ตอนที่ 1023
บทที่ 1454 : มิมีผู้ใดกล้าหยุดยั้ง
October 22, 2026
บทที่ 1454 : มิมีผู้ใดกล้าหยุดยั้ง “หลิงหยุน..” เย่ซิงเฉินเห็นหลิงหยุนกำลังจะเหาะกลับจึงรีบร้องเรียกไว้ทันที “เจ้าให้พวกเขากลับไปก่อนข้ามีเรื่องจะอยากจะคุยกับเจ้า!” หลิงหยุนได้ยินเช่นนั้นจึงรู้ได้ทันทีว่าเย่ซิงเฉินจะต้องมีเรื่องสำคัญยิ่ง จึงได้หันไปสั่งตี้เสี่ยวอู๋ และคนอื่นๆให้กลับไปก่อน “มีเรื่องอันใดงั้นรึจึงได้ทำท่าทางลึกลับเช่นนั้น” หลังจากที่ทุกคนจากไปแล้วหลิงหยุนจึงหันไปยิ้มให้กับเย่ซิงเฉินพร้อมกับถามขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม.. “อืมม..” เย่ซิงเฉินเหม่อมองออกไปด้านหน้าหลังจากมีท่าทีลังเลครู่หนึ่ง ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจเอ่ยออกไปว่า “หลิงหยุน..ดูเหมือนพวกเราคงต้องแยกจากกันสักพักใหญ่แล้วล่ะ!” “เจ้าว่าอะไรนะ!” หลิงหยุนร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจหลังจากนิ่งไปด้วยความตกตะลึงครู่หนึ่ง ในที่สุดเขาก็เอ่ยถามออกไปว่า “แยกกันสักพักงั้นรึ!นี่เจ้าจะไปที่ใดกัน?” เย่ซิงเฉินถอนหายใจยาวก่อนจะตอบกลับไปว่า“ในระหว่างที่เจ้าเก็บตัวหลอมอาวุธอยู่นั้น ชิงเฟิงและท่านป้าชิงหยวนได้ติดต่อข้ามา และบอกเล่าหลายสิ่งหลายอย่างให้ข้าฟัง..” “คงจะมิใช่เรื่องปกติสินะ” หลิงหยุนรู้ดีว่าเย่ซิงเฉินนั้นจะต้องรายงานเรื่องสำคัญต่างๆให้กับหยินชิงเฉวียนรู้ โดยผ่านทางชิงเฟิงและชิงหยวน เขาจึงพอที่จะคาดเดาได้.. “หลังจากที่ท่านอาจารย์ได้ยินว่าข้าฝึกวรยุทธบ่มเพาะที่เจ้าถ่ายทอดให้จนสามารเข้าสู่ขั้นอู่เฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่) ได้แล้ว ท่านจึงได้สั่งให้ข้ากลับไปให้เร็วที่สุด!” “เจ้าจะกลับไปที่ใดรึ” “อันหยาง..” เย่ซิงเฉินตอบกลับทันทีจากนั้นจึงหันไปหาหลิงหยุนพร้อมกับกระทืบเท้าอย่างไม่พอใจ และร้องตะโกนใส่หน้าหลิงหยุน “นี่เจ้ากล้าหลอกถามข้าเชียวรึ” ริมฝีปากแดงก่ำของหลิงหยุนฉีกกว้างจนเห็นฟันขาวเรียงรายก่อนจะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงภูมิอกภูมิใจ “เจ้าไม่จำเป็นต้องปิดบังข้า..อันหยางอยู่ทางตอนใต้ของเหอหนาน อีกทั้งยังเคยเป็นเมืองหลวงในสมัยราชวงศ์ชาง ข้าคาดเดาได้ตั้งนานแล้ว เพียงแต่ต้องการย้ำให้มั่นใจมากขึ้นก็เท่านั้นเอง..” เมื่อครั้งที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยนั้นหลิงหยุนได้คะแนนเต็มในวิชาประวัติศาสตร์ เมื่อเขาได้รู้ว่ามารดาของตนเป็นทายาทของราชวงศ์ชางแล้ว หลิงหยุนก็พอที่จะคาดเดาสถานที่ที่แม่ของเขาต้องการให้เย่ซิงเฉินกลับไปได้ในทันที เพียงแต่ต้องการคำยืนยันจากปากของนางเท่านั้น และเพราะเย่ซิงเฉินกำลังสับสนยิ่ง จึงมิทันได้ระวังตัว และเผลอตอบหลิงหยุนไปตามจริงและเวลานี้หลิงหยุนก็ได้รับการยืนยันจากปากของเย่ซิงเฉินแล้วว่าเมืองอันหยางในมณฑลเหอหนาน ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของราชวงศ์ชางเมื่อสามพันปีก่อนนั้น ก็คือที่ตั้งของพรรคมารนั่นเอง!แม้หลิงหยุนจะยังมิรู้ว่าที่นั่นจะใช่สำนักงานใหญ่ของพรรคมารหรือไม่ แต่อย่างน้อยเขาก็รู้ว่ามารดาของตนได้ถูกคุมขังไว้ที่นั่นแน่..“หึ..คงจะไม่มีเรื่องใดที่สามารถหลุดรอดหูตาของเจ้าไปได้เลยสินะ”เย่ซิงเฉินประชดประชันแต่แล้วก็อธิบายต่อว่า “ความจริงท่านอาจารย์สั่งข้าไว้ว่า เมื่อใดที่ข้าเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นเซียงเทียน-8 ต้องรีบกลับไปพบนางในทันที แต่ใครจะไปรู้ว่าเจ้าจะมีภารกิจมากมายเช่นนี้กัน..”“นี่เจ้ากล่าวหาข้างั้นรึ”หลิงหยุนยิ้มกว้างพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าเขาถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะร้องตะโกนเสียงดัง“เห็นชัดว่าใครบางคนระล้าระลังไม่อยากกลับไปต่างหากเล่าแต่พยายามหาเหตุผลโทษคนอื่นเพื่อให้ตนเองพ้นผิด ปากไม่ตรงกับใจ.. ปากไม่ตรงกับใจ..”เย่ซิงเฉินได้ยินถึงกับร้องห้ามด้วยความโมโห“นี่!! ถ้าเจ้ายังขืนตะโกนอีกล่ะก็ ข้าจะไปเสียตอนนี้เลย!”“ได้ๆๆข้าไม่พูดแล้ว!!”หลิงหยุนรีบหุบปากของตนเองทันทีแล้วจึงหันไปมองเย่ซิงเฉินพร้อมกับเอ่ยออกไปว่า“ในเมื่อเป็นคำสั่งของท่านแม่เจ้าก็ควรต้องกลับไป ส่วนภารกิจยุ่งเหยิงของข้า ข้าสามารถจัดการเองได้!” หลิงหยุนหยุดนิ่งไปครู่หนึ่งเขาขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะถามขึ้นว่า “แต่ระหว่างทางที่เดินทางกลับ เจ้าต้องระมัดระวังตัวให้มาก!”“เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงข้า..”เย่ซิงเฉินยิ้มให้หลิงหยุนพร้อมกับเอ่ยต่อว่า“เจ้าบอกข้าเองมิใช่รึว่า อาวุธของข้าสามารถสังหารยอดฝีมือด่านสุดท้ายขั้นก่อสร้างรากฐานได้ แล้วเจ้ายังจะต้องกังวลไปใย”หลิงหยุนพยักหน้า“ข้ามิได้ห่วงผู้อื่น.. แต่เกรงว่าผู้เฒ่าในพรรคมารจะคลุ้มคลั่งจนคิดสังหารเจ้าขึ้นมาน่ะสิ!”“เรื่องนั้นเจ้ายิ่งมิต้องกังวลไป..เพราะไม่มีทางเกิดขึ้นเป็นแน่!”เย่ซิงเฉินอธิบายต่“หากผู้เฒ่าพรรคมารต้องการทำเช่นนั้นจริง ทั้งท่านอาจารย์และคนตระกูลหลิง คงถูกสังหารตายไปตั้งแต่สิบแปดปีก่อนแล้ว ไม่อาจมีชีวิตรอดอยู่มาจนถึงตอนนี้เป็นแน่” “อีกทั้งหลังจากได้สังหารซือกงถูไปแล้วคนในพรรคมารส่วนใหญ่โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าผู้อาวุโสทั้งหลาย ล้วนแล้วแต่ภักดิ์ดีต่อท่านอาจารย์ทั้งสิ้น..”หลิงหยุนพยักหน้าเห็นด้วยจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตระกูลหลิงเมื่อสิบแปดปีก่อนนั้น นับว่าพรรคมารปราณีต่อหยินชิงเฉวียนยิ่งนัก ครั้งนั้นพรรคมารมิเพียงไม่กำจัดตระกูลหลิง แต่ยังมิได้ทำร้ายหยินชิงเฉวียนอีกด้วย เพียงแค่พรากนางจากหลิงเสี่ยว และนำตัวไปกักบริเวณไว้เท่านั้นหลังจากที่หยินชิงเฉวียนกลับไปพรรคมารก็ยังมีคนคอยรับใช้ อีกทั้งยังสามารถถ่ายทอดวิชาให้กับศิษย์ของตนเองได้ และเย่ซิงเฉินก็สามารถเข้าออกพรรคมารได้ตามปกติ และสามารถเดินทางไปได้ทั่วทั้งประเทศจีนอย่างอิสระมาตลอดครึ่งปีนี้และด้วยเหตุผลต่างๆเหล่านี้ทำให้หลิงหยุนสามารถอดทนรอได้อย่างใจเย็นมาจนถึงทุกวันนี้ได้ เขาไม่เพียงคิดจะไปช่วยหยินชิงเฉวียนออกมาจากพรรคมารเท่านั้น แต่ยังจะช่วยให้พ่อกับแม่ของเขาสามารถกลับมาอยู่ร่วมกันอีกครั้งด้วย ให้พวกท่านมิต้องอยู่อย่างเป็นทุกข์เพราะการพลัดพรากอีก“พรรคมารของข้าเดิมถูกเรียกขานว่าประตูเทพแต่เวลานี้กลับชาวยุทธที่อ้างตนเป็นฝ่ายธรรมะในยุทธภพ ใส่ร้ายและเรียกขานว่าพรรคมาร..”“แต่ไหนแต่ไรมา..ธิดาสวรรค์ของประตูเทพจะมีเพียงแค่ผู้เดียวเท่านั้น และห้ามมิให้แต่งงานกับมนุษย์ นี่เป็นกฏเหล็กของสำนักเราเลยทีเดียว ฉะนั้นแล้ว.. ท่านอาจารย์กับท่านลุงหนิงจึงมิสามารถ…”เมื่อกล่าวมาถึงตรงนี้เย่ซิงเฉินก็จ้องลึกลงไปในดวงตาของหลิงหยุนพร้อมกับพูดต่อว่า “หลิงหยุน.. ที่ข้ากล่าวเช่นนี้ หาใช่ต้องการแก้ต่างแทนสำนักของข้า แต่เมื่อใดที่เจ้าได้พบเจอท่านอาจารย์ นางก็ย่อมต้องกล่าวเช่นเดียวกับข้า”“ข้าเชื่อ..” หลิงหยุนยิ้มพร้อมกับพยักหน้าจากนั้นจึงเอื้อมมือไปกุมฝ่ามือนุ่มนวลของเย่ซิงเฉินไว้ “ซิงเฉิน.. เจ้าเองก็รู้ดีว่าข้าได้สนใจเรื่องพวกนั้นไม่ ข้าทำในสิ่งที่ข้าควรทำ และฆ่าคนที่สมควรตายเท่านั้น!”