ตอนที่ 1020
บทที่ 1451 : ของวิเศษระดับสมบัติ
October 22, 2026
บทที่ 1451 : ของวิเศษระดับสมบัติ “ช่างเป็นของวิเศษที่ล้ำเลิศยิ่งนัก!” ในสายตาของผู้หลอมยุทธภัณฑ์ระดับปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่นั้นทุกสิ่งในโลกล้วนแล้วแต่นำมาหลอมเป็นอาวุธได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว พลังงานไปจนถึงระดับอิเล็คตรอน แม้กระทั่งสัตว์ หรือแม้แต่มนุษย์เอง.. บางคนอาจคิดปฏิเสธอยู่ในใจว่าฉันคือมนุษย์ที่กินได้ ดื่มได้ ร้องรำทำเพลงได้ จะกลายเป็นอาวุธไปได้อย่างไร และหากผู้ใดคิดเช่นนี้หลิงหยุนคงได้แต่นึกเย้ยหยัน.. ร่างกายของมนุษย์ล้วนกอปรขึ้นด้วยอวัยวะต่างๆมากมาย เหตุใดจักนำมาเป็นอาวุธไม่ได้ หากจะพูดอย่างตรงไปตรงมานั้น..มนุษย์นั้นก็คือหุ่นยนต์ดีๆนั่นเอง และหากจะเปรียบเทียบแล้ว สิ่งที่มนุษย์เหนือกว่าหุ่นยนต์ก็คือความเฉลียวฉลาด แล้วก็การสืบพันธุ์กับเพศตรงข้ามเพื่อสร้างผู้สืบต่อเท่านั้น ในสายตาของปรมาจารย์ผู้หลอมยุทธภัณฑ์นั้นยุทธภัณฑ์ทั้งหลายสามารถจัดแบ่งแยกได้ถึงสามประเภทใหญ่ๆ ซึ่งก็คือ.. แบ่งแยกตามระดับแบ่งแยกตามธาตุ และแบ่งแยกตามวิธีใช้งาน.. หากแบ่งแยกยุทธภัณฑ์ที่หลอมตามระดับ..ก็จะมีตั้งแต่ระดับทั่วไป ระดับเวทย์ ระดับวิญญาณ ระดับสมบัติ ระดับเต๋า ระดับเซียน ..เป็นต้น และหากแยกยุทธภัณฑ์ที่หลอมตามธาตุ..ก็จะมีตั้งแต่ทองหรือโลหะ ไม้ น้ำ ไฟ ดิน ลม พายุ และอีกมากมาย.. ท้ายสุดหากแบ่งยุทธภัณฑ์ที่หลอมตามวิธีใช้งาน..ซึ่งจะมีมากมายและค่อนข้างสับสนอย่างเช่น.. ประเภทโจมตี ประเภทป้องกัน หากแบ่งแยกตามวิถีอันนี้จะค่อนข้างสับสนและหลากหลาย เช่น.. ประเภทโจมตี ประเภทป้องกัน ประหุ่น ประเภทห้วงมิติและเวลา และอีกมากมายก่ายกอง.. แต่ไม่ว่าจะแบ่งแยกยุทธภัณฑ์ในแบบใดก็ตามสิ่งชี้วัดที่สำคัญที่สุดของยุทธภัณฑ์แต่ละชิ้นก็คือ ความสามารถในการต้านทานของมัน.. ยกตัวอย่างเช่นกระบี่เหินเงาธนูของหลิงหยุนที่เพิ่งทำการหลอมใหม่นี้นับเป็นยุทธภัณฑ์ระดับสมบัติ ยกตัวอย่างเช่นกระบี่เหินเงาธนูของหลิงหยุนที่เพิ่งหลอมใหม่นี้ นับเป็นยุทธภัณฑ์ระดับสมบัติ ธาตุโลหะ และเป็นประเภทจู่โจม ในเมื่อกระบี่เหินเงาธนูเป็นอาวุธประเภทจู่โจมหากพลังจู่โจมของมันไม่แข็งแกร่งแล้วล่ะก็ สิ่งอื่นๆตามมาก็จะอ่อนกำลังตามไปด้วย แต่หากพลังจู่โจมแข็งแกร่งเงื่อนไขประเภทอื่นๆก็จะดีขึ้นตามไปด้วย อย่างเช่นความสามารถในการต้านทานต่ออุณหภูมิสูงหรือต่ำ ความเร็วในการบิน และอีกมากมาย.. นั่นเพราะต่อให้กระบี่เหินเงาธนูจะเป็นอาวุธที่มีพลังจู่โจมแข็งแกร่งมากเพียงใดแต่หากไม่สามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็ว ก็สามารถถูกฝ่ายตรงข้ามบดขยี้ทำลายก่อนจะถึงตัว เช่นนี้แล้วความแข็งแกร่งจักมีประโยชน์อันใดดูอย่างกระบี่เหินเงาธนูกระบี่กังฉี และแม้แต่ตราหยกจักรพรรดิกับหอกมังกรทอง เมื่อเผชิญหน้ากับยอดฝีมือในด่านสุดท้ายขั้นก่อสร้างรากฐานอย่างจ้าวหมิงถัง ตี๋เฮ่อหมิง และตี๋เฮ่ออี้ ยังมิสามารถทำอันตรายพวกเขาได้ ช่างเป็นที่น่าอับอายของหลิงหยุนยิ่งนัก!อย่าว่าแต่จะทำอันตรายเลยแม้แต่เข้าใกล้ยังไม่สามารถทำได้..แต่ส่วนหนึ่งก็มาจากขั้นพลังที่แตกต่างกันมากจนเกินไปทำให้พลังจิตและพลังวิเศษของทั้งสามนั้นเหนือกว่าหลิงหยุนนัก..อีกทั้งในคืนนั้นหลิงหยุนยังลังเลที่จะใช้วิชาพลังหยางพิสุทธิ์และยิ่งไม่ต้องการใช้กระบี่จักรพรรดิมังกรด้วย เขาจึงต้องใช้กระบี่โลหิตเทวะสังหารยอดฝีมือทั้งสามแทน! แต่ถึงอย่างนั้นหลิงหยุนก็ยังอดที่จะภูมิใจกับของวิเศษทั้งสี่ชิ้นของตนไม่ได้ เพราะเขาสามารถใช้พลังจิตควบคุมของวิเศษทั้งสี่ ให้ทำหน้าที่ปกป้องของวิเศษจากฝ่ายตรงข้ามได้อย่างสมบูรณ์แบบ..นั่นเพราะตราหยกจักรพรรดินั้นนับเป็นของวิเศษที่ล้ำเลิศยิ่งหากขั้นพลังของหลิงหยุนแข็งแกร่งขึ้น การควบคุมบังคับก็จะยิ่งได้ผลดีกว่านี้อย่างคาดไม่ถึงทีเดียว..ส่วนหอกมังกรทองของหลิงหยุนนั้นหาใช่ของของวิเศษจริงๆไม่ แต่เกิดจากการควบแน่นของพลังชีวิตสีทองในกระดูกสันหลังของเขา ส่วนกระบี่กังฉีก็เกิดจากการควบแน่นหลอมรวมของพลังหยิน–หยางภายในจุดตันเถียน อาจพูดได้ว่านี่เป็นพลังวิเศษมากกว่าของวิเศษก็น่าจะถูกต้องกว่าส่วนกระบี่เหินเงาธนูก่อนหน้านี้หลิงหยุนหลอมขึ้นเมื่อครั้งที่เขาเพิ่งจะเข้าสู่ขั้นปฐมชี่เท่านั้น จึงยังนับเป็นเพียงอาวุธในระดับวิญญาณขั้นต่ำเท่านั้น แต่หลิงหยุนกลับสามารถใช้มันรับมือกับของวิเศษของเหยวีนถงหลัวหย่งฉี และตู้เจี๋ย ศิษย์ทั้งสามของคุนหลุนที่อยู่ในขั้นก่อสร้างรากฐานได้!และของวิเศษที่ยอดฝีมือทั้งสามใช้นั้นแน่นอนว่าย่อมต้องเป็นยุทธภัณฑ์ระดับวิญญาณขั้นสูง และยังต้องทำจากวัสดุชั้นเลิศอีกด้วย..ของวิเศษต่างๆที่หลอมขึ้นมานั้นแม้จุดประสงค์จะเพื่อให้ผู้ใช้สามารถควบคุมด้วยพลังจิตของตนได้ แต่ก็มิได้แตกต่างจากการควบคุมด้วยมือนักแต่อาวุธระดับวิญญาณขั้นต่ำของหลิงหยุนนั้นเมื่อปะทะเข้ากับอาวุธระดับวิญญาณขั้นสูงของอีกฝ่าย กลับสามารถรับและรุกได้อย่างว่องไวไม่แพ้อาวุธระดับวิญญาณขั้นสูงแม้แต่น้อย และนั่นเป็นสิ่งชี้ชัดว่า ทักษะในการหลอมยุทธภัณฑ์ของหลิงหยุนนั้นล้ำเลิศมากเพียงใด!ในเมื่ออาวุธระดับวิญญาณขั้นต่ำที่หลิงหยุนหลอมขึ้นมานั้นยังสามารถทำให้อาวุธของผู้ฝึกยุทธในด่านกลางขั้นก่อสร้างรากฐานถึงกับสั่นคลอนได้ เช่นนี้แล้วกระบี่เหินเงาธนูที่เขาเพิ่งหลอมใหม่นั้น โดยการหลอมรวมเข้ากับกระบี่ฑูตสวรรค์ อีกทั้งยังได้ดูดซับเอาปราณกระบี่เข้าไป มิหนำซ้ำหลิงหยุนยังได้สลักค่ายกลไว้อีกหลายชั้น ทำให้กระบี่เหินเงาธนูกลายเป็นอาวุธระดับสมบัติขั้นสูงขึ้นในทันที และย่อมสามารถทลายเกราะป้องกันของผู้ฝึกยุทธระดับสูงสุดขั้นก่อสร้างรากฐานได้อย่างง่ายดายจากอาวุธระดับวิญญาณขั้นต่ำกลับกลายเป็นอาวุธระดับสมบัติขั้นสูงในพริบตาเช่นนี้ เท่ากับว่ากระบี่เหินเงาธนูของหลิงหยุนได้เลื่อนระดับขึ้นไปคราเดียวถึงหกระดับ!สำหรับผู้ที่ฝึกฝนจนเข้าสู่ขั้นแก่นปราณทองคำได้นั้นความภาคภูมิใจของผู้ฝึกยุทธในขั้นนี้ก็คือ การมีของวิเศษล้ำเลิศในระดับสมบัตินั่นเอง!หลิงหยุนมั่นใจอย่างยิ่งว่ากระบี่เหินเงาธนูที่ผ่านการหลอมใหม่ในครั้งนี้ จักต้องเหนือกว่าหอกมังกรทองของตนเป็นแน่!เวลานี้..กระบี่เหินเงาธนูกำลังเปล่งประกายสีเขียวสว่างเจิดจ้า รัศมีดุดันเย็นยะเยือกได้แผ่นซ่านออกมาอย่างน่ากลัว คมกระบี่สว่างวาบอย่างน่าขนหัวลุก!โดยปกติแล้วยุทธภัณฑ์ระดับวิญญาณจะเริ่มมีพลังลึกลับแทรกซึมอยู่ จึงสามารถต่อสู้ไปตามจิตใจที่เจ้าของต้องการได้ แต่เวลานี้กระบี่เหินเงาธนูได้กลายเป็นอาวุธระดับสมบัติขั้นสูงสุดไปแล้ว!แน่นอนว่าย่อมต้องมีจิตวิญญาณของกระบี่ซ่อนอยู่!