ตอนที่ 1022
บทที่ 1453 : แจกจ่ายอาวุธ
October 22, 2026
บทที่ 1453 : แจกจ่ายอาวุธ ในเวลาบ่ายสามโมงครึ่งทั้งหลิงหยุน ฉินจิวยื่อ ฉินตงเฉวี่ย ฉินชุนเฟิง และคนอื่นๆนั้น หลังจากส่งหนิงหลิงยู่และคนตระกูลหนิงทั้งหมดออกจากสำนักกระบี่หลิงหยุนแล้ว ทุกคนก็มิได้กลับไปยังยอดเขาเทียนเฟิง แต่มารวมกันอยู่ที่ตีนเขามนุษย์ และนี่เป็นครั้งแรกที่ฉินจิวยื่อออกจากยอดเขาเทียนเฟิงนับตั้งแต่หลิงหยุนมาถึงและนางก็ได้บอกว่านางจะไม่กลับไปที่ยอดเขาเทียนเฟิงอีกแล้ว หลิงหยุนรู้ว่าฉินจิวยื่อนั้นแตกต่างจากฉินตงเฉวี่ยมากฉินจิวยื่อเป็นคนพูดน้อย แต่เป็นคนมีจิตใจเด็ดเดี่ยว ไม่เพียงนางมักจะทำสิ่งต่างๆโดยมิต้องการคำแนะนำจากผู้ใด และเมื่อตัดสินใจที่จะทำแล้ว ต่อให้เอาช้างมาฉุดก็ไม่อยู่ ฉินจิวยื่อบอกว่านางจะไม่ไปจากยอดเขาเทียนเฟิงและจะอยู่เซ่นไหว้ดวงวิญญาณของหนิงเทียนหยาเจ็ดวัน นางก็ทำเช่นนั้นจริงๆ และนางจะออกจากห้องเซ่นไหว้ก็เฉพาะเวลารับประทานอาหาร หรือทำสิ่งที่จำเป็นเท่านั้น จนกระทั่งผ่านไปเจ็ดวันนางเดินมาส่งศพหนิงเทียนหยาด้วยตัวเอง และเมื่อพูดว่าจะไม่กลับไปเหยียบยอดเขาเทียนเฟิงอีก ย่อมหมายความว่าชั่วชีวิตของนางจะมิไปที่นั่นอีกแล้ว.. คนเช่นฉินจิวยื่อนั้นหามิได้ง่ายๆบนโลกใบนี้! “หลิงหยุน..ลุงมีเรื่องต้องการที่จะปรึกษาเจ้า!” หลังจากที่ทุกคนจากไปแล้ว ฉินชุนเฟิงก็เอ่ยปากขึ้นทันที หลิงหยุนเข้าใจได้ทันทีว่าฉินชุนเฟิงกำลังต้องการที่จะกล่าวอันใดและเขาก็เห็นด้วยกับฉินชุนเฟิงอย่างยิ่ง “ท่านลุงฉิน..ศรีษะบนเขาเทียนเฟิงนั่น ท่านอยากได้ศรีษะของผู้ใดก็จงนำไปได้เลย ส่วนศรีษะที่เหลือข้าจะสั่งให้คนทำลายทิ้งซะ!” “ข้าจะเลือกเฉพาะศรีษะของคนตระกูลตี๋ที่สำคัญๆไปเท่านั้นจะได้นำไปเซ่นไหว้ดวงวิญญาณบรรพชนตระกูลฉินที่ต้องเสียชีวิตไปเมื่อสิบแปดปีก่อน” หลังจากพูดเรื่องสำคัญที่สุดไปแล้วฉินชุนเฟิงก็พูดต่อว่า “หลิงหยุน ข้ารู้ว่าหลายวันนี้เจ้ายังไม่มีเวลาได้พูดคุยกับแม่ของเจ้ามากนัก และคงมีคำพูดมากมายที่จะกล่าวกับนาง แต่ตระกูลฉินสามารถกำจัดศัตรูได้เช่นนี้ นับเป็นเรื่องยินดียิ่ง เจ้าคิดเห็นเช่นใด.. หากข้าต้องการพาแม่ของเจ้ากลับไปตระกูลฉินเพื่อพักผ่อนสักระยะ..” เรื่องนี้หลิงหยุนเองก็คิดไว้เช่นกันในเมื่อฉินชุนเฟิงเป็นฝ่ายเอ่ยปากเช่นนี้ เขาจึงรีบพยักหน้าเห็นด้วยทันที.. จากนั้นฉินชุนเฟิงจึงหันไปบอกกับฉินจิวยื่อและฉินตงเฉวี่ยส่วนตัวเขาก็กลับไปที่ยอดเขาเทียนเฟิงในทันที “ท่านแม่..หลายวันนี้ท่านเหน็ดเหนื่อยมามากแล้ว ท่านลุงฉินพูดถูก.. ท่านแม่กลับไปพักที่ห้องสักสองวันให้หายเหนื่อยก่อน จากนั้นจึงค่อย..” “ไม่ต้อง!”ฉินจิวยื่อเอ่ยปฏิเสธค้านขึ้นมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล“หลิงหยุน ข้าอยู่ที่นี่มานานมากแล้ว ข้าไม่จำเป็นต้องอยู่นานกว่านี้อีกแล้ว..”“เอ่อ…”หลิงหยุนคิดไม่ถึงว่าฉินจิวยื่อจะตัดสินใจไปแล้วหลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงเอ่ยถามขึ้นว่า “เช่นนั้นแล้วท่านแม่หมายความว่า…”ฉินตงเฉวี่ยที่ยืนอยู่ด้วยเป็นฝ่ายเอ่ยขัดขึ้นทันที“นางกับข้าจะเดินทางกลับตระกูลฉินภายในคืนนี้ หลังเจ้าเสร็จภารกิจที่นี่แล้ว เจ้าจึงค่อยตามไปสมทบกับพวกเราที่ตระกูลฉิน..”เมื่อเห็นว่าฉินจิวยื่อกับฉินตงเฉียนได้ปรึกษาหารือกันมาก่อนแล้วหลิงหยุนจึงตอบกลับไปอย่างไม่ลังเล“ถ้าเช่นนั้นข้าก็จะกลับไปพร้อมกับพวกท่านด้วยที่นี่ไม่มีอะไรที่ข้าจะต้องจัดการ..”“หลิงหยุน..”ฉินจิวยื่อก้าวเท้าเข้าไปหาหลิงหยุนพร้อมกับยื่นมือออกไปกุมมือของเขาไว้“เจ้าไม่จำเป็นต้องไปกับพวกเรา”นางจ้องลึกลงไปในดวงตาของหลิงหยุนแล้วจึงกล่าวต่อ “หลายวันมานี้.. ข้าได้ฟังเรื่องของเจ้าจากตงเฉวี่ยและหลิงยู่ พวกนางเล่าเรื่องของเจ้าให้ข้าฟังมากมาย ข้ารู้ว่าเวลานี้เจ้ากลายเป็นคนที่มีภารกิจรัดตัว การที่เจ้าสามารถมาช่วยข้าถึงสำนักกระบี่เทียนซานได้เช่นนี้ นั่นก็เหนือความคาดหมายของข้ามากแล้ว ในเมื่อทำสำเร็จแล้ว เหตุใดจึงไม่อยู่จัดการในเรื่องที่ควรจัดการอีกเล่า”หลิงหยุนยกมือขึ้นเกาศรีษะและกำลังจะเอ่ยปฏิเสธ“ท่านแม่เรื่องนั้น…”แต่ฉินตงก็เอ่ยขัดขึ้นมาอีกครั้ง“เหตุใดเจ้ายังต้องห่วงความปลอดภัยของข้าอีกเล่า”นางยิ้มออกมาพร้อมกับกระเซ้าแหย่หลิงหยุน“เวลานี้หลิงหยุนของข้าแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ ยังจะมีผู้ใดกล้าทำร้ายข้าอีกงั้นรึ”นี่นับเป็นครั้งแรกที่หลิงหยุนได้เห็นรอยยิ้มและสีหน้าเปี่ยมสุขของฉินจิวยื่อนับตั้งแต่หนิงเทียนหยาจากไป..หลิงหยุนจึงได้แต่ยิ้มออกมาพร้อมกับตอบไปว่า“นอกเหนือจากพวกมีตาแต่ไร้แววเท่านั้นล่ะ จึงจะกล้า..”“ก็นั่นน่ะสิ!”