ตอนที่ 1024
บทที่ 1455 : ตื่นตระหนก
October 22, 2026
บทที่ 1455 : ตื่นตระหนก หลังจากที่เย่ซิงเฉินจากไปแล้วหลิงหยุนก็ยังไม่กลับไปที่สำนักกระบี่หลิงหยุนทันทีเช่นกัน เขาหยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาส่งข้อความให้กับหวังชงเซียว จากนั้นจึงเหาะไปหาสถานที่ฝึกวิชาต่อ ขอบเขตพื้นที่บริเวณเทือกเขาเทียนซานนั้นค่อนข้างกว้างใหญ่สันเขาสูงยาวนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นตำแหน่งของเส้นเลือดมังกร จึงมีพลังชีวิตค่อนข้างสมบูรณ์อยู่มาก แต่ด้วยสายตาที่แหลมคมของหลิงหยุน จึงไม่ยากที่จะหาสถานที่เหมาะสมสำหรับฝึกบ่มเพาะได้อย่างรวดเร็ว หลังจากทำการหลอมอาวุธอยู่นานถึงห้าวันห้าคืนเวลานี้หลิงหยุนก็ได้เข้าสู่ระดับกลางขั้นลิ่วเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-6) แล้ว และอีกไม่นานก็ใกล้ที่จะเข้าสู่ระดับสูงสุดแล้ว สำหรับผู้ฝึกวรยุทธบ่มเพาะนั้นการหลอมกลั่นของวิเศษต่างๆ ล้วนเป็นการฝึกฝนที่ดีที่สุดอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บ่มเพาะพลังที่เข้าสู่ขั้นพลังชี่แล้ว การหลอมยุทธภัณฑ์ในระดับวิญญาณ และระดับสมบัติ ก็จะยิ่งทำให้คนผู้นั้นก้าวหน้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เหตุผลก็ไม่มีอะไรซับซ้อน..นั่นเพราะในการหลอมยุทธภัณฑ์ระดับวิญญาณขึ้นไปนั้น ทุกขั้นตอนผู้หลอมจะต้องทำการเผาเสินหยวน โดยเริ่มจากการคัดเลือกวัตถุดิบที่จะนำมาหลอม ซึ่งต้องคัดเลือกอย่างระมัดระวัง และในระหว่างที่เข้าสู่กระบวนการหลอมนั้นก็ต้องใช้ความร้อนที่สูงมากเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด หลังจากที่วัตถุดิบต่างๆหลอมเข้ากันได้ดีแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการสลักค่ายกลลงบนยุทธภัณฑ์ชิ้นนั้นๆ ทุกๆขั้นตอนไม่ว่าจะเป็นการคัดเลือกวัตถุดิบควบคุมอุณหภูมิของเปลวไฟในระหว่างที่ทำการหลอม การคำนวนสัดส่วนวัตถุดิบแต่ละชนิด หรือแม้แต่ขนาดของยุทธภัณฑ์ รวมไปถึงการสลักค่ายกลต่างๆ และอีกมากมายหลายขึ้นตอน เรียกได้ว่า..แต่ละขั้นตอนนั้นห้ามมีการผิดเพี้ยนคลาดเคลื่อนเลยแม้แต่น้อย หากเกิดการคลาดเคลื่อนแม้เพียงแค่เล็กน้อย ระดับของยุทธภัณฑ์ก็จะเปลี่ยนไปทันที! ฉะนั้นแล้วอัตราการหลอมยุทธภัณฑ์ระดับของวิเศษให้สำเร็จนั้นจึงมีน้อยมาก ยุทธภัณฑ์แต่ละชิ้นที่ทำการหลอมนั้น นับเป็นการทดสอบครั้งใหญ่ เหนือกว่าการต่อสู้อยู่ในสนามรบอย่างเอาเป็นเอาตายเสียอีก และการหลอมกลั่นโอสถก็เช่นเดียวกัน! หากมีความสามารถในการหลอมยุทธภัณฑ์ได้ดีเยี่ยมการหลอมกลั่นโอสถก็ย่อมต้องไม่ด้อยไปกว่าเช่นกัน หลิงหยุนเป็นถึงปรมาจารย์ในการหลอมยุทธภัณฑ์ขอเพียงแค่มีวัตถุดิบพร้อม เขาก็สามารถหลอมยุทธภัณฑ์ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยเหตุนี้.. นอกเหนือจากคุณภาพของวัตถุดิบแล้ว ขั้นตอนอื่นๆนับว่าสมบูรณ์แบบยิ่ง สำหรับผู้บ่มเพาะพลังที่อยู่ในด่านกลางขั้นพลังชี่ขึ้นไปนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือการฝึกแปลงเสินหยวนให้เป็นพลังวิเศษได้เร็วที่สุด และการใช้พลังวิเศษนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ฉะนั้นแล้ว..การหลอมยุทธภัณฑ์จึงนับเป็นการฝึกฝนที่ดีมากอย่างหนึ่ง ของผู้บ่มเพาะพลังในขั้นนี้เลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นการฝึกฝนพัฒนาในเรื่องของความเร็งและด้วยเหตุนี้ผู้ฝึกบ่มเพาะตนที่เข้าสู่ด่านกลางขั้นพลังชี่ได้ จึงต้องศึกษาเรื่องการหลอมยุทธภัณฑ์เพิ่มเติมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะไม่เพียงเป็นการฝึกฝนพัฒนา แต่ยังสามารถหลอมของวิเศษที่ดีที่สุดให้ตนเองได้อีกด้วยแต่สำคัญที่ว่า..มีความสามารถพอหรือไม่เท่านั้นเอง!หนึ่งในหมื่นคนเท่านั้นกระมังจึงจะสามารถทำได้..โดยเฉลี่ยแล้ว..ผู้ฝึกวรยุทธบ่มเพาะนับหมื่นคน ทุกคนล้วนสนใจที่จะฝึกการหลอมยุทธภัณฑ์ทั้งสิ้น แต่จะมีเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่จะสามารถทำได้สำเร็จและผู้ที่มีพรสวรรค์ในการหลอมยุทธภัณฑ์เฉกเช่นหลิงหยุนนั้นทั่วทั้งโลกบ่มเพาะ.. สักหนึ่งแสนปีจึงจะปรากฏขึ้นสักคน!และหลังจากที่หลิงหยุนเก็บตัวหลอมยุทธภัณฑ์ไปได้สองสามวันโดยไม่หยุดพักนั้นจนสามารถหลอมของวิเศษได้มากถึงสิบกว่าชิ้น ทำให้ขั้นพลังของเขาก้าวหน้าขึ้นตามลำดับไปด้วย..เพียงแค่หลิงหยุนสามารถหลอมยุทธภัณฑ์ระดับทั่วไปได้สำเร็จนั้นก็เท่ากับผู้ฝึกวรยุทธบ่มเพาะคนอื่นๆเก็บตัวฝึกฝนถึงสิบวันเลยทีเดียว แต่หลิงหยุนสามารถหลอมยุทธภัณฑ์ระดับสมบัติขั้นสูงได้สำเร็จหลายชิ้น จึงยิ่งทำให้ขั้นของเขาพัฒนาก้าวหน้าได้อีกหลายเท่าตัว…..คืนนั้นหลิงหยุนฝึกวิชาพลังลับหยิน–หยางจนถึงเช้าและเมื่อดวงอาทิตย์ปรากฏขึ้น เขาก็ได้เหาะขึ้นไปฝึกวิชาดาราคุ้มกายบนท้องนภาหลังจากนั้น..หลิงหยุนจึงได้เหาะกลับไปที่สำนักกระบี่หลิงหยุน เขาร่อนลงที่ยอดเขาเทียนเฟิง และได้เดินเข้าไปในวังของตี๋เสี่ยวเจิน หลิงหยุนเปิดจิตหยั่งรู้ออกสำรวจหาดูว่า จะมีสิ่งใดที่เป็นประโยชน์ต่อตนบ้าง เมื่อพบเห็น.. ทุกอย่างก็จะถูกเก็บเข้าไปไว้ในแหวนจักรวาลของเขาทันทีจากนั้น..หลิงหยุนจึงได้ตรงไปยังยอดเขามนุษย์ และได้เรียกศิษย์สำนักกระบี่หลิงหยุนที่กำลังฝึกฝนวิชา รวมทั้งหลี่เพียวหยาง กัวผิง และเจิ้งซิ่วยี่เข้าประชุม“คาราวะท่านเจ้าสำนัก!”หลี่เพียวหยางเป็นฝ่ายนำศิษย์ทุกคนทำการคาราวะหลิงหยุนทันทีที่เขามาถึง..“เอาล่ะลุกขึ้นได้..ข้าจะไม่เสียเวลาพูดอ้อมค้อม”