ตอนที่ 1018
บทที่ 1448 : ภูเขาเพลิง
October 22, 2026
บทที่ 1448 : ภูเขาเพลิง “เซียนเอ๋อ..ยังพอมีเวลา ข้าจะพาเจ้าไปในที่แห่งหนึ่ง!” เวลานี้เป็นเวลาตีสองยี่สิบนาทีหลิงหยุนเรียกเครื่องมือสื่อสารของหน่วยนภาออกมา และเปิดหาตำแหน่งของสถานที่แห่งหนึ่ง จากนั้น..หลิงหยุนจึงเอื้อมมือไปจับแขนเรียวงามของไป๋เซียนเอ๋อไว้ และพานางเหาะขึ้นไปบนท้องนภาด้วยความสูงหนึ่งหมื่นเมตร และได้สร้างโล่ลมปราณปกป้องร่างกายไว้ด้วย หลิงหยุนพาไป๋เซียนเอ๋อเหาะไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือด้วยความเร็วเหนือเสียงสี่เท่า “โอ้โห..พี่หลิงหยุนพาข้าออกมาเหาะเล่นเช่นนี้ ข้ามีความสุขมากจริงๆ!” สถานที่ที่หลิงหยุนจะพาไป๋เซียนเอ๋อไปนั้นค่อนข้างไกลมากเขาจึงต้องเหาะไปด้วยความเร็วสูง ไป๋เซียนเอ๋อถึงกับกรีดร้องออกมาอย่างมีความสุข “พี่หลิงหยุน..พวกเราจะไปที่ใดกันรึ” หลิงหยุนหันไปยิ้มให้พร้อมตอบกลับไปว่า“เดี๋ยวเจ้าก็จะรู้เองล่ะ!” เพียงแค่สิบนาทีหลิงหยุนกับไป๋เซียนเอ๋อก็เหาะมาได้ไกลกว่าแปดร้อยกิโลเมตรแล้ว หลิงหยุนจึงค่อยๆชะลอความเร็วลง ก่อนจะร่อนลงสู่พื้นดินในอีกหนึ่งกิโลเมตรข้างหน้า บนยอดเขาแห่งนี้สามารถมองเห็นดวงอาทิตย์ขึ้นจากเบื้องล่างได้อย่างชัดเจนอีกทั้งยังทีเทือกเขาสุดลูกหูลูกตา ภาพขุนเขาลดหลั่นสูงต่ำเป็นผืนกว้างตัดกับขอบฟ้าดูช่างงดงามยิ่งนัก.. “ที่นี่ล่ะ!!” หลิงหยุนพยักหน้าพร้อมกับร้องบอกไป๋เซียนเอ๋อ.. “โอ้โห..ที่นี่อบอุ่นสบายยิ่งนัก!” แม้ว่าจะอยู่บนยอดเขาสูงและเป็นเวลาตีสองครึ่งยามเช้าซึ่งควรจะเป็นช่วงที่เย็นที่สุด แต่อุณหภูมิที่นี่ยังสูงถึงยี่สิบห้าองศาเลยทีเดียว “ย่อมต้องเป็นเช่นนั้นที่นี่นับเป็นสถานที่ที่ร้อนที่สุดในประเทศจีน แถบนี้เรียกว่าโห่วเยี่ยนซาน หรือภูเขาเพลิง..” หลิงหยุนอธิบายให้ไป๋เซียนเอ๋อฟังด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม.. ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของอูรัมชีห่างไปราวสองร้อยกิโลเมตรคือเมืองถู่หลู่ฟ่านและภูเขาเพลิง! ภูเขาเพลิงนั้นเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นบริเวณที่ร้อนที่สุดของประเทศจีน! แต่ก็มิรู้ว่าหลิงหยุนพาไป๋เซียนเอ๋อมาที่นี่ด้วยเหตุผลใด “เซียนเอ๋อ..เจ้าจดจำสถานที่แห่งนี้ไว้ให้ดี ในวันข้างหน้าที่เจ้าพัฒนาสู่ขั้นที่สูงขึ้นไป ที่นี่จะเป็นสถานที่ฝึกฝนวิชาที่ดีมากสำหรับเจ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหน้าร้อน!” ไป๋เซียนเอ๋อเป็นจิ้งจอกไฟและที่นี่ก็คือภูเขาเพลิง ที่แห่งนี้จึงอุดมไปด้วยพลังชีวิตธาตุไฟ ซึ่งเหมาะ และเป็นประโยชน์ต่อการฝึกวิชาของไป๋เซียนเอ๋อเป็นที่สุด “ได้..ข้าจะจำไว้! ภูเขาเพลิงเมืองถู่หลู่ฟ่าน..” ไป๋เซียนเอ๋อร้องตะโกนออกมาด้วยความดีอกดีใจ ระหว่างที่สองคนกำลังสนทนากันนั้นหลิงหยุนก็พาไป๋เซียนเอ๋อเหาะไปบนยอดเขา พร้อมกับเปิดจิตหยั่งรู้ออกสำรวจรอบๆบริเวณ หลิงหยุนรู้ดีว่าบริเวณซินเจียงซึ่งเป็นแนวชายแดนนั้นล้วนอุดมไปด้วยถ่านหินมากมาย อุณหภูมิบริเวณนี้จึงค่อนข้างร้อน ซึ่งเกิดจากการสันดาปของถ่านหินตามธรรมชาตินั่นเอง และเวลานี้หลิงหยุนก็กำลังสำรวจหาบริเวณที่ร้อนที่สุด.. หลิงหยุนพาไป๋เซียนเอ๋อเหาะสำรวจไปตามรอยแยกของภูเขาและไม่นานนักเขาก็พบสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งมีควันร้อนระอุพวยพุ่งออกมาอยู่ด้านหน้า “พบแล้ว..ตรงนั้น!” แววตาของหลิงหยุนเป็นประกายขึ้นมาทันทีและรีบเหาะตรงเข้าไปในบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว เขาแห่งนี้มีความสูงราวสี่ร้อยเมตรผืนดินทางตอนใต้ของเขาเป็นสีน้ำตาลแดง และมีความลาดชันค่อนข้างสูง อีกทั้งยังมีควันสีขาวร้อนระอุพวยพุ่งออกมาจำนวนมาก แต่เนื่องจากในยามค่ำคืนมีลมแรง จึงได้พัดพากลุ่มควันออกไปทำให้มิอาจมองเห็นได้ในระยะไกล หลิงหยุนและไป๋เซียนเอ๋อเหาะไปหยุดห่างจากเขาแห่งนี้ราวห้าสิบเมตรและพบว่ามีเปลวเพลิงกำลังลุกไหม้อยู่ตลอดเวลา ในบางคราก็มีลมรุนแรงโหมพัดเข้าใส่เป็นระยะๆ “ไม่แปลกเลยที่มีชื่อว่าภูเขาเพลิง..นับว่าการมาครั้งนี้คุ้มค่ายิ่งนัก!” หลิงหยุนสัมผัสได้ถึงไอร้อนจึงหันไปถามไป๋เซียนเอ๋อว่า “เซียนเอ๋อ ที่นี่เป็นเช่นใดบ้าง” ไป๋เซียนเอ๋อบิดกายเล็กน้อยแล้วจึงเหาะไปด้านหน้าอีกหลายสิบกิโลเมตร ก่อนจะร่อนลงบนหินข้างเปลวเพลิง นางมิได้หวาดกลัวอุณหภูมิที่สูงนับพันๆองศารอบกายเลยแม้แต่น้อย “พี่หลิงหยุนข้าชอบที่นี่มาก ขอบคุณพี่มากจริงๆ!” ระหว่างที่พูดนั้นมือของไป๋เซียนเอ๋อก็วาดไปมาราวกับกำลังร่ายรำ นางกำลังสำแดงใช้ไฟโลกันต์ เปลวไฟสีแดงลุกโชนขึ้นบนฝ่ามือและรุนแรงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นไป๋เซียนเอ๋อจึงได้ซัดลูกไฟนี้ไปยังพื้นเบื้องหน้า ผืนดินกลายเป็นเปลวไฟขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นสูงกว่าสิบเมตรในทันที หลิงหยุนเห็นเช่นนั้นจึงรีบเหาะตรงเข้าไปยืนอยู่ตรงกลางเปลวเพลิงสูงใหญ่ทันที โดยมิได้หวาดกลัวต่อความร้อนของมันเลยแม้แต่น้อยและหากหวาดกลัว..เขาก็คงจะไม่มาที่นี่เป็นแน่! หลิงหยุนผ่านการรับทัณฑ์สวรรค์เทียนจิ่วมาแล้วซึ่งมีทั้งอสุนีบาตห้าธาตุ และหนึ่งในนั้นก็คืออสุนีบาตธาตุไฟที่ร้อนแรงกว่าเปลวเพลิงนี้หลายเท่านัก ฉะนั้นแล้วไม่เพียงเขาจะไม่รู้สึกหวาดกลัวต่อเปลวเพลิงตรงหน้าเวลานี้ แต่กลับคิดว่ามีประโยชน์และคุณค่าต่อตนเองอย่างมากด้วยและเวลานี้หลิงหยุนก็กำลังฝึกวิชาหงส์เล่นไฟซึ่งเป็นหนึ่งในวรยุทธบ่มเพาะสำหรับฝึกธาตุทั้งห้าอีกด้วย“พี่หลิงหยุนเก่งจริงๆ!!”ไป๋เซียนเอ๋อเห็นหลิงหยุนยืนอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงร้อนแรงโดยมิสะทกสะท้านเช่นนั้นนางก็ถึงกับร้องตะโกนออกมาด้วยความดีใจราวกับเด็กน้อย พร้อมกับขยับฝ่ามือเร่งเร้าเปลวเพลิงให้ลุกโชนยิ่งขึ้น“เซียนเอ๋อ..อย่ามัวแต่เล่นสนุก!”หลิงหยุนก้าวเดินออกมาจากเปลวเพลิงพร้อมกับร้องบอกไป๋เซียนเอ๋อ“ข้าพาเจ้ามาที่นี่ก็เพื่อต้องการจะถ่ายทอดวิชาให้กับเจ้านะรู้หรือไม่”จากนั้นหลิงหยุนจึงได้ใช้พลังจิตของตนถ่ายทอดเคล็ดวิชาหงส์เล่นไฟให้กับไป๋เซียนเอ๋อ และเมื่ออีกฝ่ายจดจำได้อย่างแม่นยำแล้ว หลิงหยุนจึงเอ่ยขึ้นว่า“เซียนเอ๋อ..เจ้าเองก็ได้ฝึกฝนวิชาตามคัมภีร์ปีศาจเก้าดวงดาวมาแล้ว และธาตุที่โดดเด่นในตัวเจ้าก็คือธาตุไฟ จึงเหมาะที่จะฝึกวิชาที่เกี่ยวกับธาตุนี้โดยเฉพาะ”“ข้าได้ถ่ายทอดเคล็ดวิชาหงส์เล่นไฟนี้ให้กับเจ้าแล้วจากนี้ไปเจ้าต้องฝึกฝน และต้องคอยสังเกตเอาเองว่าวิชานี้จักส่งผลต่อความก้าวหน้าในการฝึกฝนของเจ้าหรือไม่”วิชาหงส์เล่นไฟนี้เป็นวิชาบ่มเพาะของเผ่าพันธุ์มนุษย์หลิงหยุนจึงเกรงว่า จะส่งผลอันใดต่อความก้าวหน้าของไป๋เซียนเอ๋อหรือไม่ เขาจึงต้องให้นางเฝ้าสังเกตตนเองดูไป๋เซียนเอ๋อยิ้มให้หลิงหยุนพร้อมตอบกลับไปว่า“พี่หลิงหยุน ข้าเข้าใจดี พี่อย่าได้กังวลใจไป!” “ข้ามีของขวัญให้กับเจ้าด้วย!”ระหว่างที่พูดนั้นหลิงหยุนก็ได้เรียกผลึกหินสีแดงก้อนใหญ่ออกมาจากแหวนมากมาย และเมื่อกระทบเข้ากับเปลวไฟสีแดง มันก็ยิ่งเป็นประกายสุกสว่างมากขึ้นกว่าเดิมหลายร้อยเท่าและนี่คือหินพลังชีวิตธาตุไฟที่ล้ำเลิศยิ่งนัก!หลิงหยุนได้หินมณีไฟเหล่านี้มาจากใต้บ่อมังกรภายในทะเลสาบผอหยางเขามีหินมณีไฟอยู่มากมายนับหมื่นก้อน เพียงแค่ให้ไป๋เซียนเอ๋อไว้ฝึกวิชาสักห้าร้อยก้อน เขาก็ยังเหลืออยู่อีกมากมายและหลิงหยุนก็ไม่เคยเสียดายกับสิ่งที่มอบให้เพื่อการฝึกฝนวิชาของไป๋เซียนเอ๋อ!“โอ้โห..งดงามมากจริงๆ!”ดวงตามีเสน่ห์อย่างสุนัขจิ้งจอกหรี่ลงเล็กน้อยในขณะที่แววตาทั้งสองข้างเป็นประกายแวววาวเมื่อสะท้อนกับแสงของหินมณีไฟจำนวนมาก!“เซียนเอ๋อขอบคุณพี่หลิงหยุนยิ่งนัก!”“เอาล่ะเก็บหินมณีไฟเข้าไปในแหวนของเจ้าได้แล้ว..”หลิงหยุนตบบ่าไป๋เซียนเอ๋อพร้อมกับย้ำว่า“อย่าได้นึกเสียดายที่จะใช้หินมณีไฟในการฝึกวิชาของเจ้า หากหมดเมื่อไหร่ ข้ายังมีให้เจ้าอีกมากมาย”ไป๋เซียนเอ๋อรีบเรียกหินมณีไฟเข้าไปเก็บไว้ในแหวนพื้นที่ของตนทันที..จากนั้น..หลิงหยุนก็เรียกหินมณีไฟออกมาจำนวนหนึ่ง และสร้างค่ายกลหลุมพลังขึ้นทันที“เซียนเอ๋อเจ้าเข้าไปด้านใน และคืนนี้เจ้าก็ฝึกฝนวิชาอยู่ที่นี่!”ไป๋เซียนเอ๋อพยักหน้าและกระโดดเข้าไปภายในค่ายกลหลุมพลังอย่างว่าง่าย จากนั้นจึงนั่งลงขัดสมาธิและเริ่มฝึกฝนวิชาตามคำสั่งของหลิงหยุนทันที หลังจากที่ไป๋เซียนเอ๋อเริ่มฝึกฝนวิชาอยู่ภายในค่ายกลแล้วหลิงหยุนจึงเหาะไปสำรวจรอบเขาเพื่อหาสถานที่ฝึกวิชาเช่นกัน และเมื่อพบแล้วเขาก็ร่อนลง แล้วจึงนั่งขัดสมาธิจดจ่อมุ่งมั่นอยู่กับการฝึกวิชาของตนเอง!บทที่1449 : หงส์ไฟกายที่ล้ำเลิศของหลิงหยุนเวลานี้หลังจากที่เข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นอู่เฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-5) แล้วก็ยิ่งมิจำเป็นต้องตั้งใจฝึกปรืออีก นั่นเพราะร่างกายของเขาสามารถดูดซับพลังชีวิตรอบตัวเข้าไปได้เองอยู่ตลอดเวลา และความเร็วในการดูดซับก็รวดเร็วเหนือกว่าผู้บ่มเพาะพลังในขั้นเดียวกันด้วยอีกทั้งวรยุทธบ่มเพาะที่หลิงหยุนใช้อย่างวิชาพลังลับหยิน–หยางนั้นก็เป็นวิชาที่ล้ำเลิศอย่างมากด้วยเช่นกันหลิงหยุนนั่งขัดสมาธิปิดทวารการรับรู้ทั้งห้าและเข้าสู่สภาวะที่สงบนิ่ง และเริ่มโคจรลมปราณ..บูม!!กระแสวนหยิน–หยางที่หมุนอย่างรวดเร็วนั้นได้พวยพุ่งออกจากร่างและรัศมีของกระแสวนหยิน–หยางนี้ก็ได้ขยายใหญ่กว่าเก้าเมตรเลยทีเดียว แต่แล้วก็หยุดอยู่เพียงเท่านั้น และกำลังหมุนวนรอบๆร่างของหลิงหยุนกระแสวนหยิน–หยางได้หมุนอย่างรวดเร็วจนดูเสมือนหนึ่งพายุหมุนทอร์นาโดร่างของหลิงหยุนนั่งอยู่ตรงกลาง โดยมีพายุหมุนที่พัดเอาเศษดินปลิวเข้าไปด้านใน และกระแสที่รุนแรงของพายุหมุนนี้ก็ได้บีบหินใหญ่จนแตกละเอียดเป็นผงพลังธาตุไฟรอบร่างกายของหลิงหยุนเวลานี้ก็ได้ถูกกระแสวนหยิน–หยางนี้ดูดเข้ามาด้วยเช่นกัน ก่อนจะถูกร่างกายของหลิงหยุนดูดซับเข้าไปเช่นกัน“โอ้โห..พี่หลิงหยุน!!”