ตอนที่ 1025
บทที่ 1456 : พลังชีวิตดั่งสวรรค์ประทาน
October 22, 2026
บทที่ 1456 : พลังชีวิตดั่งสวรรค์ประทาน หลังจากที่หลี่เพียวหยางกัวผิง และเจิ้งซิ่วยี่เหาะออกมาแล้วนั้น สีหน้าของทั้งสามคนต่างก็เต็มไปด้วยความสับสน ใบหน้าของพวกเขามีอารมณ์หลากหลายผสมปนเปกันไปหมด ทั้งสุข ตื่นเต้น แล้วก็ตกใจ รวมถึงความรู้สึกลำบากใจ ระหว่างทางทั้งสามคนต่างก็หันไปมองหน้ากันเลิกลั่กเป็นระยะๆ นั่นเพราะหลิงหยุนได้ประกาศว่าสิ่งที่พวกเขาทั้งสามจะต้องเผชิญหลังจากนี้มีอะไรบ้างซึ่งทำให้พวกเขาตกอกตกใจอย่างมาก หลังจากนั้นก็ได้ให้ความหวังกับทุกๆคนว่า จะกลับมาถ่ายทอดเพลงกระบี่ให้ในวันข้างหน้า และก่อนที่ทั้งสามคนจะจากไปนั้น หลิงหยุนก็ยังได้ออกคำสั่งลับให้แต่ละคนผ่านทางจิตโดยที่มิให้อีกสองคนล่วงรู้.. และคำสั่งลับของหลิงหยุนที่สั่งทั้งสามคนนั้นก็คือ..ให้แต่ละคนคอยสอดส่องพฤติกรรมของคนที่เหลืออีกสองคน หากพบสิ่งผิดปกติก็ให้รีบรายงานเขาในทันที! และนี่คือแผนการของหลิงหยุน! จิตใจของมนุษย์นั้นล้วนเต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัวและซับซ้อนหากหลิงหยุนจากไป ทั้งสามคนอาจเปิดใจคุยกันอย่างตรงไปตรงมา และอาจตัดสินใจที่จะร่วมมือกันกบฏต่อหลิงหยุนก็เป็นได้.. หาใช่ว่าหลิงหยุนมิไว้เนื้อเชื่อใจพวกเขาทั้งสามคนเพียงแต่ที่เขาต้องทำเช่นนี้ก็เพื่อมิให้ผู้ใดคิดเป็นปรปักษ์ต่อสำนักกระบี่หลิงหยุนนั่นเอง.. สำหรับหลิงหยุนนั้น..การต่อสู้เมื่อเจ็ดวันก่อนหน้านี้ เขาทำเพื่อมารดาของตน ในขณะที่หลี่เพียวหยางและคนอื่นๆ ต่างก็ทำเพื่อสำนักกระบี่เทียนซาน การที่พวกเขาสามารถรอดชีวิตได้ในครั้งนี้ ก็เพราะหลิงหยุนมิต้องการสังหารพวกเขาเท่านั้นเอง พวกเขาสามารถรอดชีวิตมาได้ในขณะที่สำนักกระบี่เทียนซานถูกหลิงหยุนทำลายจนสิ้นชื่อ แต่การที่หลิงหยุนไว้ชีวิตของพวกเขานั้น หาใช่เพราะหลิงหยุนจะได้รับประโยชน์อันใดจากพวกเขาไม่.. ตราบใดที่หลิงหยุนอยู่ที่นี่ที่นี่ก็คือสำนักกระบี่หลิงหยุน แต่หากเขาจากไปแล้ว สำนักกระบี่หลิงหยุนก็เป็นเพียงแค่ชื่อสำหรับพวกเขาเท่านั้น.. ฉะนั้นแล้ว..ก่อนที่จะจากไป หลิงหยุนจำเป็นต้องใช้อุบายเล็กๆน้อยๆเพื่อควบคุมคนเหล่านี้ไว้ “ชีวิตและความตายขึ้นอยู่กับโชคชะตาอย่างไรก็ตาม โชคชะตาของเจ้าเองก็ขึ้นอยู่กับชีวิตและความตายเช่นกัน!” หลิงหยุนเปิดจิตหยั่งรู้ออกสำรวจทั่วทั้งยอดเขามนุษย์หลังจากที่ทั้งสามคนเหาะจากไปแล้วจากนั้นจึงหันมองไปทางเทือกเขาคุนหลุนที่อยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ และเอ่ยขึ้นมาเบาๆ เป็นเรื่องที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้ไม่ว่าอย่างไรคุนหลุนก็ต้องส่งคนมาสืบข่าวถึงที่นี่เป็นแน่ นี่อาจเป็นความหายนะของทั้งหนึ่งร้อยสี่สิบเจ็ดชีวิตที่รอดมาก็เป็นได้ แต่เมื่อถึงเวลานั้น หลิงหยุนก็คงมิอาจทำสิ่งใดได้.. เมื่อเวลานั้นมาถึงจริงๆหลิงหยุนก็คงทำได้เพียงแค่รอดูว่าหลี่ผอหยางจะทำตัวเช่นใด เพื่อรักษาชีวิตของทุกคนให้รอดพ้นจากเงื้อมือของศิษย์คุนหลุน โดยที่มิก่อให้เกิดความเสียหายต่อหลิงหยุนได้ ฉะนั้น..หลิงหยุนจึงได้กล่าวว่าเป็นเรื่องของโชคชะตา! ครั้งนี้..หากพวกเขาสามารถรักษาชีวิตให้รอดมาได้ หลิงหยุนจึงจะสอนเพลงกระบี่ให้ หาไม่แล้วหากหลิงหยุนถ่ายทอดเพลงกระบี่ให้ในยามนี้ ก็เกรงจะไม่มีความหมายอันใด.. มาถึงตอนนี้..หลิงหยุนก็ได้จัดการเรื่องทุกอย่างภายในสำนักกระบี่หลิงหยุนเสร็จเรียบร้อยแล้วเมื่อมิมีสิ่งใดคั่งค้าง..หลิงหยุนจึงได้สั่งให้ไป๋เซียนเอ๋อ ตี้เสี่ยวอู๋ หวังชงเซียว และแวมไพร์ทั้งห้ามาพบตนที่ยอดเขามนุษย์ “เอาล่ะ..ได้เวลาที่พวกเราต้องกลับไปตระกูลฉินแล้ว ออกเดินทางกันได้!”หลังจากนั้น..หลิงหยุนก็เดินจับมือไป๋เซียนเอ๋อ และพาเหาะขึ้นไปบนท้องนภาทันที!จากนั้นตี้เสี่ยวอู๋หวังชงเซียว และแวมไพร์ทั้งห้าก็ได้เหาะตามขึ้นไปเช่นกัน และเวลานี้ทั้งเก้าคนก็ได้เหาะอยู่บนท้องนภาแล้วในเวลาเดียวกันนั้นที่หุบเขาเบื้องล่าง ศิษย์ทุกคนในสำนักกระบี่หลิงหยุนภายใต้การนำของหลี่เพียวหยาง ต่างก็คุกเข่าลงบนพื้นพร้อมกับกล่าวอำลาหลิงหยุน“น้อมส่งท่านเจ้าสำนัก!”เสียงร้องตะโกนของศิษย์สำนักกระบี่หลิงหยุนดังกึกก้องไปทั่วทั้งขุนเขา..และในวันที่4 ตุลาคมซึ่งเป็นวันที่แปดแห่งการล่มสลายของสำนักกระบี่เทียนซาน และเป็นวันที่หลิงหยุนได้เดินทางออกจากสำนักกระบี่หลิงหยุนนั่นเอง…… “เอาล่ะ..ได้เวลาที่พวกเราต้องกลับไปตระกูลฉินแล้ว ออกเดินทางกันได้!”หลังจากนั้น..หลิงหยุนก็เดินจับมือไป๋เซียนเอ๋อ และพาเหาะขึ้นไปบนท้องนภาทันที!จากนั้นตี้เสี่ยวอู๋หวังชงเซียว และแวมไพร์ทั้งห้าก็ได้เหาะตามขึ้นไปเช่นกัน และเวลานี้ทั้งเก้าคนก็ได้เหาะอยู่บนท้องนภาแล้วในเวลาเดียวกันนั้นที่หุบเขาเบื้องล่าง ศิษย์ทุกคนในสำนักกระบี่หลิงหยุนภายใต้การนำของหลี่เพียวหยาง ต่างก็คุกเข่าลงบนพื้นพร้อมกับกล่าวอำลาหลิงหยุน“น้อมส่งท่านเจ้าสำนัก!”เสียงร้องตะโกนของศิษย์สำนักกระบี่หลิงหยุนดังกึกก้องไปทั่วทั้งขุนเขา..และในวันที่4 ตุลาคมซึ่งเป็นวันที่แปดแห่งการล่มสลายของสำนักกระบี่เทียนซาน และเป็นวันที่หลิงหยุนได้เดินทางออกจากสำนักกระบี่หลิงหยุนนั่นเอง…… “พี่หลิงหยุน..พี่ซิงเฉินไปไหนงั้นรึ”ระหว่างทางที่เดินทางไปยังสนามบินอัคซูนั้นไป๋เซียนเอ๋อก็อดที่จะถามออกมาด้วยความประหลาดใจไม่ได้หลิงหยุนตอบกลับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“เจ้ามีเรื่องใดกับพี่ซิงเฉินงั้นรึ พี่ซิงเฉินของเจ้าออกเดินทางไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว พวกเราคงต้องแยกกับนางสักระยะ..”