ตอนที่ 1019
บทที่ 1450 : หลอมอาวุธ
October 22, 2026
บทที่ 1450 : หลอมอาวุธ หลิงหยุนเรียกหินมณีไฟที่อยู่บนพื้นเข้าไปเก็บไว้ในแหวนจักรวาลจากนั้นจึงพาไป๋เซียนเอ๋อเหาะออกไปจากยอดเขาทันที หลิงหยุนเหาะกลับไปด้วยความเร็วเหนือเสียงถึงหกเท่าเขาจึงสามารถเหาะกลับไปที่สำนักกระบี่หลิงหยุนได้ในเวลาไม่ถึงแปดนาที เวลานี้เป็นเวลาแปดโมงเช้าพอดีภายในสำนักกระบี่หลิงหยุนค่อนข้างครึกครื้นมีชีวิตชีวา บนยอดเขามนุษย์เวลานี้ ศิษย์สำนักกระบี่หลิงหยุนหลายคนออกไปฝึกวิชาอยู่ที่ตีนเขาบ้าง ในขณะที่บางส่วนก็เข้าครัวทำอาหารควันโขมง ภายในสำนักกระบี่หลิงหยุนเงียบสงบและภาพบรรยากาศก็ดูผ่อนคลาย ดูเหมือนทุกอย่างจะกลับสู่ร่องรอยเดิมแล้ว หลิงหยุนเหาะไปยังหน้าผาบนยอดเขาเทียนเฟิงและเดินตรงเข้าไปทักทายนางฉินจิวยื่อทันที “ท่านแม่..” ฉินจิวยื่อพยักหน้าพร้อมกับเอ่ยตอบ“หลิงหยุน.. มาแล้วรึ” ในระหว่างที่เฝ้าห้องเซ่นไหว้ดวงวิญญาณของหนิงเทียนหยานั้นฉินจิวยื่อซึ่งอยู่ในขั้นเซียงเทียนก็มิได้นั่งเฉยๆ นั่งหมั่นทำสมาธิฝึกฝนวิชาอยู่อย่างสม่ำเสมอ ร่างกายจึงฟื้นคืนเป็นปกติได้ค่อนข้างรวดเร็ว และเวลานี้ผิวพรรณของนางก็เริ่มมีสีแดงระเรื่อมิซีดเซียวเหมือนก่อนแล้ว “พี่ใหญ่..เมื่อคืนพี่ไปไหนมารึ” หนิงหลิงยู่เห็นหลิงหยุนมาจึงรีบวิ่งมาหาพร้อมกับเอ่ยถามทันที.. “เมื่อคืนข้าออกไปหาสถานที่ฝึกฝนวรยุทธ..” หลิงหยุนพินิจมองหนิงหลิงยู่อย่างละเอียดอีกครั้งหลังจากที่เพิ่งเข้าสู่ขั้นลิ่วเฉิงชี่(ขั้นพลังชี่-6) ได้ แต่กลับพบว่าตนเองมิสามารถมองทะลุภายในร่างของนางได้ และแน่นอนว่า..หลิงหยุนมิอาจมองเห็นภายในของหนิงหลิงยู่ได้ หนิงหลิงยู่ก็มิอาจมองเห็นภายในของหลิงหยุนได้เช่นกัน ต่างคนต่างก็มองไม่เห็นกันและกัน ความจริงหลิงหยุนต้องการเอ่ยถามหนิงหลิงยู่ถึงความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างนางกับเย่ซิงเฉินเมื่อวานนี้แต่หลังจากใคร่ครวญแล้ว เขาจึงล้มเลิกความตั้งใจ เพราะรู้ว่าคำตอบที่ได้คงจะไม่ต่างจากเย่ซิงเฉินนัก หลังจากสนทนากับหนิงหลิงยู่เพียงแค่เล็กน้อยหลิงหยุนก็หันไปบอกกับฉินจิวยื่อ “ท่านแม่.. ข้ามาที่นี่เพื่อบอกกับท่านว่า สองสามวันนี้ข้าจะเก็บตัวมิออกไปไหน..” “ดีมาก!” ฉินจิวยื่อมิได้เห็นแย้ง“ที่นี่มีข้ากับหลิงยู่อยู่แล้ว หลายวันนี้เจ้าเองก็เหน็ดเหนื่อยมามาก อย่างไรก็หาเวลาพักผ่อนบ้าง มิต้องมาที่นี่ทุกวันก็ได้” “ขอบคุณท่านแม่” หลิงหยุนรู้ดีว่าฉินจิวยื่อเป็นห่วงตนมากเพียงใดหลังจากตอบกลับไปเพียงแค่สั้นๆ เขาก็เหาะออกจากหน้าผาบนเขาเทียนเฟิงทันที! …… จากนั้นหลิงหยุนก็เหาะไปหาฉินตงเฉวี่ยตี้เสี่ยวอู๋ และหวังชงเซียว หลิงหยุนบอกกับทุกคนว่าเขากำลังจะหลอมอาวุธ ผู้ใดต้องการอาวุธชนิดใดบ้างฉินตงเฉวี่ยต้องการกระบี่เหินตี้เสี่ยวอู่ต้องการขวานยักษ์ ส่วนหวังชงเซียวส่งกระบี่เหินของตนให้กับหลิงหยุน เพื่อให้หลิงหยุนช่วยหลอมให้ใหม่..หวังชงเซียวได้แต่ยกมือขึ้นเกาศรีษะเขาอยากจะบอกหลิงหยุนไปว่าอยากได้หอกเหมือนเช่นหลิงหยุน แต่ก็ไม่กล้า..หลิงหยุนยิ้มให้กับทุกคนจากนั้นจึงพาไป๋เซียนเอ๋อไปยังยอดเขาปฐพีพร้อมกัน..ในเมื่อที่นี่เป็นสำนักที่ฝึกฝนเพลงกระบี่ย่อมต้องมีเตาหลอมกระบี่ของตนเองอย่างแน่นอน และเตาหลอมนี้ก็อยู่ห่างจากยอดเขามนุษย์ไปเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น เพียงแต่การหลอมอาวุธของหลิงหยุนครั้งนี้มิจำเป็นต้องใช้ไฟจากเตาหลอม..แต่ก่อนที่หลิงหยุนจักทำการหลอมอาวุธนั้นเขาได้เดินตรงไปยังดวงตาค่ายกลที่เคยใช้ปกป้องขุนเขาแห่งนี้ จากนั้นจึงเรียกกระบี่สีเขียวเข้มออกมาหลิงหยุนถือกระบี่สีเขียวเข้มเดินวนรอบดวงตาค่ายกลอย่างรวดเร็ว..หลิงหยุนเดินวนอยู่เช่นนั้นและกำลังใช้พลังวิเศษของตนปลุกพลังของค่ายกลแห่งนี้อีกครั้ง หลิงหยุนเปลี่ยนใจที่จะซ่อมแซมค่ายกล..ค่ายกลของสำนักกระบี่เทียนซานนั้นอาศัยพลังแห่งธาราและขุนเขากลั่นกระบี่ลมปราณขึ้น หากต้องการจะทำลายค่ายกลนี้ก็เพียงแค่ทำลายดวงตาค่ายกล และหากจะซ่อมแซมค่ายกลก็ต้องปลุกพลังของค่ายกลขึ้นมา.. ระหว่างที่หลิงหยุนวิ่งวนอยู่รอบดวงตาค่ายกลด้วยความรวดเร็วนั้นกระบี่สีเขียวเข้มในมือของเขาก็เปล่งแสงสว่างเจิดจ้า และในระหว่างนั้นเองหลิงหยุนก็ปล่อยกระบี่สีเขียวเข้มในมือออก“ไปได้!”บูม!กระบี่เล่มใหญ่สีเขียวเข้มพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนภาก่อนที่จะหมุนกลับเอาปลายกระบี่ชี้ลงพื้น และพุ่งปักลงไปยังตำแหน่งดวงตาค่ายกลเช่นเดิมภายในชั่วพริบตา..ยอดเขาทั้งสามก็สั่นสะเทือนขึ้นพร้อมๆกัน ในที่สุดหลิงหยุนก็สามารถซ่อมแซมค่ายกลที่ใช้ปกป้องขุนเขาทั้งสามได้สำเร็จ!และค่ายกลที่หลิงหยุนซ่อมแซมขึ้นใหม่นี้ไม่จำเป็นที่เขาจะต้องจับกระบี่สีเขียวเข้มนี้ไว้อีก สามารถควบคุมได้ด้วยพลังจิตของตนได้.. จากนั้นหลิงหยุนจึงหันไปบอกกับไป๋เซียนเอ๋อว่า“เซียนเอ๋อ.. จากนี้ไปอีกหกวัน พวกเราจะต้องอยู่หลอมอาวุธกันที่นี่!”หลิงหยุนเรียกลูกเหล็กขนาดใหญ่ออกมาหนึ่งร้อยสี่สิบสี่ลูกและจัดการวางเป็นค่ายกลวราหก..หลังจากหลิงหยุนสร้างค่ายกลวราหกขึ้นแล้วในรัศีมีหนึ่งร้อยเมตรนี้ จึงปกคลุมไปด้วยกลุ่มควันสีขาวที่แม้แต่จิตหยั่งรู้ก็มิอาจมองทะลุได้“พี่หลิงหยุน..จะเริ่มเลยหรือไม่”“ยังมิต้องรีบร้อนนัก!”หลิงหยุนส่ายหน้ายิ้มๆพร้อมกับเอ่ยต่อว่า “เจ้าหาที่ฝึกฝนวิชาไปก่อน หากข้าต้องการความช่วยเหลือจากเจ้าเมื่อใด ข้าจะเรียกเจ้าเอง..”ไป๋เซียนเอ๋อพยักหน้าและที่หลิงหยุนมิรีบร้อนหลอมอาวุธนั้น ก็เพราะเขายังมีเรื่องที่สำคัญกว่าต้องทำ.. หลิงหยุนเรียกธงวายุที่ตอนนี้มีขนาดเท่าฝ่ามือออกมาถือไว้จากนั้นจึงใช้จิตหยั่งรู้และเนตรหยิน–หยางสำรวจธงวายุในมืออย่างละเอียด เพื่อหาค่ายกลและผนึกที่อยู่ภายในธงผืนนี้..