ตอนที่ 1021
บทที่ 1452 : เคลื่อนย้ายศพ
October 22, 2026
บทที่ 1452 : เคลื่อนย้ายศพ ขึ้นชื่อว่าเป็นของวิเศษนั้นหากยังมิได้ผ่านการลบร่องลอยของเจ้าของเดิมออกไป แม้ว่าเจ้าของเดิมจะเสียชีวิตไปแล้ว มันก็จะยังคงจดจำได้ หากต้องการเปลี่ยนของวิเศษนั้นให้เป็นของตนจะต้องทำการลบร่องลอยของเจ้าของเดิมออกเสียก่อน เช่นนั้นแล้วก็ยากที่จะใช้งานมันได้ และนี่คือสิ่งที่หลิงหยุนกำลังทำอยู่ในเวลานี้.. เพียงแต่เวลานี้ขั้นพลังของเขายังไม่เพียงพอที่จะหลอมของวิเศษทั้งหมดพร้อมกันในคราวเดียวจึงต้องค่อยๆหลอมใหม่ทีละชิ้นๆ จึงค่อนข้างกินเวลามาก อีกทั้งนับตั้งแต่งานชุมนุมชาวยุทธในคืนนั้นหลิงหยุนก็ได้ของวิเศษมามากมาย รวมทั้งที่ได้จากสำนักกระบี่เทียนซานอีก จึงมีของวิเศษรอให้หลิงหยุนทำการหลอมอย่างมากมาย และเขายังต้องหลอมทีละชิ้นๆอีกด้วย จึงกินเวลาค่อนข้างมาก และยิ่งเป็นของวิเศษที่อยู่ในระดับสูงมากเพียงใดการหลอมก็ยิ่งยากมากขึ้นเท่านั้น และต้องใช้ทั้งความพยายามและเวลาที่มากขึ้นตามไปด้วย แต่นับว่าโชคดีที่หลิงหยุนเป็นคนที่มีความอดทนค่อนข้างสูงมากเขาหาใช่มีเพียงแค่ความอดทนสูง แต่ยังเป็นผู้ที่มีสมาธิจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ตนเองทำอย่างมากด้วย ในไม่ช้า..ก็ผ่านไปอีกสองวันสองคืน หลิงหยุนใช้เวลาในการหลอมยุทธภัณฑ์ประเภทต่างๆไปถึงสี่วันเต็มๆ และสิ่งที่อยู่ในมือเขาเวลานี้ก็คือกระบี่เหินสีแดงของตี๋เฮ่ออี้และสำหรับผู้ที่อยู่ในขั้นก่อสร้างรากฐานเช่นตี๋เฮ่ออี้ มีหรือที่จะใช้อาวุธระดับต่ำได้.. ในบรรดาของวิเศษทั้งหมดที่หลิงหยุนได้มานั้นแม้แต่ธงวายุของคุนหลุน ยังนับว่าด้อยกว่ากระบี่เหินสีแดงของตี๋เฮ่ออี้ หลิงหยุนจึงตั้งใจเก็บไว้หลอมเป็นชิ้นสุดท้าย “ได้โปรดอภัยให้ข้าด้วยเถิด..” กระบี่สีแดงในมือของหลิงหยุนเวลานี้กำลังสั่นสะท้านอย่างรุนแรง กระบี่เหินเล่มนี้คือของวิเศษระดับวิญญาณ มันจึงสามารถสื่อสารกับหลิงหยุนได้ และเวลานี้มันก็กำลังอ้อนวอนหลิงหยุน.. “ข้ารู้ว่าเจ้ามีวิญญาณที่จะรับรู้ได้แต่น่าเสียดายที่มันยังอ่อนแอเกินไป ข้าจะทำการลบวิญญาณรับรู้เดิมของเจ้า และหลอมใหม่ให้กลายเป็นของวิเศษที่ล้ำเลิศ และเปล่งประกายยิ่งกว่าเดิมเลยทีเดียว” หลิงหยุนไม่เสียเวลาอีกต่อไปหลังจากที่สื่อสารกับวิญญาณกระบี่แล้ว เขาก็พ่นการพ่นเปลวไฟห้าธาตุหยิน–หยางออกจากปากทันที แล้วจึงเริ่มทำการหลอมกระบี่เหินสีแดง.. เวลาผ่านไปราวห้าชั่วโมง..ในที่สุดหลิงหยุนก็สามารถหลอมกระบี่เหินสีแดงได้สำเร็จ! “เอาล่ะ..ในที่สุดก็สำเร็จจนได้!” หลิงหยุนจึงลุกขึ้นยืนและเริ่มร่ายรำเพลงหมัดปีศาจเถียนกัง ฝึกวิชาฝ่ามือสวรรค์ เพื่อเป็นการเคลื่อนไหว และยืดคลายกล้ามเนื้อหลังจากที่นั่งนิ่งมานาน หลังจากยืดเส้นยืดสายพอควรแล้วหลิงหยุนจึงนั่งลงขัดสมาธิตามเดิมอีกครั้ง ก่อนจะหลับตานิ่ง และเริ่มเดินวิชาพลังลับหยิน–หยางต่ออีกสี่ชั่วโมง จนกระทั่งเข้าสู่เวลาสองทุ่มตรงหลิงหยุนจึงได้หยุดฝึกฝนวิชา และค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นพร้อมกับร้องตะโกนออกไป “เซียนเอ๋อ..ข้าต้องการความช่วยเหลือจากเจ้าอีกครั้ง” ตลอดเวลาสามวันเต็มๆนั้นหลิงหยุนใช้เวลาไปกับการหลอมของวิเศษทั้งหลายของตน และเวลานี้เขาก็พร้อมที่จะเริ่มทำการหลอมอาวุธของคนอื่นๆต่อ เริ่มจากการหลอมดาบคู่มารสะบั้นเทวะของเย่ซิงเฉิน..หลิงหยุนทำการเผาเสินหยวนอีกครั้งกระบวนการหลอมดาบคู่มารสะบั้นเทวะของเย่ซิงเฉินนั้น ก็หาได้ต่างจากการหลอมกระบี่เหินเงาธนูของตนเองไม่ผ่านไปครู่ใหญ่..ในที่สุดดาบคู่ของเย่ซิงเฉินก็มีปราณกระบี่อัดแน่นอยู่เต็มไปหมด และเวลานี้ก็ได้ดาบคู่มารสะบั้นเทวะที่ล้ำเลิศกว่าเดิมมาก“เป็นโลหะชนิดเดียวกับดาบคู่กั้นเจียงมั่วเย่หลังจากหลอมใหม่แล้วก็ได้กลายเป็นอาวุธระดับสมบัติขั้นสูงสุดเลยทีเดียว..”หลิงหยุนพึมพำออกมาและพึงพอใจกับผลงานชิ้นเอกของตนเองยิ่งนัก!จากนั้นหลิงหยุนจึงได้เริ่มหลอมอาวุธให้กับฉินตงเฉวี่ยตี้เสี่ยวอู๋ หวังชงเซียว และคนอื่นๆ ตามที่ทุกคนต้องการจนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปอีกหนึ่งวันหนึ่งคืนหลิงหยุนก็ได้หลอมอาวุธให้กับทุกคนจนเสร็จ มิใช่เพียงแค่ผู้คนที่อยู่ที่นี่เท่านั้น แต่ยังหลอมให้กับหลิงหลี่ หลิงเสี่ยว เกาเฉินเฉิน เฉิงเม่ยเฟิง และอีกหลายๆคน ผู้ใดที่เข้าสู่ขั้นซานเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-3) ย่อมต้องได้อาวุธที่เขาหลอมอย่างแน่นอนแต่เป็นเพราะข้อจำกัดในเรื่องโลหะอาวุธที่หลิงหยุนหลอมให้กับทุกคน จึงเป็นเพียงอาวุธในระดับวิญญาณขั้นสูงสุดเท่านั้น หาใช่อาวุธระดับสมบัติไม่..หลิงหยุนยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจก่อนจะหันไปถามไป๋เซียนเอ๋อว่า “เซียนเอ๋อ.. บอกข้ามาว่าเจ้าอยากได้อาวุธเช่นใด”ไป๋เซียนเอ๋อส่าหน้าไปมาอย่างเขินอายพร้อมกับตอบไปว่า“พี่หลิงหยุน ท่านเหนื่อยมาห้าวันเต็มๆแล้ว ข้าไม่อยากได้สิ่งใด ท่านหยุดพักเถิด..”“ข้ามิได้รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเลย..”หลิงหยุนส่ายหน้าพร้อมกล่าวต่อด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“เจ้าเองก็อยู่ช่วยงานข้ามาตลอดห้าวัน ข้าคงไม่อาจปล่อยให้เจ้าเสียแรงโดยมิได้รับสิ่งตอบแทนเช่นนี้แน่ อย่างน้อยก็ต้องหลอมอาวุธให้กับเจ้าสักอย่าง”เมื่อเห็นหลิงหยุนคะยั้นคะยอเช่นนั้นไป๋เซียนเอ๋อจึงทำสีหน้าท่าทางครุ่นคิดอย่างเป็นจริงเป็นจัง ในที่สุดก็ตอบไปว่า..“ข้าอยากได้กระบี่เหินเหมือนเช่นของพี่หลิงหยุน!”“ตกลง!”หลิงหยุนรับปากทันทีพร้อมกับเรียกกระบี่เหินสีแดงที่เวลานี้ไม่มีเจ้าของ ออกมาเพื่อมอบให้กับไป๋เซียนเอ๋อหลังทั้งคู่จึงได้ร่วมแรงร่วมใจกันหลอมกระบี่เหินนี้อีกครั้งจนกลายเป็นกระบี่เหินเล่มใหม่ที่อยู่ในระดับสมบัติขั้นสูงสุด..“เอาล่ะเซียนเอ๋อ..เจ้าหยดโลหิตของตนลงไป!”หลิงหยุนสั่งให้ไป๋เซียนเอ๋อหยดเลือดแสดงความเป็นเจ้านายของกระบี่นี้ทันที..หลังจากไป๋เซียนเอ๋อหยดโลหิตลงไปเรียบร้อยแล้วหลิงหยุนจึงบอกกับหน้าว่า “เซียนเอ๋อ ในวันข้างหน้าหากเจ้าเผชิญหน้ากับยอดฝีมือด่านกลางขั้นก่อสร้างรากฐานแล้วล่ะก็ มิต้องหวาดกลัวพวกมัน จงใช้กระบี่เหินเล่มนี้จัดการกับพวกมันหากไม่สามารถสังหารพวกมันได้ อย่างน้อยก็ทำให้พวกมันต้องหนีไปได้แน่..”“ขอบคุณพี่หลิงหยุน!”ไป๋เซียนเอ๋อเอ่ยขอบคุณหลิงหยุนด้วยสีหน้าตื่นเต้นดีใจและเริ่มหัดควบคุมกระบี่เหินทันที!หลิงหยุนเก็บตัวหลอมอาวุธต่างๆอยู่นานถึงห้าวันเต็มๆและในวันนี้ซึ่งตรงกับวันที่ 22 ตุลาคมนั้น ก็เป็นวันที่หลิงหยุนหลอมอาวุธทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยตามที่ตั้งใจ