอิญต้องโคจรมาพบกันอีกครั้งแล้วล่ะก็ คงยากที่จะหลีกเลี่ยงการปะทะจนตายไปข้างหนึ่งไม่ได้! เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เหนือความคาดหมายของหลิงหยุนไปไกลมาก เขาคิดว่าเมื่อหญิงสาวทั้งสองคนได้พบเจอกัน คงจะมีแต่ความปิติสุข แต่ความจริงกลับแตกต่างจากที่เขาคิดไว้ราวฟ้ากับดิน.. “น้องสาวงั้นรึ” หลิงหยุนยิ้มพร้อมกับส่ายหน้าไปมา“ขอบอกเจ้าตามตรงว่า เวลานี้น้องสาวคนนี้กลับทำให้ข้าหนักใจยิ่งนัก..” หลิงหยุนบอกออกไปแต่ก็มีความจริงอยู่เพียงแค่ครึ่งเดียว.. นั่นเพราะหนิงหลิงยู่มิได้เพียงแค่ทำให้หลิงหยุนหนักใจแต่กลับกำลังจะสร้างปัญหาใหญ่ให้กับเขาด้วย.. ก่อนหน้าที่จะเกิดการปะทะกันระหว่างหนิงหลิงยู่กับเย่ซิงเฉินนั้นหลิงหยุนได้เฝ้าสังเกตดูหนิงหลิงยู่อย่างละเอียด แต่กลับมิพบร่องรอยของความผิดปกติเลยแม้แต่น้อย และนั่นทำให้เขารู้สึกโล่งใจขึ้นมาก แต่กลับคิดไม่ถึงว่า..ทันทีที่หนิงหลิงยู่กับเย่ซิงเฉินเผชิญหน้ากันเข้า ทั้งคู่จะเกิดสภาวะที่มิอาจยับยั้งจิตใจตนเองได้เช่นนี้ แต่จะเป็นไปได้เชียวหรือที่กายอัปสรกับกายดาราจะยังคงเป็นศัตรูโดยธรรมชาติได้หลังจากที่เข้าสู่ด่านกลางขั้นพลังชี่แล้วทั้งคู่ เย่ซิงเฉินทำสายตาค้อนใส่หลิงหยุนพร้อมกับตอบไปว่า“ในเมื่อเจ้าเองก็เป็นห่วงเป็นใยนางมากเช่นนี้ เหตุใดจึงไม่ไปพบนางก่อนเล่า มาพบข้าก่อนทำไมกัน..” “…” หลิงหยุนถึงกับพูดไม่ออกและนิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามออกไปว่า “เจ้ากับเซียนเอ๋อปรึกษากันได้ความเช่นใดบ้าง” เย่ซิงเฉินไม่ตอบแต่ย้อนถามหลิงหยุนกลับไปว่า “เรื่องนั้นเป็นเรื่องของข้า! เจ้ายังมิได้ตอบข้าว่า.. เหตุใดเจ้าจึงเลือกมาพบข้าก่อน”หลิงหยุนได้แต่แอบถอนหายใจและในที่สุดก็ทำสีหน้าจริงจังพร้อมกับพูดขึ้นว่า “ซิงเฉิน.. เรื่องนั้นสำคัญด้วยงั้นรึ บางครั้งผลลัพธ์ย่อมสำคัญกว่าเหตุผล เพราะไม่ว่าข้าจะไปหาผู้ใดก่อน.. ผลก็ย่อมออกมาเหมือนกันมิใช่รึ?”เย่ซิงเฉินยิ้มพร้อมตอบหลิงหยุนกลับไปด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ“เจ้าอย่าได้เลี่ยงบาลีมิตอบคำถามของข้า เพราะสำหรับข้า.. เหตุผลย่อมสำคัญกว่าผลลัพธ์!”“ได้ๆๆ”หลิงหยุนรู้ว่าเขาคงมิอาจเลี่ยงได้อีกต่อไปจึงได้แต่ตอบกลับไปว่า “ข้ามีเหตุผลเพียงแค่สองประการ..”“ประการแรก..ข้าเชื่อใจและมั่นใจในตัวเจ้าจึงได้มาหาเจ้าก่อน เพื่อที่จะสืบหาสาเหตุ และหาทางแก้ไขปัญหาเรื่องนี้! ”เย่ซิงเฉินฟังแล้วก็ได้แต่ทำท่าทางนิ่งขรึมแต่ภายในใจนั้นกลับยิ้มออกมาอย่างมีความสุข “แล้วอย่างไรต่อ..”“ประการที่สอง..เวลานี้หลิงยู่อยู่ที่ห้องเซ่นไหว้ดวงวิญญาณของท่านลุงหนิง เจ้าจะให้ข้าเหาะจากที่นี่ไปคุยกับนางที่ยอดเขาเทียนเฟิงก่อน แล้วจึงเหาะกลับมาหาเจ้าที่นี่อีกงั้นรึ มีเหตุผลอันใดที่ข้าจะต้องเหาะกลับไปกลับมาด้วยเล่า?”“แล้วอย่างไรอีก…”หลิงหยุนเหลือบมองเย่ซิงเฉินพร้อมกับพูดต่อว่า“ดูสีหน้าท่าทางของเจ้าตอนนี้สิ ขืนข้าทำเช่นนั้น ข้ามิต้องถูกเจ้าฆ่าตายก่อนหรอกรึ ข้ากล่าวมีเหตุผลหรือไม่เล่า?”เย่ซิงเฉินหัวเราะคิกคักออกมาทันทีนางมิสามารถอดกลั้นต่อไปได้อีก และเวลานี้นางก็ขบขันกับท่าทางของหลิงหยุนจนถึงกับหัวเราะออกมาเสียงดัง..ในขณะที่หลิงหยุนถึงกับเหงื่ออกท่วมตัว..‘เฮ้อ..ในที่สุดก็จบเสียที กว่าจะหาคำอธิบายได้ ช่างไม่ง่ายเลยจริงๆ!’ หลิงหยุนได้แต่บ่นพึมพำอยู่ในใจเย่ซิงเฉินเป็นหญิงสาวที่เฉลียวฉลาดยิ่งยากนักที่จะหาเหตุผลมาอธิบายให้นางเข้าใจได้ง่ายๆ“สิ่งที่เจ้าพูดมาทั้งหมดก็นับว่ามีเหตุมีผลไม่น้อยทีเดียว..”เย่ซิงเฉินยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อว่า “มีเรื่องหนึ่งที่ข้าต้องบอกกับเจ้าตามตรง เมื่อครู่ไป๋เซียนเอ๋อบอกกับข้าว่า ทันทีที่หนิงหลิงยู่ปรากฏตัวขึ้น นางเองก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันบางอย่าง แต่นางไม่อาจอธิบายได้ว่าเป็นแรงกดดันเช่นใด เพียงแต่สัญชาติญาณของนางนั้นรู้สึกต่อต้าน!”